MPESIH 245

“ติ๊ง ตรวจพบค่าความภักดีของหลิวจี๋ ที่มีต่อโฮสต์คือ 93 แต้ม”

 

ฮ่าฮ่า,ในที่สุด หลิวจี๋ ก็ยอมสวามิภักดิ์ต่อฉัน

 

แม้ว่าค่าความภักดี 93 แต้ม จะไม่สูงเป็นพิเศษ แต่ตราบใดที่ผ่านเกณฑ์ 90 แต้ม ก็ยากที่จะทรยศได้

 

ลู่เฟิง ดีใจมาก เขาได้ไปช่วยพยุงหลิวจี๋ขึ้นมาทันที”จากนี้ไปข้าคงต้องรบกวนอาจารย์หลิวแล้ว”

 

“กระหม่อมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเติมเต็มความทะเยอทะยานของพระองค์”หลิวจี๋ ได้ตอบกลับ

 

“ฮ่าฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ!”

 

ลู่เฟิง ได้หัวเราะออกมา”อาจารย์หลิว ท่านติดตามข้าไปที่ เมืองเร้ดเมเปิ้ล เพื่อตรวจดูกองทัพของอาณาจักรอู๋เซียงในเวลานี้”

 

“กระหม่อมรับบัญชา”

 

หลังจาก เขามอบความภักดีให้กับลู่เฟิง ,ลู่เฟิงย่อมต้องให้อีกฝ่ายทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทั่วไปและอาวุธยุทโธปกรณ์ของอาณาจักรก่อนเพื่อที่จะได้รู้ว่าจะต่อสู้อย่างไรในอนาคต

 

ไม่กี่วันต่อมา เต้าเฉียน ได้รับคำสั่งให้นำทหารตันหยางหนึ่งแสนนายมายังเมืองหลวง

 

หลังจากนั้น ลู่เฟิง ได้ให้ เต้าเฉียน รับราชโองการมุ่งหน้าไปยังมณฑลจงซาน จากนั้นเขาก็ส่ง จางฮั่น ไปคุมทัพทหารตันหยาง 100,000 นาย

 

สองวันต่อมา ลู่เฟิง ได้รับข่าวว่าอาณาจักรหงเป่า และ อาณาจักรอู๋เซียง ได้เริ่มทยอยส่งทหารเข้ามาแล้ว

 

และจำนวนนั้นมากมายกว่าที่เขาคิดเอาไว้

 

อาณาจักรหงเป่า ได้ส่งกองกำลังทหาร 3.5 ล้านนายเข้าสู่เมืองฉิวซานอย่างช้า ๆ

 

ในขณะที่ อาณาจักรอู๋เซียง นั้นส่งกองกำลังไปมากกว่า 4 ล้านนาย ด้วยจำนวนเท่านี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการทำลายอาณาจักรหนานหยาน

 

จำนวนทหารของทั้งสองอาณาจักรรวมกันคือ 7.5 ล้านนาย

 

ในอาณาจักรหนานหยานตอนนี้บวกกับการยุยงส่งเสริมจากภายในทำให้ภายในอาณาจักรเกิดความโกลาหลขึ้น

 

กระทั่งนักวรรณกรรมบางคนถึงกับลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ลู่เฟิง โดยการกล่าวหาว่านี่เป็นผลกรรมจากการที่ลู่เฟิงกล้าสังหารปรมาจารย์นิกายดาบวิญญาณ ลู่เฟิง ควรจะออกมาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษด้วยตัวเอง

 

สำหรับคนเหล่านี้ ลู่เฟิง ได้จัดการได้ง่ายมาก

 

คุณพูดในวันนี้ พรุ่งนี้ จินยี่เหว่ย ก็ไปจับกุม อะไรคือการบอกว่า นี่คือผลกรรมจากการสังหารปรมาจารย์นิกายดาบวิญญาณ ? เกี่ยวกับเรื่องการสังหารต่าง ๆ นา ๆ พวกคุณรู้ได้อย่างไร ? หรือว่ามีคนบอก?

 

เขาได้สั่งให้คนไปจับคนเหล่านี้ และ ท้ายที่สุดก็นำกลับมาสอบปากคำ!

 

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างในการจับกุมผู้คน สิ่งสำคัญที่สุด ลู่เฟิง ไม่สามารถปล่อยให้ผู้รู้เหล่านี้อ้าปากเพ่นพล่านไปทั่วได้ เพราะจะทำให้อาณาจักรสูญเสียความเชื่อมั่น

 

หากอาณาจักรสูญเสียความเชื่อมั่น ชะตากรรมของอาณาจักรนี้ย่อมต้องทนทุกข์อย่างแน่นอน!

 

ดังนั้น การจะตัดสินนักวรรณกรรมเหล่านี้ว่าเป็นต้นเหตุการทำลายล้างของอาณาจักรหนานหยาน ก็อาจจะไม่ได้กล่าวเลยตามเลย

 

เกี่ยวกับกลุ่มคนบางคน แน่นอนว่า ลู่เฟิง ไม่ได้ปล่อยให้ จินยี่เหว่ย จับกุมใครก็ได้ทั้งหมดเขาได้ขอให้อีกฝ่ายตรวจสอบเสียก่อน

 

“ฝ่าบาท เสนาบดีซุน และ อาจารย์หลิวต้องการเข้าเฝ้าพระองค์”ในห้องศึกษา เสี่ยวไห่ฉี ได้กล่าวพูดด้วยความเคารพ

 

“ให้พวกเขาเข้ามา”

 

ในไม่ช้า ซุนฮก และ หลิวจี๋ ก็เดินเข้ามา

 

“เฉิน ซุนฮก”

 

“เฉิน หลิวจี๋”

 

“ถวายบังคมฝ่าบาท!”

 

ซุนฮก และ หลิวจี๋ ได้คุกเข่าลง

 

“ลุกขึ้นเถอะ”

 

ซุนฮก และ หลิวจี๋ ได้ลุกขึ้น

 

ลู่เฟิง มองไปที่ พวกเขาและพูดขึ้น”ข้าคาดเดาว่าพวกเจ้าคงได้ยินเรื่องทุกอย่างมาก่อนแล้ว”

 

ซุนฮก ได้ถอนหายใจเบา ๆ “ตอนนี้ อาณาจักรของเราขยับขยายขึ้นก็จริง แต่การเป็นศัตรูกับทั้งสามประเทศก็สร้างปัญหาอย่างมาก ทั้งเวลายังมีผู้คนจงใจก่อกวน ให้ เกิดความโกลาหลภายในอาณาจักรขึ้นอีก”

 

“นี่เป็นเรื่องปกติ ในช่วงเวลาที่ กำลังจะเกิดสงคราม การยุแยงภายในก็เป็นปัจจัยสำคัญนึงของชัยชนะ”

 

ลู่เฟิง ได้ยิ้มและตอบกลับ”ตอนนี้เรามาคุยกันดีกว่าว่าจะจัดการกับปัญหาอย่างไร”

 

ซุนฮก ได้ครุ่นคิดและตอบกลับ”การต่อสู้ ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยจำนวนกองกำลังที่ส่งมาจากอาณาจักรหงเป่า และ อาณาจักรอู๋เซียง นั้นมากกว่าที่เราคิด ดังนั้น กระหม่อมคิดว่าเราควรเปลี่ยนกลยุทธ์บางอย่าง”

 

“ว่ามา”ลู่เฟิง ได้ตอบกลับ

 

“เมื่อสองวันก่อน แม่ทัพเต้าเฉียน ได้นำทหารตันหยาง หนึ่งแสนนายมาที่เมืองหลวง ฝ่าบาทได้ขอให้ แม่ทัพจางฮั่น ไปเป็นแม่ทัพทหารตันหยาง แต่กระหม่อมคิดว่า เราควรส่งทหารตันหยางหนึ่งแสนนายไปที่เมืองฉิวซานและให้แม่ทัพเฟิงเซียวกำกับดูแล”ซุนฮก ได้ตอบกลับ

 

“เพราะอะไร?”

 

“ฝ่าบาททหารตันหยางของพระองค์ มีประสิทธิภาพการรบที่แข็งแกร่งมากและเก่งต่อสู้ในภูมิประเทศที่ยากลำบาก ภูมิประเทศของเมืองฉิวซานนั้นเป็นที่สูงชัน ดังนั้น ทหารตันหยางเหล่านี้ สามารถระเบิดพละกำลังต่อสู้ออกมาได้มากกว่าปกติ และ เฟิงเซียว ก็มีความสามารถในการมองการณ์ไกล เขาสามารถใช้ประโยชน์จากกองทัพตันหยาง 100,000 นายนี้ ได้มากกว่าที่เราคิดอย่างแน่นอน”ซุนฮก ได้ตอบกลับ

 

ลู่เฟิง ได้ครุ่นคิด กั๋วเจีย ถูกเรียกว่า ผีบ้า เหตุผลก็คือ เขามีความคิดมากมายที่ไม่ซ้ำกัน อาจจะเป็นผลดีกว่าหากมอบทหารตันหยาง 100,000 นายให้เขา

 

เขาได้พยักหน้าและตอบตกลง”เข้าใจแล้ว,ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าคงต้องบอกเรื่องนี้แก่แม่ทัพเฒ่าเหลียนป๋อ เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกขุ่นเคืองใจในเรื่องนี้”

 

ความภักดีของเหลียนป๋อนั้นหามิได้ แต่สำหรับเรื่องแบบนี้ ถ้าเขาให้ ทหารกั๋วเจีย 100,000 นายโดยที่ไม่ได้บอกต่อเหลียนป๋อ เหลียนป๋อ ในฐานะ ผู้นำทัพที่นั่น เขาอาจจะเกิดความขุ่นเคืองใจ แต่ถ้า ลู่เฟิง บอกกล่าวต่ออีกฝ่าย บางที เหลียนป๋อ อาจจะไม่คิดมากเรื่องนี้

 

“อาณาจักรอู๋เซียง…”

 

ลู่เฟิง มองไปที่ หลิวจี๋”อาจารย์หลิว ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”

 

หลิวจี๋ ได้ตอบกลับ”ฝ่าบาท แม้ว่ากองทัพของอาณาจักรอู๋เซียง จะมีจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพการรบก็จัดอยู่ในระดับต่ำ กระหม่อมคิดว่าเราต้องรับทหารจากที่ราบลั่วซาน 200,000 นายภายใต้สังกัดของแม่ทัพเกาชุน บวกกับทหารองค์รักษ์ 100,000 นาย และ กองทัพของแม่ทัพเตียวเลี้ยว อีก 550,000 นาย รวมทั้งหมดเป็นทหารชั้นยอด 850,000 นายเท่านี้ เราน่าจะสามารถป้องกันแนวหน้าของเมืองเร้ดเมเปิ้ลได้ และหลังจากที่กระหม่อมเข้าใจโครงสร้างกองทัพของศัตรูแล้ว กระหม่อมมั่นใจว่าจะหาทางจัดการกองทัพทหาร 4 ล้านนายนี้ได้”

 

คำพูดของ หลิวจี๋ ราวกับว่ากำลังดูหมิ่น ทหาร 4 ล้านายของอาณาจักรอู๋เซียง

 

ไม่มีใครไม่รู้ว่าประสิทธิการรบของทหารอาณาจักรอู๋เซียงนั้นต่ำมาก แม้ หลิวจี๋ จะพูดเช่นนี้ หากเขาไม่มั่นใจ ก็คงไม่พูดออกมา

 

ลู่เฟิง ได้ยิ้มและตอบกลับ”ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เอาตามนี้!”

 

“จางฮั่น นำทัพทหารตันหยางหนึ่งแนนายไปที่เมืองฉิวซานโดยเร็วที่สุดและส่งมอบคำสั่งบัญชาการทัพให้กับกั๋วเจีย”

 

“เสี่ยวไห่ฉี,ลงไปแจ้งข่าวให้เกาชุน นำทหาร 200,000 นายมุ่งหน้าไปที่เมืองเร้ดเมเปิ้ลทันที”

 

เมื่อ คำสั่งของ ลู่เฟิง สิ้นสุด ทุกคนก็แยกย้ายกันไป

 

ซุนฮก และ หลิวจี๋ ได้ลงไปเตรียมตัวสำหรับแผนการครั้งนี้

 

ลู่เฟิง ได้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย น่าเสียดายที่ หรานเหมิน และ กองทัพพยัคฆ์ 100,000 นาย ที่นำโดย เสี่ยวจือ ยังมาไม่ถึง มิฉะนั้นทหารในมือของเขาคงมีมากกว่านี้

 

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสั่นศีรษะอย่างช่วยไม่ได้

 

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่เฟิง ได้มาถึงตำหนักห้องนอนของฮวามู่หลาน

 

“ถวายบังคมฝ่าบาท”ฮวามู่หลานในชุดคลุมฟีนิกซ์ได้โค้งคำนับเล็กน้อย

 

ลู่เฟิง มองไปที่ ฮวามู่หลาน และจับมือเธอเบา ๆ “หลานเอ๋อร์ ข้าขอโทษเจ้าด้วย ที่ข้าไม่อาจอยู่กับเจ้าได้นานกว่านี้”

 

ฮวามู่หลาน ได้ยิ้มเล็กน้อย”ฝ่าบาท พระองค์คือจักรพรรดิ ย่อมมีราชกิจจำนวนมากที่ต้องให้จัดการ มิต้องกังวลเกี่ยวกับหม่อมฉันหรอกเพคะ”

 

หลังจากหยุดไปเล็กน้อยฮวามู่หลานก็ตอบกลับ”เพียงแต่ว่าเรื่องที่น่าเสียดายก็คือหม่อมฉันมิอาจอยู่เคียงข้างฝ่าบาทในสนามรบได้อีกต่อไป”

 

ถ้ามู่หลานไม่ใช่ราชินีของลู่เฟิงเธอก็ยังพอออกไปกับเขาได้

 

แต่ตอนนี้เธอเป็นราชินีตำแหน่งสถานะจึงแตกต่างออกไป

 

ลู่เฟิง มองไปที่ เธอและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม”เช่นนั้นเมื่อข้าจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วข้าจะรีบกลับมาหาเจ้า”

 

“หม่อมฉันจะรอพระองค์อยู่ในวัง และขออวยพรให้พระองค์กลับมาอย่างมีชัย”ฮวามู่หลาน หัวเราะเบา ๆ

 

“แน่นอนว่า จะต้องกลับมาอย่างมีชัย แต่ตอนนี้ หลานเอ๋อร์ ของข้า ยังคงต้องให้กำเนิดองค์ชายน้อยให้ข้า!”

 

ลู่เฟิง หัวเราะ และ กดมู่หลานลงไปกับเตียง

 

สำหรับบ่าวรับใช้ในวังพวกเธอออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน