สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน 2077

Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน – ตอนที่ 2077 รู้จักต้าวยี่!

จ้าววิญญาณสีชาดนั้นมาจากแผ่นดินเซียนดารา ดังนั้นจึงรู้เรื่องระดับบ่มเพาะที่เหนือกว่าในโลกถ้ำ ผู้สูงส่งชั้นทอง ผู้สูงส่งชั้นฟ้า ผู้สูงส่งชั้นเทวะและตัวตนสูงสุดทั้งเก้าคนบนแผ่นดินเซียนดารา มหาชั้นฟ้า

บนแผ่นดินเซียนดารา ด้วยระดับบ่มเพาะของเขาหากได้เจอผู้สูงส่งชั้นทองก็คงจะได้รับความเคารพอย่างมากแล้ว อีกทั้งเหล่าผู้สูงส่งชั้นทองต่างก็ทรงพลังและเป็นถึงยอดผู้อาวุโสแม้แต่ในสำนักที่แข็งแกร่ง กล่าวได้ว่าผู้สูงส่งชั้นทองเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งของสำนักได้เลยทีเดียว

ความฝันของจ้าววิญญาณสีชาดคือกลายเป็นเซียนระดับผู้สูงส่งชั้นทอง เขาต้องการทำลายค่ายกลรอบแดนสวรรค์เพื่อเป้าหมายในการกลืนกินแดนสวรรค์และดูดซับโลหิตของทุกคนเพื่อให้สามารถทะลวงไปยังระดับต่อไปได้

แต่ว่าเขาเพิ่งได้เห็นอสรพิษตัวน้อยเปลี่ยนกลายเป็นมังกรสมุทรตัวยักษ์ เรื่องนี้ทำให้ความคิดของจ้าววิญญาณสีชาดถึงกับขาวโพลนไปหมด

แรงกดดันจากมังกรสมุทรมากพอให้แดนสวรรค์สั่นสะท้าน ผู้คนจำนวนมากที่นี่รู้สึกจิตใจสั่นเทาและอยากเทิดทูนเคารพเจ้ามังกร

‘ผู้สูงส่งชั้นทอง…นี่มันผู้สูงส่งชั้นทอง…’ จ้าววิญญาณสีชาดมีสายตาทื่อลง เขาไม่กล้าเชื่อว่ากำลังเห็นอะไร

ระดับผู้สูงส่งชั้นทองนั้นหาได้ยาก แต่นี่มันอสูรระดับผู้สูงส่งชั้นทองซึ่งหาได้ยากยิ่งกว่ายาก แต่ตอนนี้กลับปรากฏตรงหน้าเขาในโลกถ้ำ ความรู้สึกบัดซบนี้กำลังท่วมท้นจนทำให้เขาบ้าคลั่ง

มังกรสมุทรเคลื่อนไหวและเผยสายตาดุร้าย มันจ้องมองจ้าววิญญาณสีชาดและร้องคำราม

เสียงคำรามทำให้ร่างจ้าววิญญาณสีชาดสั่นอย่างรุนแรง ดวงวิญญาณดั้งเดิมเกิดความไม่เสถียรและเหมือนกำลังแตกสลาย บ่งบอกให้เขารู้ว่ามังกรสมุทรตัวนี้เป็นระดับผู้สูงส่งชั้นทองจริงๆ

จ้าววิญญาณสีชาดล่าถอยโดยไม่รู้ตัวและปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขาจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมหวังหลินถึงมีมังกรสมุทรระดับผู้สูงส่งชั้นทองได้

นี่มันเหนือเกินกว่าที่เขาจินตนาการไปแล้ว เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝัน

พอเขาล่าถอยพลันคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ มังกรสมุทรตัวนี้ไม่ได้มาจากหวังหลินแต่มาจากไหล่ของเซียนคนหนึ่งที่มีกลิ่นอายแตกต่างจากโลกนี้

‘หวังหลินไม่ได้แข็งแกร่งหรอก ไม่มีแรงกดดันหรือความผันผวนออกมาจากเขาเลย แม้มันจะมีสมบัติเอาไว้ซ่อนกลิ่นอาย แต่นั่นเป็นสิ่งที่คนอ่อนแอเอาไว้ใช้ปกป้องตัวเองเท่านั้น ในเมื่อหวังหลินใช้วิธีนี้แปลว่าระดับบ่มเพาะของมันไม่ได้สูง!’

‘มังกรสมุทรตัวนี้ไม่ได้เป็นของมัน แต่เป็นของเซียนอีกคน!’

‘ระดับบ่มเพาะของหวังหลินไม่ได้สูงแต่เขาต้องเป็นสหายกับเซียนคนนี้ เขาต้องกลัวว่าการกลับมาครั้งนี้อาจจะไร้กำลังเกินไปจึงขอให้สหายมาด้วยกัน’

‘และจากที่ดู ระดับบ่มเพาะของเซียนคนนี้ก็ไม่ได้สูงเช่นกัน นั่นแปลว่าเขาต้องมีอาจารย์ที่มีระดับผู้สูงส่งชั้นฟ้าบนแผ่นดินเซียนดารา! นี่อธิบายได้เหตุผลเดียว’ จ้าววิญญาณสีชาดมีแววตาเปล่งประกาย เขารู้สึกว่านี่เป็นคำอธิบายที่มีเหตุมีผล

ขณะที่เขาถอย เจ้ามังกรสมุทรอ้าปากเพื่อจะกลืนกินจึงทำให้จ้าววิญญาณสีชาดร้องคำราม

“สหายเซียนได้โปรดฟังข้าก่อน!” คนที่เขาพูดถึงไม่ใช่หวังหลินหรือมังกรสมุทรแต่เป็นหลิวจินเปียวที่เฝ้าดูด้วยใบหน้าหยิ่งยโส

“อาจารย์ของสหายเซียนต้องเป็นผู้สูงส่งชั้นฟ้าบนแผ่นดินเซียนดาราเป็นแน่ ด้วยพรสวรรค์ของสหายเซียน ท่านต้องเป็นศิษย์สายตรง ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้รับมังกรสมุทรระดับผู้สูงส่งชั้นทองเป็นของขวัญ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างข้าและหวังหลิน ดังนั้นข้าอยากขอให้สหายเซียนไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว หลังจากนี้ข้าจะขอบคุณสหายเซียนอย่างแน่นอน!” จ้าววิญญาณสีชาดไม่มีตัวเลือกอื่น ด้วยแรงกดดันของมังกรสมุทรเขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะหลบหนี

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายและเขาจึงไม่คิดอะไรให้มากความ แม้จะรู้ว่าคนผู้นี้มาที่นี่เพราะหวังหลินและโน้มน้าวได้ยาก เขาก็ยังต้องลอง

“ก่อนที่ข้าจะถูกผนึก ข้าได้ซ่อนสิ่งที่เก็บรวบรวมไว้หลายปีในแผ่นดินฝั่งทิศตะวันออก ข้าอยากขอให้สหายเซียนยกโทษและไว้ชีวิตด้วย!” จ้าววิญญาณสีชาดกำลังจ้องมองมังกรสมุทรอย่างเคร่งเครียด เขาหวาดกลัวยิ่งและมีน้ำเสียงที่สั่นเทา

หลิวจินเปียวตกตะลึง

หวังหลินยิ้มบาง ฉวี่ลี่กั๋ว มังกรสมุทร จ้าวเมฆาใต้และคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน

ฉวี่ลี่กั๋วตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นก็เริ่มหัวเราะทันที หลิวจินเปียวเผยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มพลางมองจ้าววิญญาณสีชาดที่ตกอยู่ในความสิ้นหวัง

“อาจารย์ลุงของข้าคือซุนจางฉิง ผู้สูงส่งชั้นฟ้าใต้อำนาจมหาชั้นฟ้าต้าวยี่ หากเจ้าปล่อยให้มังกรสมุทรตัวนี้สังหารข้า อาจารย์ข้าจะต้องรู้เรื่องแน่นอน ข้าไม่เชื่อว่าอาจารย์ของเจ้าจะยอมปล่อยให้เกิดเรื่องแย่ๆ กับผู้สูงส่งชั้นฟ้าคนอื่น!!” จ้าววิญญาณสีชาดหน้าซีดและเผยความกลัวตายออกมา

“นอกจากนี้มหาชั้นฟ้าต้าวยี่ก็เห็นแก่พวกพ้องยิ่ง หากอาจารย์ลุงของข้าร้องขอ พวกเจ้าทั้งหมดต้องชดใช้!! หวังหลิน นี่คือราคาที่เจ้ามิอาจแบกรับได้ นั่นคือทั้งโลกถ้ำจะถูกทำลาย!”

“เจ้าไปที่แผ่นดินเซียนดารามาแล้ว ดังนั้นเจ้าต้องรู้เรื่องเหล่ามหาชั้นฟ้า หากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าสาบานว่าจะไม่คิดร้ายต่อแดนสวรรค์อีกและจะออกไปจากโลกถ้ำในทันที”

จ้าววิญญาณสีชาดเปิดเผยเรื่องราวออกมา เขาเชื่อว่าหวังหลินรู้จักเหล่ามหาชั้นฟ้า ดังนั้นจึงมั่นใจว่าคำพูดของเขาจะสามารถยับยั้งอีกฝ่ายได้

พอหลิวจินเปียวได้ยินเช่นนี้จึงมองมาที่หวังหลินโดยไม่รู้ตัว การกระทำเช่นนี้ทำให้จ้าววิญญาณสีชาดมั่นใจมากขึ้น

หวังหลินมีท่าทีแปลกไปเล็กน้อย เขามองจ้าววิญญาณสีชาดที่หวาดกลัวเกินจนใช้วิธีเอาตัวรอดเช่นนี้ หวังหลินยิ้มออกมา

จ้าววิญญาณสีชาดรีบพูด “และหากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะอ้อนวอนอาจารย์ลุงให้พาเจ้าเข้าสำนัก จากนั้นเจ้าก็จะกลายเป็นคนที่อยู่ใต้อำนาจมหาชั้นฟ้าต้าวยี่ เมื่อเจ้าทะลวงระดับบ่มเพาะก็จะสามารถทำอะไรที่ต้องการก็ได้บนแผ่นดินเซียนดารา!”

“ต้าวยี่…มหาชั้นฟ้า เอ…” หวังหลินยืนขึ้นมองจ้าววิญญาณสีชาด ในสายตาของเขาคนผู้นี้ก็คือมดปลวกที่แท้จริง

เซียนหลายคนในแดนสวรรค์ไม่ได้เข้าใจระดับบ่มเพาะของหวังหลินจริงๆ พอพวกเขาได้ยินจ้าววิญญาณสีชาดพูดเรื่องความลึกลับของมหาชั้นฟ้าต้าวยี่ เพียงแค่ชื่อก็ทำให้แต่ละคนจิตใจสั่นเทาได้แล้ว

ปรมาจารย์เต๋าความฝันขมวดคิ้วแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา จ้าวเมฆาใต้เองก็มีสีหน้ามืดมน ความแข็งแกร่งของหวังหลินที่เขาเชื่อถือเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย

“บนแผ่นดินเซียนดารา เดิมทีมีมหาชั้นฟ้าเก้าคน ต้าวยี่นั้นเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด” หวังหลินพูดขึ้นช้าๆ สีหน้าท่าทางยังคงสงบนิ่ง

จ้าววิญญาณสีชาดมีดวงตาเปล่งประกาย เขาเองก็รู้เรื่องนี้เช่นกันและเมื่อได้ยินหวังหลินพูดแบบนี้จึงมั่นใจว่าหวังหลินรู้ดีเรื่องความแข็งแกร่งของมหาชั้นฟ้านั้นมิอาจเทียบกันได้

อย่างไรก็ตามเขาเกิดความลังเลเล็กน้อย น้ำเสียงสบายของหวังหลินตอนที่พูดถึงมหาชั้นฟ้าได้ทำให้จ้าววิญญาณสีชาดรู้สึกเหมือนบางอย่างแย่ๆ กำลังจะเกิดขึ้น

“อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งมหาชั้นฟ้าที่อ่อนแอที่สุดก็มีพลังอำนาจเหนือสรรพสิ่ง” หวังหลินพูดขึ้นช้าๆ แต่วินาทีนั้นน้ำเสียงพลันเปลี่ยนไป

“ทว่าถึงต้าวยี่จะมาที่นี่ด้วยตัวเอง เขาก็ยังต้องถอยทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับข้า ข้ากลัวว่าเขาไม่กล้าออกมาเจอหน้าข้าด้วยซ้ำ” หวังหลินยิ้ม

พอจ้าววิญญาณสีชาดได้ยินเช่นนี้ ดวงตาจึงเบิกกว้าง เขามองหวังหลินเหมือนหวังหลินเป็นคนบ้า ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องอะไรแบบนี้

“เจ้าช่างกล้านัก หากเจ้ากล้าจริงทำไมไม่ไปแผ่นดินเซียนดาราและพูดกับมหาชั้นฟ้าต้าวยี่?” แม้จ้าววิญญาณสีชาดจะหวาดกลัวแต่ต่อหน้าคำพูดโอหังเช่นนี้เขายังหลอกหวังหลินไปด้วย

“ไม่จำเป็นต้องทำให้ยุ่งยาก” หวังหลินไม่ได้รีบเร่ง ในเมื่อจ้าววิญญาณสีชาดกล้าทำลายค่ายกลรอบแดนสวรรค์ การสังหารเขาไม่ได้ลดความโกรธเกรี้ยวของหวังหลินลงไปเลย

“ต้าวยี่ คนผู้นี้พูดว่าอาจารย์ลุงของเขาอยู่ใต้อำนาจเจ้า บอกข้ามาว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่!” หวังหลินสะบัดแขนและเกิดเสียงดังสนั่นกึกก้อง มังกรสมุทรรีบถอยและปรากฏวังวนยักษ์ขึ้นเหนือแดนสวรรค์ วังวนเปิดเป็นทางยาวและทะลวงกฎรอบแผ่นดินเซียนดาราเพื่อเชื่อมต่อ

บนแผ่นดินเซียนดารา ต้าวยี่เพิ่งกลับมาจากทะเลกว้างใหญ่และฉากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เขาเห็นยังอยู่ในใจ เขาไม่กล้าเชื่อแต่ก็รู้ว่าทุกอย่างเป็นความจริง

คนที่แข็งแกร่งที่สุดบนแผ่นดินเซียนดาราไม่ใช่กุ้ยต้าวอีกต่อไปแล้ว แต่คนที่เขาหวาดกลัวก็คือ หวังหลิน!!

ชั่วขณะนั้นท้องฟ้าเหนือสำนักต้าวยี่พลันเปลี่ยนสีสัน ปรากฏวังวนแห่งหนึ่งขึ้นมาและมีเสียงหวังหลินเอ่ยกึกก้องไปทั่ว เขาตกตะลึงที่รู้ว่าร่างกายตนเองไม่สามารถขยับได้และมีสัมผัสวิญญาณกำลังเปล่งพลังแปลกประหลาด เขากำลังถูกดึงเข้าหาวังวน

ภายในวังวนเขาได้เห็นแผ่นดินประหลาดแห่งหนึ่ง ได้เห็นหวังหลินและได้ยินคำพูดของหวังหลิน กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในขอบเหวแห่งความเป็นความตายและโดนหวังหลินควบคุม เพียงแค่หวังหลินคิดก็สามารถสังหารเขาได้แล้ว

จ้าววิญญาณสีชาดมองวังวนที่ปรากฏขึ้นเบื้องบนแดนสวรรค์ของโลกถ้ำ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าหวาดกลัวที่ทำให้เขาสั่นเทาออกมาจากวังวน เขารู้สึกว่ากลิ่นอายนี้อยู่ตรงหน้าไม่ไกลนัก นั่นคือมหาชั้นฟ้าต้าวยี่!!

‘นี่มันเป็นไปไม่ได้…เป็นไปไม่ได้…’

“ไม่มีผู้สูงส่งชั้นฟ้าใต้อำนาจข้าที่รู้จักคนผู้นี้…ได้โปรด…ข้าขอวิงวอนเถิดท่านหวังหลิน…โปรดอย่าโกรธเกรี้ยวเลย…” ต้าวยี่ส่งเสียงขมขื่นดังออกมาจากในวังวน จ้าววิญญาณสีชาดมองเห็นถึงความเคารพและความหวาดกลัวอย่างชัดเจน

‘โกหก…นี่มันโกหก…เป็นไปไม่ได้!’ จ้าววิญญาณสีขาดรู้สึกว่าเขากำลังเป็นบ้า เขาไม่อาจเชื่อเรื่องเหล่านี้ได้

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน