สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว 316

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว – บทที่ 316 นี่คือความตื่นเต้นที่เธอกำลังมองหาอยู่หรือเปล่า?

ในตอนกลางวัน ในตอนที่หร่วนซิงหว่านเพิ่งจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมา

มีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นมาว่า “เสร็จแล้วหรือยัง?”

หร่วนซิงหว่านมองเวลาและพูดว่า “รอฉันอีกครึ่งชั่วโมงนะ”

เธอยังต้องจัดการกับเรื่องบางเรื่องในที่ทำงานอีกนิดหน่อย

โจวฉือเซินพูดออกมาว่า “ได้”

หลังจากวางสายโทรศัพท์ หร่วนซิงหว่านก็เดินออกไปจากห้องทำงาน

แม้ว่าสตูดิโอจะไม่ใหญ่โต แต่ก็มีของต่างๆ มากมายทั้งภายในและภายนอก

ก่อนหน้านี้เพ้ยซานซานเป็นคนจัดการของพวกนี้ แต่ตอนนี้หร่วนซิงหว่านต้องเป็นคนจัดการมันเอง

หลังจากที่เธอจัดการทุกอย่างเวลามันก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว

เธอหยิบของออกมาจากห้องทำงานและวิ่งออกไปโดยไม่หาอะไรทั้งนั้น พอออกมาด้านหน้าก็เห็นโรลส์-รอยซ์สีดำคันหนึ่งจอดรออยู่

หร่วนซิงหว่านเปิดประตูและเข้าไปนั่ง ขาดเข็มขัดนิรภัยแล้วพูดว่า “เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ”

“ทานข้าวก่อนไหน?”

“ได้……รอเดี๋ยว กลับบ้านก่อนได้ไหม ฉันยังไม่ได้หยิบของที่เตรียมไว้เมื่อวานมาเลย”

โจวฉือเซินเอียงศีรษะเล็กน้อย “มองไปด้านหลังสิ”

หร่วนซิงหว่านเองก็หันกลับไปและเห็นว่าอาหารถูกบรรจุอย่างเรียบร้อยในภาชนะใส่อาหาร

เธอยิ้มออกมาที่มุมปาก และหลังจากนั้นสองวินาทีเธอก็หยุดยิ้มและคิดถึงหน้าตาของอาหารในตอนนี้

โจวฉือเซินมองไปที่เธอและถามว่า “มีอะไรงั้นเหรอ?”

หร่วนซิงหว่านยิ้มออกมา เธอก็ไม่อยากจะทำลายน้ำใจของเขา “ไม่มีอะไร พวกเราไปทานข้าวก่อนเถอะ ทานเสร็จแล้วจะไปไหนต่อ?”

“เดี๋ยวไปถึงแล้วก็รู้เอง”

จากนั้นรถก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไป ตอนนั้นหร่วนซิงหว่านเพิ่งจะพบว่าวันนี้โจวฉือเซินไม่ได้สวมสูท แต่เป็นชุดลำลองเรียบง่าย ถ้าหากไม่นึกถึงความเย็นชาที่ผ่านมาในอดีต ตอนนี้เขาดูผ่อนคลายกว่าเดิมมาก

เมื่อเห็นสายตาของหร่วนซิงหว่าน โจวฉือเซินก็หน้ามาและพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่ขี้เล่น “มองแบบนี้ อยากจะกินข้าวหรือว่ากินฉันกันแน่?”

หร่วนซิงหว่าน “……”

ตาบ้านี่ไม่พูดอะไรจะดีมากเลย

พูดออกมาแต่ละคำทำให้เสียบรรยากาศจริงๆ

ที่ร้านอาหารใกล้ๆ หลังจากที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้วหร่วนซิงหว่านก็ก้มมามองเวลา ตอนนี้ก็ปาเข้าไปบ่ายสามแล้ว

ถ้าหากไม่รีบจะต้องมืดแน่ๆ

หลังจากที่ออกจากร้านอาหาร หร่วนซิงหว่านเห็นตาบ้าค่อยๆ เดินออกมา เธอจึงเดินเข้าไปจูงมือของเขาไปด้านหน้าและพูดว่า “เร็วหน่อย!”

ชายหนุ่มหมวดคิ้วและพูดออกมาว่า “ทำไมต้องรีบขนาดนี้?”

“……รีบกลับไปนอนหรือไง”

โจวฉือเซินพลิกมือและจับมือของเธอไว้แทน จากนั้นก็ก้าวไปด้านหน้าด้วยความเร็ว

หลังจากผ่านไปแล้วครึ่งชั่วโมง รถก็ได้มาจอดอยู่ที่หน้าสโมสรใหญ่

ดูจากท่าทางแล้วโจวฉือเซินน่าจะมาที่นี่บ่อยๆ เขาพาเธอเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล

หร่วนซิงหว่านเดินตามหลังเขาเข้าไป มองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่มันใหญ่มาก ดูด้วยตาก็น่าจะประมาณสองสามพันตารางเมตร

โจวฉือเซินพูดออกมาว่า “อยากตีกอล์ฟหรือขี่ม้า?”

หร่วนซิงหว่าน “……”

เมื่อนึกถึงฉากที่รีสอร์ทก่อนหน้านี้ หร่วนซิงหว่านไม่อยากเลือกอันไหนเลย

เธอเห็นแผนที่ขนาดใหญ่บนผนังข้างๆ เธอปล่อยมือของโจวฉือเซินและเดินออกไป เมื่อเห็นว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่สนามกอล์ฟหรือสนามขี่ม้าเท่านั้น แต่มันยังมีสถานที่ไต่ผา สนามยิงปืน……แม้แต่สนามแข่งรถก็ยังมี

มันเป็นที่ที่มีไว้ให้คนรวมมาเผาเงินจริงๆ

หร่วนซิงหว่านมองไปที่โจวฉือเซินและพูดออกมาว่า “เลือกอย่างอื่นไม่ได้แล้วเหรอ? ฉันอยากไต่ผา อันนี้มันน่าตื่นเต้นมากกว่า”

ชายคนนั้นนำมือเข้าไปล้วงกระเป๋า และพูดออกมาว่า “ผมทำเป็นแค่สองอย่างนี้เท่านั้น”

หร่วนซิงหว่านยิ้มออกมาที่มุมปาก เธอไม่ได้สนใจเขาและเดินตรงไปที่สนามไต่ผา “สถานที่ใหญ่ขนาดนี้มันจะต้องมีโค้ชอยู่แล้ว ไปหาโค้ชกันเถอะ”

โจวฉือเซินเลียริมฝีปากบางๆ ของเขา “มีแต่โค้ชหนุ่ม ไม่กลัวถูกเอาเปรียบเหรอ”

เห็นได้ชัดว่าคนที่จะเอาเปรียบมันคือเขามากกว่าไม่ใช่หรือไง?

เมื่อหร่วนซิงหว่านนึกถึงตอนที่ตาบ้านี่สอนเธอตีกอล์ฟเมื่อครั้งที่แล้ว เธอถูกเขาเอาเปรียบไปหลายครั้ง แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

สิ่งทำให้เธอไม่สนใจที่จะไปตีกอล์ฟอีกเลย

แต่สิ่งที่หร่วนซิงหว่านคิดไม่ถึงก็คือ ในตอนที่เธอเดินเข้าไปในสนามไต่ผาเธอก็เห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่

นี่มัน……

มันเป็นที่ที่คนรวยเอาเงินมาเผาอย่างแท้จริง

ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกเสียใจที่เธอเลือกมาที่นี่

หลินจืออี้ปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดอยู่ที่เอวของเธอ ในตอนที่เธอหันกลับมาและเช็ดเหงื่อเธอก็เผชิญกับหร่วนซิงหว่านเข้าทันที

เธอพ่นลมหายใจออกมา โยนผ้าเช็ดเหงื่อที่อยู่ในมือทิ้งและพูดออกมาว่า “ที่นี่เป็นที่ที่ใครจะเข้ามาก็ได้จริงๆ ”

เพื่อนของหลินจืออี้ที่มากับเธอต่างพากันมองตาสายตาของหลินจืออี้ เมื่อเห็นสภาพของหร่วนซิงหว่านพวกคุณก็อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางดูถูก

ในตอนนั้น โจวฉือเซินที่ยืนอยู่ด้านหลังของหร่วนซิงหว่านมีท่าทางเยือกเย็นขึ้นมาทันที

เมื่อพวกคุณเห็นแบบนั้นก็ค่อยๆ เก็บสายตาของพวกคุณ

โค้ชที่อยู่ข้างๆ พูดออกมาว่า “คุณหลิน ต้องการลองอีกไหม?”

หลินจืออี้พ่นลมหายใจออกมา “ไม่เอาแล้ว ไม่สนุก น่าเบื่อจริงๆ ”

พูดจบเธอก็หยิบของและเดินจากไป

เพื่อนของเธอที่มาด้วยกันก็รีบตามไปทันที

หลังจากที่พวกคุณไปจนหมดแล้ว เสียงของโจวฉือเซินก็ค่อยๆ ดังขึ้น “นี่คือความตื่นเต้นที่กำลังมองหาอยู่เหรอ?”

หร่วนซิงหว่านกัดฟันและพูดว่า “หุบปาก!”

เธอจะไปรู้ได้ยังไงว่าจะโชคร้ายมาเจอหลินจืออี้ที่นี่

ตาบ้านี่ยังจะมาพูดแบบนี้อีก

โจวฉือเซินยิ้มและพูดออกมาว่า “ยังจะเล่นอีกไหม?”

“เล่น! ทำไมจะไม่เล่น!”

ถ้าหากเธอถอนไปตอนนี้มันก็เท่ากับว่าเธอกลัว

ในตอนที่โจวฉือเซินเดินไปข้างหน้า โค้ชก็หยิบอุปกรณ์ออกมาสอง “ประธานโจว”

โจวฉือเซินหยิบอุปกรณ์มาเพียงชุดเดียวเท่านั้นและบอกให้โค้ชออกไป

เขาสวมอุปกรณ์ต่างๆ ให้หร่วนซิงหว่าน หร่วนซิงหว่านก็มองมาที่เขาด้วยสีหน้าสงสัย “ไหนคุณบอกว่าคุณเล่นไม่เป็น”

“มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายเป็นใคร”

ตาบ้านี่มันจริงๆ เลย

หลังจากที่สวมอุปกรณ์ทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โจวฉือเซินก็สอนวิธีการไต่ผาให้กับเธอ บอกกับเธอว่าตรงไหนควรใช้แรงอย่างไร สุดท้ายเขาก็ถอยมาด้านหลัง “เริ่มได้แล้ว”

หร่วนซิงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ใช้เท้าเหยียบไปตรงที่นูนๆ อันหนึ่ง จากนั้นก็ใช้มือไปจับอีกอันไหน

ตอนนี้เธอเริ่มไต่ขึ้นไปแล้ว

ในตอนที่เธอเพิ่งจะไต่ขึ้นไปได้ประมาณ 2-3 เมตร เธอก็รู้สึกว่าขาของเธอสั่นเล็กน้อย

ในตอนที่เธอคิดว่าควรจะลงหรือไปต่อดี เธอก็ได้ยินโจวฉือเซินเดินไปคุยกับโค้ชคนก่อนหน้านี้ว่า “เมื่อกี้หลินจืออี้ไต่ขึ้นไปสูงได้แค่ไหน?”

โค้ชไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร ทั้งๆ ที่เขาพาผู้หญิงคนหนึ่งมาที่นี่ แต่ทำไมถึงไปถามถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เขายิ้มและพูดออกมาว่า “คุณหลิน……น่าจะประมาณ 10 เมตรได้”

“เอ๋?”

โจวฉือเซินไม่ได้พูดอะไร

หร่วนซิงหว่านได้ยินอย่างนั้นก็กัดฟันแน่นและปีนขึ้นไปทันที

แต่นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกในการไต่ผาของเธอ กำลังและเทคนิคยังไม่ค่อยดี ไต่ขึ้นไปได้มากที่สุดก็อีกไม่เกิน 1 เมตร จากนั้นก็ไปไม่เป็นแล้ว

เมื่อเธอมองลงมาด้านล่างเธอก็พบว่ามันสูงขึ้นจากพื้นขนาดนี้เลยเหรอ

และโค้ชที่เพิ่งจะคุยกับโจวฉือเซินเมื่อกี้ไปไหนแล้ว

ตอนนี้เหมือนกับว่าจะมีคนอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว นั่นก็คือตาบ้าโจวฉือเซิน

ราวกับว่าเขากำลังรอเธอขอความช่วยเหลือ

หร่วนซิงหว่านไม่สามารถพูดแบบนั้นออกไปได้ เธอพิงเข้าไปกับกำแพง หายใจหอบและไม่เคลื่อนไหว

ไม่นานเสียงของโจวฉือเซินก็ดังขึ้นมา “ไม่อยากลงมาเหรอ?”

หร่วนซิงหว่านกัดฟันและพูดออกไปว่า “ไม่ละ ทิวทัศน์ด้านบนมันสวยดี”

“งั้นเธอจะอยู่ทั้งบ่ายเลยเหรอ?”

หร่วนซิงหว่านเงียบไปครู่หนึ่ง และตัดสินใจที่จะลงมา “ฉันจะลงไปได้อย่างไง”

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน