Grasping Evil 212

เมืองเผิงไหล่มีกฏห้ามบิน เว้นแต่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญดวง

 

ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มแต่ละคนที่กลับมายังเมืองเต่าทมิฬ เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆ

 

ยู่หลง! นักปรุงโอสถผันแปรที่ 3 ขั้นสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญ ดวงจิตแรกเริ่มขั้นต้น หนึ่งในนักปรุงโอสถกิตติมศักดิ์ของหอคอยโอสถเหนือ

 

ไม่ว่าจะเป็นฝีมือปรุงโอสถหรือการต่อสู้ ล้วนเป็นที่โปรดปรานของจ้าวหอคอย

 

แต่บุตรชายของมันกลับถูกคนของหอคอยโอสถใต้สังหาร… มันย่อมไม่อาจปล่อยผ่าน เพราะเหตุใดอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าผู้ที่ถูกสังหารเป็นบุตรชายของมัน

 

ยู่หลงจ้องมองหอคอยโอสถใต้ด้วยสายตาเย็นชา

 

ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญแกนทองคำขั้นต้น มีคนแซ่ซัวมากมาย แม้คนเหล่านั้นจะมีตระกูลซัวที่ยิ่งใหญ่หนุนหลัง แต่ยู่หลงก็กล้าสังหารพวกมัน

 

นอกจากโกรธแค้นที่บุตรชายถูกสังหาร มันยังโกรธแค้นที่ต้องพลาดโอกาสในการทะลวงระดับนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4!

 

“เจ้าคงแซ่ซัว ข้าให้เวลาเจ้า 3 ลมหายใจ… ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

 

มันตะหวาดลั่น ยืนมือไพล่หลังกลางนภาอย่างอาจหาญ! แรงกดดันระดับดวงจิตแรกเริ่มปกคลุมท้องฟ้า ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำและประสานวิญญาณจำนวนมากในเมืองนับถือ

 

ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม… ผู้ที่ทำลายแคว้นได้เพียงลำพัง แรงกดดันทรงพลังน่าเกรงขาม ทำให้ผู้ที่สัมผัสถึงไม่อาจต่อต้าน

 

ยู่หลงเผยเจตนาสังหารอย่างชัดเจน หากใครกล้าขวาง ผู้นั้นถือเป็นศัตรู!

 

ด้วยแรงกดันของมัน ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มทั่วไปตกตะลึง… เพราะยู่หลงผู้นี้มีปราณสังหารที่รุนแรงมาก!

 

แต่ชั่วพริบตาถัดมา ทั่วทั้งเมืองเต่าทมิฬกลับเงียบสงัด ดวงตาผู้เชี่ยวชาญทุกคนเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ!

 

แววตายู่หลงแปรเปลี่ยนหวาดกลัวสุดขีด!

 

ผู้เยาว์ในอาภรณ์ขาวปรากฏตัวเบื้องหน้าโดยที่มันรู้ตัว ทั้งใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้หวาดกลัว

 

แรงกดดันของผู้เยาว์เบื้องหน้าหักล้างแรงกดดันของยู่หลงจนหมดสิ้น จนทำให้มันรู้สึกราวกับร่วงหล่นลงเหวลึกกว่าหมื่นจ้าง!

 

มันสัมผัสได้ถึงอันตรายร้ายแรงจนทำให้หัวใจเต้นรัว เหงื่อกาฬไหล่รินเป็นสาย

 

ไม่ผิดแน่! ผู้เยาว์เบื้องหน้าคือผู้ที่สังหารบุตรชายของมัน!

 

แต่…คนที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เหตุใดกลับยิ้ม ทั้งยังไม่อาจสัมผัสถึงพลังของอีกฝ่าย ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงคนธรรมดา! สายตาที่จ้องมองมัน ทำให้รู้สึกราวกับว่าร่างของมันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ปราณในร่างปั่นป่วน!

 

“เจ้า… เจ้า!” จิตใจที่ผ่านการขัดเกลามานับพันปีของมัน สั่นสะท้านด้วยความกลัว

 

มันไม่อาจสัมผัสพลังของคนเบื้องหน้าได้

 

แต่คนผู้นั้นกลับทำให้มันหวาดกลัว

 

“ข้าคือซัวหมิง… ออกมาตามเสียงของเจ้าแล้ว…”

 

ซัวหมิง!

 

ผู้ที่สังหารผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่สุสานนิกายกระถางขัดเกลาก็ชื่อซัวหมิง เมื่อยามที่เกิดเรื่อง ยู่หลงอยู่ระหว่างเก็บตัวฝึกฝน เมื่อออกมาและทราบข่าว มันจึงไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เพราะแม้ซัวหมิงจะน่าสะพรึงกลัว แต่ก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

 

แต่มันคิดผิด มันคิดว่าผู้ที่สังหารบุตรชายคือผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นต้น มันจึงกล้าออกมาถึงที่ แต่ที่ไหนได้กลับเป็นซัวหมิง!

 

นอกจากยู่หลงที่หวาดกลัว! ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ แก่นทองคำ และดวงจิตแรกเริ่มในเมืองก็หวาดกลัว พวกมันเร่งถอยห่างจากทั้งสองอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

ซัวหมิงผู้นั้น แรงกดดันเช่นนั้น สมควรเป็นคนเดียวกันกับข่าวลือที่แพร่ไปทั่วทะเลส่วนนอก

 

ยู่หลงผู้อาจหาญกลายเป็นคนขลาดเขลา

 

ใบหน้าซีดขาวไร้โลหิต สองมือที่ไพล่หลังสั่นเทาไม่อาจควบคุม

 

“ข้าคิดจะฆ่ามันเพื่อทวงความยุติธรรมให้บุตรชาย แต่นี่…”

 

มันแอบตำหนิบุตรชายในใจ

 

มันเป็นผู้เลี้ยงดูมาย่อมรู้จักนิสัยของบุตรชายเป็นอย่างดี เมื่อมันเห็นหนิงฝานพร้อมกับสตรีในอาภรณ์ขาว มันรู้ทักทีว่าบุตรชายของมันเป็นฝ่ายผิด ไม่อย่างนั้น ซัวหมิงผู้นี้คงไม่ลดมือลงมาสังหารผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ

 

บุตรชายสารเลว ถึงกับกล้ายั่วยุตัวหายนะเช่นนี้!

 

แต่เจ้าพวก 3 ตัวที่รอดไปนั้นชั่วร้ายกว่า ถึงกับกล้าไม่ยอมบอกรายละเอียดกับมัน บอกแค่แซ่แล้วตายไป หากมันรู้ว่าผู้ที่สังหารคือซัวหมิง ต่อให้มันกล้าหาญกว่านีอีกหมื่นเท่า มันก็ไม่มาหาเรื่องซัวหมิงแน่

 

“ขออภัยด้วยสหายเต๋า เรื่องนี้ข้าเข้าใจผิดไปเอง! หากข้ารู้ก่อนว่าสหายเต๋าอยู่ที่นี่ ข้าคงไม่กล้ามารบกวน! ข้าต้องขออภัยสหายเต๋าจริงๆ นี่เป็นของแทนคำขอโทษจากข้า!”

 

“แทนคำขอโทษ? แต่บุตรชายท่าน…”

 

แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชาอย่างรวดเร็วราวกับพลิกหน้า หน้าตำรา เจตนาสังหารที่รุนแรงปรากฏ จนทำให้ยู่หลงต้องเร่งโยนกระเป๋าให้

 

“บุตรชายข้าล่วงเกินท่านหมิง มันสมควรตายแล้ว!”

 

ท่านหมิง? สมควรตาย?

 

หนิงฝานเย้ยหยัน ยู่หลงเป็นเพียงคนขี้ขลาด ที่ยอมกล่าวสิ่งใดก็ได้ที่จะทำให้มันรอดชีวิตไป

 

ท่านหมิง? คำว่าท่านในทะเลส่วนนอก ใช้กับเพียงผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ

 

หนิงฝานรับกระเป๋าที่มันโยนมาพลางมองด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

 

“1 ล้านหยกสวรรค์… ชีวิตเจ้ามีค่าแค่นี้เหรอ? แค่นี้ยังไม่พอ จงมาให้ข้าประทับตราวิญญาณ แล้วเป็นทาสของข้าซะ!”

 

เหตุที่หนิงฝานไม่สังหารมัน เป็นเพราะเขาได้ยินมาว่า มันก็เป็นหนึ่งแขกที่ได้รับเทียบเชิญจากนิกายปีศาจสำราญ มันสมควรมีประโยชน์กับหนิงฝาน และอาจช่วยแนะนำบางสิ่ง… ข่าวลือว่านิกายปีศาจสำราญมีพื้นที่กว้างกว่า 1 แสนลี้ ปราณภายในนั้นปั่นป่วน หากเป็นผู้ไม่คุ้นเคยกับที่นั่น ก็ไม่อาจเข้าไปได้

 

“อะไรนะ! ข้า…ข้าก็เป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มเหมือนกัน…” สีหน้ายู่หลงแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง มันเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังในแคว้นระดับล่าง เหตุใดจะยอมเป็นทาสได้

 

“งั้นก็ตาย!”

 

หนิงฝานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มทั้งเมืองปวดหัว รู้สึกราวกับถูกกระบี่ทิ่มแทงจิตวิญญาณ

 

เก้าย่างเหยียบสวรรค์… ก้าวที่หนึ่ง!

 

ระดับของหนิงฝานยามนี้ เพียงก้าวเดียวก็ทำให้ยู่หลงเจ็บที่บริเวณหน้าอก ก่อนกระอักโลหิตอย่างรุนแรง

 

สถานะการณ์ของยู่หลงยามนี้เหมาะกับคำกล่าวที่ว่า 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น แม้มันจะเป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นต้น แต่ไม่คู่ควรพอที่จะยืนต่อหน้าหนิงฝาน!

 

เก่าย่างเหยียบสวรรค์… หาก 9 เดินครบ 9 ครั้ง จะสำแดงวิชากระบี่ที่ทรงพลังออกมา… ก้าวแรกยู่หลงบาดเจ็บ ก้าวที่ 3 ยู่หลงบาดเจ็บสาหัส ก้าวที่ 5 อาจทำให้มันสิ้นชีวิต! หากก้าวครบ 9 ครั้ง ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นกลางก็ไม่รอด!

 

แต่ในขณะที่ยู่หลงกำลังจะกล่าวยอมเป็นทาส แรงกดดันที่ทรงพลัง 3 สายปรากฏ หักล้างก้าวแรกของหนิงฝาน… ชายชรา 3 คนในอาภรณ์ขาว คราม และน้ำตาลปรากฏ พวกมันเป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุด

 

“ที่แท้เป็นสามจ้าวหอคอยโอสถ! สงสัยได้ยินว่ายู่หลงกำลังจะถูกประทับตราวิญญาณจึงเร่งมาดู”

 

เมื่อผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุด 3 คนปรากฏตัว ยู่หลงคิดว่าอีกฝ่ายคงมาช่วย ไม่ให้มันต้องเป็นทาสของซัวหมิง

 

ส่วนหนิงฝานขมวดคิ้ว เมื่อทั้งสามปรากฏตัว

 

ชายชราอาภรณ์ครามมีปราณ 6000 เพราะ อาภรณ์ขาวมี 6500 เกราะ และอาภรณ์น้ำตาล 7000 เกราะ! อีกไม่นานทั้งสามจะถึงจุดตีบตัน

 

“ผู้น้อยยู่หลงคารวะผู้อาวุโสฉิง ผู้อาวุโสเป่ย และผู้อาวุโสเฮ่อ!”

 

ชายชราสองคนพยักหน้า แต่ชายชราในอาภรณ์น้ำตาลกลับมองมันด้วยสายตาเย็นชา

 

“หุบปาก!”

 

ยู่หลงไม่กล้าเอ่ยคำ มันไม่กล้ายั่วยุจ้าวหอคอยเหนือ

 

จ้าวหอคอยตะวันตกและตะวันออกป้องมือให้หนิงฝาน แต่จ้าวหอคอยเหนือกลับกล่าวขึ้น

 

“สหายเต๋าซัวหมิงแข็งแกร่งสมคำร่ำลือ เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นกลางแต่กลับสร้างชื่อไปทั่วทั้งทะเลส่วนนอก… แต่ยามนี้เจ้ากำลังจะข่มเหงคนของวิหารสาบสูญ นับเป็นการดูหมิ่นข้า หากสหายเต๋ายอมรามือ ข้าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แต่หากสหายเต๋ายังยืนยันตามเดิม ข้าก็คงต้องลงมือ!”

 

คำกล่าวของจ้าวหอคอยเหนือเปิดทางให้หนิงฝานถอย

 

แต่ซัวหมิงสังหารผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุดได้ เหตุใดจะสังหารคนเหล่านี้ไม่ได้!

 

ส่วนเรื่องที่หนิงฝานเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 มีเพียงเป่ยเซี่ยวเหมิน โม่หยุน และลู่ซิงเท่านั้นที่รู้ ทั้งสามไม่อยากให้เรื่องที่หนิงฝานเป็นนักปรุงโอสถกิตติมศักดิ์เปิดเผย

 

หากเทียบกันเพียงระดับพลัง ผู้อาวุโสฉิงไม่กลัวซัวหมิง ต่อให้จ้าววิหารสาบสูญมาเอง มันก็ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่ง

 

หนิงฝานขมวดคิ้ว

 

การที่เขายอมไว้ชีวิตยู่หลงก็นับเป็นเรื่องที่หาได้ยากแล้ว แต่ยามนี้ จ้าวหอคอยโอสถเหนือกลับสอดมือ หากมันทำเช่นนี้ที่อื่น มันคงไม่รอด

 

ผู้ที่มีขุมกำลังหนุนหลังย่อมทำตัวถือดี แต่การถือดีต่อหน้าหนิงฝานคือสิ่งที่ผิดมหันต์!

 

ขนาดทหารศิลาหนิงฝานยังกล้าช่วงชิง แม้จ้าวหอคอยโอสถเหนือจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่น แต่หนิงฝานไม่ได้เห็นมันอยู่ในสายตา

 

ผู้ที่จะหยัดยืนอยู่ในทะเลส่วนนอกได้ต้องแข็งแกร่ง

 

เดิมทีหนิงฝานเพียงต้องการเข้าร่วมเป็นนักปรุงโอสถกิตติมศักดิ์ของวิหารสาบสูญ แต่ดูเหมือนตอนนี้คงไม่สั่นสอนจ้าววิหารเหนือไม่ได้แล้ว

 

“ที่ข้ามาวิหารสาบสูญวันนี้ก็เพื่อจะเข้าร่วมวิหารสาบสูญ แต่บุตรชายของยู่หลงกลับกล้าล่วงเกิดภรรยาข้า ทั้งจ้าวหอคอยเหนือยังเห็นดีเห็นงาม… เห็นทีคราวนี้ข้าต้องให้วิหารสาบสูญอธิบาย!”

 

“ฮ่าฮ่า… เจ้าคิดว่าทำได้เหรอ? ดวงจิตแรกเริ่มขั้นกลางแต่กลับคิดรับมือดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุดถึง 3 คน… เจ้าคิดว่าโลกนี้มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง? เจ้าอยากได้คำอธิบายแบบไหน? หยกสวรรค์? โอสถ? หรือเข้าร่วมวิหารสาบสูญ? ฮึ่ม กล้าทำร้ายคนของข้า ทั้งยังกล้าข่มขู่!” จ้าวหอคอยโอสถเหนือกล่าวเย้ยหยัน

 

“ข้าอยากเป็นจ้าวหอคอยโอสถเหนือ!”

 

“ปากดีนัก!”

 

ชายชราเหวี่ยงมือเข้าหาหนิงฝาน ปราณในรัศมีพันลี้แปรเปลี่ยนเป็นห่าพิรุณเพลิงระดมเข้าใส่หนิงฝาน

 

เมื่อศพนางสวรรค์เห็นหนิงฝานตกอยู่ในอันตราย นางเตรียมจะลงมือ หากเป็นนาง สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ง่าย นางจะกลัวแต่เฉพาะหนิงฝาน คนอื่นๆนางไม่กลัว!

 

แต่ก่อนที่นางจะลงมือ หนิงฝานกลับกุมมือน้อยๆของนางไว้พลางส่ายหน้า

 

“รอข้าอยู่ที่นี่นะ”

 

การแสดงออกของนางทำให้หนิงฝานมีความสุขมาก นางไม่ได้เกลียดชังเขาแล้ว

 

เหตุที่หนิงฝานจะลงมือด้วยตนเอง ก็เพราะต้องการตำแหน่งของชายชรา ที่สำคัญ แค่เขาคนเดียวก็เกินพอ

 

ชื่อเสียง กิตติศัพท์ หนิงฝานจะช่วงชิงมันมาให้หมด!

 

เพลิงของชายชราเป็นเพลิงระดับ 4… ‘เพลิงวิญญาณแมงป่อง’ เป็นเพลิงที่ไม่ได้ทรงพลังมากนัก

 

หนิงฝานชี้นิ้ว เพลิงกระดูกขาวและเพลิงปีศาจทมิฬปรากฏ เข้าผสานส่งเสริมจนกลายเป็นเพลิงสีเทาห้อมล้อมท้องนภา

 

สีหน้าชายชราแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง มันคาดไม่ถึงว่าเพลิงวิญญาณแมงป่องของมันถูกพัดหายในพริบตา!

 

แม้เป็นเพลิงระดับ 4 แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเพลิงระดับ 5 ล้วนเป็นได้เพียงมดปลวก!

 

ที่สำคัญ เพลิงระดับ 5 ที่ปรากฏมีด้วยกันถึง 2 ชนิด จ้าวหอคอยคนอื่นๆที่เป็นนักปรุงโอสถล้วนมีความรู้เรื่องเพลิง ดังนั้น เพลิงที่หนิงฝานจุดขึ้นจึงทำให้พวกมันหวาดกลัว

 

เพลิงชีพจรพิภพ เพลิงระดับ 5 แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณยังยากจะหา! แต่หนิงฝานกลับมีในครอบครอง… ยามนี้ หนิงฝานกลัวว่าผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณคนใดในทะเลส่วนนอกจะช่วงเพลิงปีศาจ!

 

“เพลิงชีพจรพิภพ! เพลิงกระดูกขาวและเพลิงปีศาจทมิฬ! เป็นไปไม่ได้! แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณยังยากจะหาเพลิงระดับนี้ เหตุใดเจ้าถึงมีในครอบครอง!”

 

“ไม่เกี่ยวกับเจ้า… วังวนวังกรเพลิงที่ 8!”

 

เพลิงสีเทาหมุนวนอย่างรวดเร็วก่อนแปรเปลี่ยนเป็นมังกรทะยานไปทั่วผืนนภา

 

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว… ข้าจัดการจ้าวหอคอยทุกคนที่อยู่ที่นี่!”…

เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง