สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว 336

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว – บทที่ 336 ทำไมปากล่างแตกล่ะ

แม้ว่าเวินเฉี่ยนจะบอกกับคนภายนอกว่าเธอเป็นคนลาออกจากเครื่องประดับเซิ่งกวางกรุ๊ปเอง แต่ในความเป็นจริง เธอทำอะไรไว้ ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจ

แต่ถึงจะเป็นอย่างนี้ ในตอนนั้นหร่วนซิงหว่านก็ถอนฟ้อง ไม่ได้ไล่ตามให้เธอมารับผิดชอบอีก กับเซิ่งกวางก็จบกันไปด้วยดี ตามกฎการร่วมงานของบริษัท ไม่ได้เปิดเผยเรื่องที่เธอทำต่อสาธารณะ

ซึ่งหลังจากที่เวินเฉี่ยนออกจากเซิ่งกวาง ก็หายเงียบไปพักหนึ่ง

แต่จากพฤติกรรมที่ผ่านมาของเธอแล้ว ไม่อาจรับประกันได้เลยว่าเธอจะแอบเล่นตุกติกในการแข่งขันครั้งนี้หรือเปล่า

หร่วนซิงหว่านได้ยินดังนั้น ก็เม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “ฉันจะระวังค่ะ”

ที่หลินซือมาครั้งนี้ ก็เพื่อมาเตือนเธอ

หลังจากคุยกันพอหอมปากหอมคอ เขาก็ขอตัวกลับ

หร่วนซิงหว่านยืนอยู่ที่เดิมสักพัก แล้วมองเวลา ทำไมตาหมาบ้านั่นยังไม่กลับมาอีก?

เธอกำลังจะออกไปรอเขาข้างนอก แต่คนที่เพิ่งอยู่ในบทสนทนาเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาเสียก่อน

แม้ว่าเวินเฉี่ยนจะไม่ได้แสดงท่าทีอวดดีและดูแคลนเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ท่าทีที่แสดงออกในตอนนี้ก็ไม่ได้ถือว่าดีนัก อีกฝ่ายเอ่ยพูดอย่างเรียบนิ่งว่า “ในที่สุดเราก็กลับมาเจอกันที่การแข่งขันนี้อีกจนได้ คราวนี้ฉันจะทำให้เธอได้รู้ ว่าใครกันแน่คือนักออกแบบที่แท้จริง ไม่เหมือนใครบางคน ที่มาถึงวันนี้ได้ เพราะอาศัยเส้นสายเบื้องหลัง”

แค่เธอมาหา หร่วนซิงหว่านก็รู้แล้วว่าคงไม่ได้พูดอะไรดีๆแน่ๆ

หร่วนซิงหว่านจึงยิ้มออกมา “เอาสิ ฉันเองก็จะทำให้เธอได้เห็นเหมือนกัน ว่านักออกแบบที่ได้ที่หนึ่งในการแข่งขัน เขาอยู่ระดับไหนกัน”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเวินเฉี่ยนก็พลันเปลี่ยน

ถึงไม่อยากยอมรับ แต่เธอก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้ว่า ตอนนั้นเธอได้โควตาไปปารีสก็เพราะเสียบแทนหร่วนซิงหว่านที่ได้ที่หนึ่ง

“คำพูดคำจาดูยิ่งใหญ่จริงๆเลยนะ”

เสียงประชดประชันของผู้ชายแปลกหน้าดังมาจากด้านหลัง

หร่วนซิงหว่านหันไปมอง ก็พบว่าคนที่พูดเมื่อกี้ คือชายลูกครึ่งวัยกลางคนสวมใส่แว่นตากรอบสีทอง

เมื่อเวินเฉี่ยนเห็นเขา ก็ก้มหน้างุดราวกับกำลังเสียใจนักหนา

ดูท่าแล้ว นี่คงจะเป็นอาจารย์ของเวินเฉี่ยนสินะ

โรเบิร์ตมองมาที่หร่วนซิงหว่านอย่างเย็นชา “Ruanใช่ไหม ฉันเคยเห็นผลงานของเธอมาก่อนหน้านี้ แม้จะดูวิเศษ แต่นักออกแบบที่วิเศษกว่าเธอบนโลกนี้ยังมีอีกเยอะ ถ่อมตัวหน่อยก็ดีนะ”

หร่วนซิงหว่านเอ่ยพูดเสียงนิ่ง “ก็ต้องดูด้วยว่าต้องถ่อมตัวกับใคร กับคู่แข่งที่ไม่ควรได้รับความเคารพ ทำไมต้องถ่อมตัวด้วยล่ะ?”

“ความหมายของเธอก็คือ แม้แต่ฉันก็ไม่ควรได้รับความเคารพจากเธองั้นเหรอ?”

“คุณเป็นรุ่นพี่ในวงการนักออกแบบ ฉันควรที่จะเคารพคุณอยู่แล้วสิ เพียงแต่ว่าในเมื่อเป็นถึงรุ่นพี่ คุณเองก็ควรที่จะระมัดระวังคำพูดและการกระทำของคุณด้วยไม่ใช่เหรอ?”

ไหนๆความบาดหมางก็จบลงตั้งนานแล้ว หร่วนซิงหว่านจึงไม่กลัวว่าจะไปขัดใจอะไรพวกเขาในเวลาแบบนี้

ถึงแม้วันนี้จะสวนกลับไม่ได้ หรือเถียงไม่สู้ พวกเขาก็คงไม่วางแผนลอบทำร้ายเธอเพราะเรื่องนี้แล้วล่ะ

หลังจากพูดจบ หร่วนซิงหว่านก็ไม่สนว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยายังไง เธอยิ้มเพียงเล็กน้อย แล้วหันหลังเดินออกไป

โรเบิร์ตมองแผ่นหลังของเธอ ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ “ทำไมเธอแพ้ให้คนอย่างนี้ สามปีที่ฉันสอนเธอมาไม่ได้อะไรเลยเหรอ?”

เวินเฉี่ยนเอ่ยพูดเสียงเบา “อาจารย์เมื่อกี้คุณก็เห็น เธอมากับประธานโจว ฉัน…..”

โรเบิร์ตยิ้มเยาะ “ระบบการแข่งขันในครั้งนี้เป็นแบบสาธารณะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่ายัยนั่นจะยังอาศัยความที่มีคนคอยหนุนหลัง ทำอะไรเหิมเกริมได้ เธอไม่ต้องห่วง ที่หนึ่งในการแข่งขันนักออกแบบในครั้งนี้ต้องเป็นเธอแน่นอน”

ขณะที่พูด โรเบิร์ตหันหน้ามามองเธอ ในแววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน “อย่าทำให้ฉันขายหน้าอีกเด็ดขาด!”

เวินเฉี่ยนแอบกัดฟันเงียบๆ พร้อมกับกำหมัดแน่น “ฉันจะไม่ทำค่ะ”

เมื่อออกมาจากงาน หร่วนซิงหว่านก็ยืนอยู่ข้างบันได หยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมโทรหาโจวฉือเซิน ทว่าเสียงของชายหนุ่มกลับดังขึ้นมาก่อน “ผมบอกให้รออยู่ข้างในไม่ใช่หรือไง ทำไมออกมาก่อน”

หร่วนซิงหว่านเก็บโทรศัพท์ มองมาที่เขา “ที่สตูดิโอยังมีงาน ฉันต้องกลับไป”

โจวฉือเซินเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวผมไปส่ง”

พวกเขาไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว หร่วนซิงหว่านจึงไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแค่เอ่ยขึ้นมาว่า “แล้วรถฉันจะทำยังไง?”

โจวฉือเซินหันไปมองหลินหนาน อีกฝ่ายรับคำสั่งในทันที “คุณหร่วน ส่งกุญแจรถมาให้ผมก็ได้ครับ”

เหอะ อุบายของคู่รัก น่าเบื่อสุดๆ

ขับรถมาได้สักพัก หร่วนซิงหว่านกลับพบว่าไม่ใช่ทางกลับไปสตูดิโอ จึงหันมาถามเขา “นี่เราจะไปไหน?”

“กินข้าว”

หร่วนซิงหว่านเบ้ปาก ตาหมาบ้านี่คงยังไม่ได้กินข้าวล่ะสิท่า

เธอเอ่ยถามขึ้นมาว่า “ช่วงนี้ประธานโจวยุ่งมากเลยเหรอ?”

โจวฉือเซินเลิกคิ้ว “ไม่เท่าไหร่”

“แล้วทำไมคุณไม่กินข้าว?”

“ไม่อร่อยเท่าคุณทำ เลยไม่อยากกิน”

หร่วนซิงหว่าน “…….”

เธอหน้าแดงอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้ถามขึ้นมาว่า “ช่วงนี้ประธานโจว….เข้าคอร์สอบรมอะไรหรือเปล่า?”

โจวฉือเซินเอ่ยถาม “อะไร?”

“ก็….พวกสอนให้พูดจาเลี่ยนๆอะไรพวกนั้นไง” หร่วนซิงหว่านพูดอยู่ ก็หยุดไปสักพักแล้วพูดขึ้นมาอีกว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆล่ะก็ รีบถอยออกมาเถอะ อย่าไปเปลืองเงินกับอะไรแบบนั้นเลย ถ้ามันจะฝืนขนาดนี้ล่ะก็ฉันให้กำลังใจคุณเต็มสองถังแทนก็ได้”

โจวฉือเซิน “?”

……

หลังจากกินข้าวเสร็จ โจวฉือเซินมาส่งหร่วนซิงหว่านที่สตูดิโอแล้วก็กลับไป

ช่วงนี้ที่โจวซื่อกรุ๊ปค่อนข้างยุ่ง ไม่อย่างงั้นเขาคงไม่ได้หาหร่วนซิงหว่านสามวันครั้งอย่างนี้หรอก

แต่ถึงตาหมาบ้าจะไม่มาหาบ่อยๆ หร่วนซิงหว่านก็ไม่ได้อยู่อย่างสงบเสียเท่าไหร่ อย่างตอนอยู่ในรถเมื่อกี้เธอก็ต้องชดใช้ให้กับความปากไวของเธอไปหนึ่งกรุบ

เธอเดินเข้ามาในสตูดิโอได้ไม่ทันไร เพ้ยซานซานก็เดินเข้ามาหา ส่งกุญแจให้เธอ พร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาให้ “นี่ไปเดทกันสองคนที่ไหนมาอีก? ถึงได้ให้ผู้ช่วยตาหมาบ้านั่นขับรถกลับมาให้”

หร่วนซิงหว่านหลบสายตาเธอ พูดอึกๆอักๆว่า “ก็…ก็แค่ไปกินข้าวเที่ยงเฉยๆ จะเอาเวลาที่ไหนไปเดทล่ะ……”

ขณะที่พูด เธอก็เตรียมวิ่งไปที่ห้องทำงาน

เพ้ยซานซานสังเกตเห็นได้อย่างตาไว “ทำไมปากล่างแกแตก?”

หร่วนซิงหว่าน “…….”

ไม่ได้แตกแค่ปากนะ แม้แต่….ตรงหน้าอกก็แอบเจ็บแปล็บๆ

ตาหมาบ้า!

หร่วนซิงหว่านพูดอย่างกำกวม “ตอนกินข้าวไม่ทันระวังเลยเผลอกัดเข้าน่ะ เอ่อ ตอนบ่ายฉันต้องวาดแบบร่างอีกสองชุด ไม่คุยกับแกแล้ว ฉันจะไปทำงาน”

พูดจบเธอก็รีบเผ่นหนี

เมื่อมาถึงห้องทำงาน หร่วนซิงหว่านก็ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องการแข่งขันอีกแล้ว เธอต้องทำงานที่มีอยู่ในมือให้เสร็จก่อน หลังจากนั้นถึงจะมีเวลาไปเตรียมเรื่องการแข่งขันได้

ตกเย็น เมื่อกลับมาถึงตระกูลหลิน ในตอนที่เธอกำลังจะขึ้นไปข้างบน ก็ถูกหลินจื้อหย่วนเรียกเอาไว้ เขาเป็นฝ่ายชวนเธอคุยก่อนอย่างไม่เคยทำมาก่อน “ซิงหว่าน ได้ยินจืออี้บอกว่า เธอเข้าร่วมแข่งขันนักออกแบบเหรอ?”

เมื่อเจอคำถามใส่ใจอย่างกะทันหันของเขา หร่วนซิงหว่านก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีอะไรแน่นอน

เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย “ใช่ค่ะ”

หลินจื้อหย่วนเอ่ยขึ้น “ฉันเคยเห็นงานออกแบบของเธอมาก่อน ครั้งนี้เธอต้องชนะแน่ๆ”

“ขอบคุณค่ะ”

หร่วนซิงหว่านกำลังจะขึ้นไปข้างบน หลินจื้อหย่วนก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ถ้าพรุ่งนี้เธอมีเวลาว่าง ไปที่ที่หนึ่งกับฉันได้ไหม”

ไม่รอให้หร่วนซิงหว่านตอบกลับ เขาก็พูดต่อว่า “ถึงยังไง เธอก็ควรไปให้เห็นหน่อย”

ประโยคหน้าคือการถาม ส่วนประโยคหลังคือการบังคับ

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน