สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว 309

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว – บทที่ 309 กลิ่นของอาหารกระป๋อง

วันต่อมา เมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น หร่วนซิงหว่านก็สะดุ้งตื่นทันที ปกติแล้วเธอจะตั้งมันไว้บนหัวนอน แต่เมื่อเธอนำมือคลำไปกลับไม่เจอ

เธอหลับตาและลองฟังมันให้ดีๆ พบว่าเสียงของนาฬิกาปลุกมันไม่ได้ดังมาจากในห้องนี้

ในตอนที่หร่วนซิงหว่านกำลังเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ เอวน้อยๆ ของเธอก็ถูกอ้อมแขนรัดเอาไว้ทำให้เธอต้องกลับไปที่เดิมอีกครั้ง

หร่วนซิงหว่านไม่ทันได้เตรียมตัว ตอนนี้ร่างของเธอก็ไปอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มคนนั้นอีกแล้ว

โจวฉือเซินจูบเธอที่หลังใบหูของเธอ จากนั้นก็พูดออกมาด้วยเสียงที่ดูเหนื่อยเล็กน้อย “นอนต่ออีกหน่อยได้ไหม”

“ฉันจะไปปิดนาฬิกาปลุก” จากนั้นหร่วนซิงหว่านก็พูดออกมาอีกครั้งว่า “แปดโมงแล้ว คุณไม่ไปบริษัทเหรอ?”

“ผมไม่อยากไป”

หร่วนซิงหว่านพูดออกมาเบาๆ ว่า “แต่ฉันต้องไปทำงาน”

หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีโจวฉือเซินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา และพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “ดูท่าทางมีพลังเต็มร้อยเลย แต่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนใครเป็นคนขอร้องผมว่าพอได้แล้ว พอได้แล้ว?”

หร่วนซิงหว่าน “……”

ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมา “นี่มันก็เช้าแล้วนะ พูดจาให้มันเหมือนคนหน่อยเถอะ”

“ผมมันไม่ใช่คนอยู่แล้ว จะไปพูดจาเหมือนคนได้อย่างไง”

ในระหว่างที่พูด มือของชายหนุ่มก็เคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ มันค่อยๆ คืบคลานลงไปด้านล่าง

หร่วนซิงหว่านรีบพูดออกมาทันที “นี่คุณ……”

ชายหนุ่มจูบไปที่ต้นคอของเธอเบาๆ จากนั้นก็พูดออกมาว่า “อีกเดี๋ยวค่อยไป ที่ทำงานของคุณก็มีพนักงานอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง?”

“นั่นมันก็……”

เธอยังไม่ทันพูดจบแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นมาอีกแล้ว

ไม่นาน เวลาช่วงเช้าก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในตอนที่หร่วนซิงหว่านมาถึงที่ทำงานมันก็ปาเข้าไปบ่ายโมงแล้ว

เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว และในใจของเธอก็สาปแช่งตาบ้านั่นครั้งแล้วครั้งเล่า

เพ้ยซานซานนั่งอยู่ที่แผนกต้อนรับ เมื่อเห็นหร่วนซิงหว่านเดินเข้ามาด้วยท่าทางหนักหน่วง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นก็เดินตามเธอเข้าไปที่ห้องทำงาน

ในตอนที่หร่วนซิงหว่านหันหน้ากลับมาก็เห็นเพ้ยซานซานยืนอยู่ด้านหลัง เธอตกใจเล็กน้อย มือของเธอแตะไปที่อกอย่างไม่รู้ตัวและพูดออกมาว่า “เธอจะทำอะไร”

เพ้ยซานซานปิดประตูห้องทำงาน จากนั้นก็ลากเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ด้านหน้าของหร่วนซิงหว่าน ขยิบตาแล้วพูดว่า “เมื่อคืนรู้สึกอย่างไงบ้าง?”

เมื่อหร่วนซิงหว่านถูกเธอมองด้วยสายตาแบบนี้ก็รู้สึกอึดอัด เธอนั่งลงไปและลูบจมูกของเธอ “อะไร……”

“เธอจะย้ายไปที่บ้านตระกูลหลินเมื่อไหร่ ฉันคิดว่าคืนนี้ฉันก็คงจะไม่กลับไปหรอก จะปล่อยให้เธออยู่กับประธานโจวอีกสักหน่อย ฉันกลับไปไม่เพียงแต่จะไปรบกวนพวกเธอเท่านั้น แต่อาจจะทำให้ความเมตตาที่ประธานโจวมีต่อฉันต้องสูญเปล่า”

หร่วนซิงหว่าน ” ……”

เธอขยับคอของเธอ จากนั้นก็พูดออกมาเหมือนโกรธว่า “พูดจาไร้สาระ”

เพ้ยซานซานถอนหายใจ “ก็ได้ ฉันพูดจาไร้สาระ แต่ที่คอของเธอมีรอยอยู่นะ”

เมื่อหร่วนซิงหว่านได้ยินอย่างนั้นก็รีบดึงคอเสื้อขึ้นทันที

ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น วันนี้เธอตั้งใจที่เลือกเสื้อคอเต่ามาโดยเฉพาะ และก่อนจะออกมาจากบ้านเธอก็ดูแล้วดูอีกว่ามันสามารถปกปิดรอยต่างๆ เอาไว้ได้

เพ้ยซานซานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ฉันล้อเล่น”

หร่วนซิงหว่านตีไปที่แขนของเพ้ยซานซานด้วยความโกรธเบาๆ จากนั้นก็พูดออกมาว่า “ฉันจะทำงานแล้ว เธอออกไปทำงานของเธอเถอะ”

เพ้ยซานซานยืนขึ้น “ได้จ้า! เอ่อ แต่ว่าเมื่อไหร่เธอจะย้ายบ้าน ครอบครัวของฉันมีเรื่องนิดหน่อย สองสามวันนี้ฉันต้องกลับไปสักหน่อย”

หร่วนซิงหว่านถามออกมาว่า “มีเรื่องอะไรเหรอ?”

“มันก็ไม่ได้อะไรมาก แม่ของฉันเจ็บข้อเท้า หมอบอกว่าต้องอยู่โรงพยาบาลสองสามวัน พ่อของฉันคนเดียวก็ไม่สามารถดูแลแม่ได้ และฉันเองก็ไม่ได้กลับบ้านมานานมากแล้ว ดังนั้นจึงใช้โอกาสนี้กลับไปดูแลพวกเขาสักหน่อย”

หร่วนซิงหว่านพยักหน้า “งั้นเธอก็กลับไปเถอะ ฉันก็น่าจะ……อีกประมาณสองสามวันถึงจะย้าย”

“งั้นก็พอๆ กัน ฉันได้คุยกับเจ้าของห้องเช่าเอาไว้แล้วว่าขอเลื่อนเวลาออกไปอีกสักหน่อย รอฉันกลับมาก่อนแล้วค่อยย้าย”

ในตอนที่เพ้ยซานซานกำลังจะย้ายบ้านตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนหรือกำลังทำอะไรอยู่ เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดออกมาว่า “งั้นตอนที่เธอจะย้ายบ้านก็ให้โทรไปหาเสี่ยวเฉิน บอกให้เขามาช่วยเธอย้ายของ”

“แล้วถ้าเสี่ยวเฉินถามฉันว่าเธอไปไหน ฉันจะต้องตอบว่ายังไง?”

หร่วนซิงหว่านเงียบไปครู่หนึ่ง

เธอเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปเลย

เพ้ยซานซานตบไปที่ไหลของเธอจากนั้นก็พูดออกมาว่า “แค่ย้ายบ้านเอง ฉันแค่หาบริษัทช่วยย้ายบ้านก็ได้แล้ว ไม่เห็นมีอะไรน่ากังวลเลย”

ไม่ทันรอให้หร่วนซิงหว่านตอบกลับ เพ้ยซานซานก็พูดออกมาอีกว่า “ถ้าหากที่บริษัทไม่มีเรื่องอะไรแล้ว งั้นคืนนี้ฉันจะกลับไปเลยนะ”

“ได้” หร่วนซิงหว่านพูดออกมา “เธอกลับไปเถอะ มีฉันอยู่ที่นี่ทั้งคน”

เพ้ยซานซานบอกว่าจะกลับก็กลับไปทันที เธอจองตั๋วเดี๋ยวนั้นและกลับไปเก็บของ

ในตอนที่เธอลากกระเป๋าออกมาจากประตูและมารออยู่ด้านหน้าลิฟต์ จากความเงียบเธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างๆ ประตูบ้านของDanielเปิดออกมา

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกเพ้ยซานซานก็ลากกระเป๋าของเธอเข้าไปด้านใน แต่เหมือนพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งเธอ ทำให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องไม่คาดฝัน

ล้อของกระเป๋าลากของเธอติดอยู่ในรางของประตูลิฟต์

เพ้ยซานซานพยายามดึงมันขึ้นมาแล้วหลายครั้งแต่มันก็ยังไม่หลุดออกมา

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ร่างของDanielก็ปรากฏออกมาอยู่ด้านหน้าของเธอ เขามองมาที่เธอ จากนั้นก็ก้มลงไปมองล้อของกระเป๋าลากที่กำลังติดอยู่ “ต้องการความช่วยเหลือไหม?”

เพ้ยซานซานยิ้มออกมา “งั้นก็ขอรบกวนหน่อย”

Danielยกมือขึ้นและยกกระเป๋าของเพ้ยซานซานขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับว่ามันไม่ได้กำลังมีปัญหาอะไร จากนั้นก็วางลงข้างๆ เท้าของเพ้ยซานซาน

เพ้ยซานซาน “……”

มีอะไรหรือเปล่า?

มันเหมือนกับว่าเป็นการจงใจของเธอ

หลังจากที่เพ้ยซานซานกดลิฟต์ลงไปที่ชั้นหนึ่งแล้วเธอก็เดินไปที่มุมของลิฟต์ จากนั้นDanielก็กดลงไปที่ชั้นใต้ดิน

ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมา

เพ้ยซานซานจับมือของตัวเองอย่างอึดอัด ในใจของเธอปลอบใจตัวเองไม่ยอมหยุด นี่น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะได้เจอกัน หลังจากที่เธอกลับมาเธอก็น่าจะย้ายบ้านทันที

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที จู่ๆ Danielก็พูดออกมาว่า “คุณ……คุณจะไปไหนเหรอ?”

เพ้ยซานซานทำท่าทางนิ่งสงบและพูดออกมาว่า “อ๋อ ฉันจะกลับบ้าน”

ทั้งสองคนก็เงียบไปอีกครั้ง

ในตอนนั้นประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ พวกเขาน่าจะเป็นครอบครัวใหญ่

เพ้ยซานซานหลบไปชิดที่ขอบของลิฟต์ Danielเองก็ถอยมาอยู่ข้างๆ เธอ

จากเดิมลิฟต์ที่แคบอยู่แล้วก็แคบยิ่งไปอีก ก่อนหน้านี้เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาระยะห่างจากเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะใกล้มาก เหมือนกับว่าเธอได้กลิ่นจางๆ มาจากร่างกายของเขา

ไม่ใช่ นี่มันคือกลิ่นของอาหารกระป๋อง

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เพ้ยซานซานก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

ในตอนที่เธอเงยหน้าขึ้น เธอก็บังเอิญไปจ้องมองด้วยตาที่ล้ำลึกของDanielพอดี

เธอหยุดยิ้มทันที กระแอมออกมา และมองไปทางอื่นอย่างเฉยเมย

ไม่นานลิฟต์ก็มาหยุดลงที่ชั้นหนึ่ง

เพ้ยซานซานเองก็ไม่คิดที่จะกล่าวลากับDanielแล้ว เธอรีบเดิมตาคนกลุ่มนี้ออกไปทันที

Danielมองไปที่เงาหลังของเธอ จากนั้นก็เกาไปที่คิ้วของเขา

ประตูลิฟต์ปิดลงอีกครั้ง

หลังจากที่เพ้ยซานซานออกมาจากที่พักก็พบว่าด้านนอกมีฝนตกอยู่พอดี เมื่อสักครู่เธอเองก็รีบจึงลืมที่จะพกร่มติดตัวมาด้วย

เธอใช้มือข้างหนึ่งบังศีรษะของตัวเองไว้ จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งในการใช้โทรศัพท์ออกมาเรียกรถ

มันไม่ง่ายเลยสำหรับการเรียกรถ เนื่องจากรถที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากที่นี่ถึง 5 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาสิบกว่านาทีถึงจะมาถึง

เพ้ยซานซานมองซ้ายมองขวาและคิดว่าถ้าหากมีรถขับมาเธอคงจะยกเลิกการจองรถในโทรศัพท์

และในตอนนั้นเอง มาเซราติสีดำคันหนึ่งก็มาจอดอยู่ด้านหน้าของเธอ

เพ้ยซานซานผงะ รถยนต์ที่หรูหราขนาดนี้จอดและคนขับรถจะลงมาเพื่อเรียกลูกค้าอย่างนั้นเหรอ?

ประตูรถเปิดออก Danielถือร่มและเดินมาหาเธอ

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน