สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว 298

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว – บทที่ 298 ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย

ค่ำคืนวันที่สอง Danielก็เอาการ์ดเชิญงานประมูลมาให้หร่วนซิงหว่านแล้ว

เธอนั่งอยู่ในห้อง แล้วเอาการ์ดเชิญวางอยู่ข้างนาฬิกาพก เรียวปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย

ถ้าจะบอกว่าเป็นงานเปิดประมูล ยังไม่สู้พูดว่าเป็นงานสานสัมพันธ์ทางธุรกิจครั้งหนึ่งของหลินซื่อกรุ๊ปดีกว่า ทางตระกูลหลินเองก็น่าจะอยากใช้งานเปิดประมูลนี้ มายึดเหนี่ยวตำแหน่งของตัวเองไว้ ซึ่งเหมือนกับตระกูลโจวในตอนนั้นที่อยากจะใช้ตระกูลจี้มารวบรวมเส้นสาย เพราะฉะนั้นการไปในครั้งนี้ ล้วนมีแต่พวกบุคคลที่มีหน้ามีตากันทั้งนั้น

ถ้าเกิดเธอปรากฏตัวขึ้นมาในงานนี้ จะต้องทำให้หลินจื้อหย่วนและหลินจืออี้ทำตัวไม่ถูกแน่ๆ

เพียงแต่ว่าการกระทำนี้มันช่างเป็นการสุ่มเสี่ยงเกินไป เธอยังคิดไม่ตกว่าตกลงจะทำแบบนี้จริงๆ ไหม

พอผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาเบอร์ของโจวฉือเซิน

แล้วอย่างรวดเร็ว อีกฝั่งของปลายสายโทรศัพท์ก็มีเสียงแหบแห้งของชายหนุ่มลอยมา “คิดถึงผมเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

หร่วนซิงหว่าน “……”

ไม่รอให้เธอเปิดปากพูดขึ้น โจวฉือเซินก็พูดต่อแล้วว่า “บอกแล้วไงว่าให้คุณย้ายมาอยู่กับผม ก็จะไม่ต้องยุ่งยากมากขนาดนี้แล้ว”

ห่างไปครู่หนึ่งหร่วนซิงหว่านถึงพูดขึ้นว่า “ในเมื่อประธานโจวเข้านอนแล้ว งั้นก็ช่างเถอะค่ะ”

“ผมตื่นขึ้นมาแล้ว มีเรื่องอะไร ว่ามาเลย”

หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า “ฉัน……”

คำพูดมาถึงริมฝีปาก แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะเปิดปากพูดยังไง

พอฟังออกถึงความกังวลและความลังเลในคำพูดของเธอ โจวฉือเซินก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องพูดแล้ว เดี๋ยวผมไปหาคุณเอง”

“แอ๊ะ ไม่ต้องหรอก……”

คำพูดของหร่วนซิงหว่านยังไม่ทันได้พูดจบ ทางปลายสายโทรศัพท์ก็เหลือแต่เสียงสัญญาณเตือนแล้ว

อิตาบ้าคนนี้ทำไมถึงได้มีปฏิกิริยาเร็วขนาดนี้ได้นะ

หลังจากที่วางสายไปแล้ว หร่วนซิงหว่านก็มายืนอยู่ที่ระเบียง แต่กลับรู้สึกว่าจิตใจที่ว้าวุ่นอยู่ในตอนแรก อยู่ๆ ก็ค่อยๆ สงบนิ่งลงมาแล้ว

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป สายของโจวฉือเซินก็โทรเข้ามาอีกแล้ว แต่มีเพียงแค่คำพูดที่กระชับสองคำว่า “ลงมา”

หร่วนซิงหว่านถูจมูกเล็กน้อย แล้วก็วิ่งช้าๆ ออกนอกประตูไป

เธอเพิ่งออกจากลิฟต์ ก็เห็นโจวฉือเซินเดินเข้ามาแล้ว

หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า “ทำไมคุณถึงเข้ามาแล้วละคะ?”

โจวฉือเซินพูดขึ้นว่า “ก็คุณรู้สึกว่าข้างนอกมันหนาวไม่ใช่เหรอ”

หร่วนซิงหว่าน “……”

เธอลังเลไปครู่หนึ่ง “งั้น……งั้นคุณก็ขึ้นไปไม่ได้อยู่ดี ซานซานกำลังนอนอยู่”

มุมปากของโจวฉือเซินกระตุกขึ้นมาทีหนึ่ง “รู้แล้ว ไม่ขึ้นไปหรอก”

เขาจับมือของเธอไว้ มานั่งอยู่บนเก้าอี้ของห้องโถงใหญ่

หร่วนซิงหว่านมองไปรอบๆ อย่างอัตโนมัติทีหนึ่ง พอพบว่าไม่มีคนแล้ว ถึงได้โล่งอกไปได้เปลาะหนึ่ง

โจวฉือเซินมือข้างหนึ่งของโจวฉือเซินวางอยู่บนพนักเก้าอี้ข้างหลังเธอ แล้วยิ้มและพูดขึ้นว่า “คุณจะตื่นเต้นอะไร?”

“ฉัน……”

ชั่วขณะหนึ่งหร่วนซิงหว่านเองก็พูดไม่ออก อาจจะเป็นเพราะว่าสัญชาตญาณตอนที่อยู่กับเขาไม่อยากจะให้คนมาเห็นเข้า จะได้ไม่ต้องโดนนินทาอะไร

แต่ถ้าพูดความจริงออกไป เจ้าผู้ชายชั่วนี่จะต้องโกรธแน่ๆ

คิดไปตั้งนาน ก็คิดไม่ออกว่าควรจะตอบว่ายังไงดี

ช่างเถอะ

เธอจึงพูดขึ้นว่า “ไม่มีอะไรค่ะ”

โจวฉือเซินพูดขึ้นอีกว่า “คุณอยากจะพูดอะไรกับผมตอนที่โทรศัพท์กัน?”

พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ หร่วนซิงหว่านก็หลับตาลงช้าๆ ท่าทีดูเคร่งขรึมไปไม่น้อย

โจวฉือเซินเองก็ไม่รีบร้อน เพียงแต่แค่รออยู่อย่างเงียบๆ

พอผ่านไปหลายนาที หร่วนซิงหว่านถึงค่อยๆ พูดขึ้นว่า “ฉันรู้สึกว่า……พ่อแท้ๆ ของฉัน อาจจะมีเชื่อมโยงกับตระกูลหลินเป็นอย่างมากก็ได้ ฉันอยากจะไปตรวจสอบความจริงค่ะ”

“แล้วคุณกะว่าจะทำยังไงล่ะ?”

“ฉันกะว่า……จะไปบ้านตระกูลหลินค่ะ”

หัวคิ้วของโจวฉือเซินขมวดเข้าด้วยกันทีหนึ่ง “ไปยังไง?”

หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า “อันที่จริงที่ฉันไปโกดังมาเมื่อวาน ได้หาเจอเบาะแสที่มีประโยชน์มาค่ะ และนั่นก็อาจจะเป็นกุญแจที่ฉันจะเข้าสู่ตระกูลหลินได้ค่ะ”

เรียวปากของโจวฉือเซินเม้มขึ้นเล็กน้อย “คุณเคยคิดหรือเปล่า ว่านั่นก็อาจจะเป็นน้ำหนักที่หลินจื้อหย่วนจะใช้มาสกัดกั้นคุณเหมือนกัน?”

“ฉันรู้ค่ะ เพราะฉะนั้นก็เลยจะต้องใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด มาชิงลงมือก่อนค่ะ”

“ตัดสินใจดีแล้วเหรอ?”

หร่วนซิงหว่านพยักหน้าขึ้นเบาๆ “ฉันคิดดีมากแล้วค่ะ”

โจวฉือเซินพูดขึ้นว่า “ได้ งั้นก็ไปทำเถอะ ผมจะไปกับคุณเอง”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ” หร่วนซิงหว่านพูดขึ้น “คุณอย่าเพิ่งมายุ่งกับเรื่องนี้ก่อน ถึงแม้ว่าหลินจืออี้จะต่อต้านฉันมาตลอด แต่ว่าตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าพวกเราคบกันแล้ว สถานการณ์แบบนี้สำหรับฉันแล้ว มันค่อนข้างมีผลประโยชน์มากกว่า ไม่งั้นพวกเขาก็จะต้องคิดหาวิธีมาดึงคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ ”

ปลายลิ้นของโจวฉือเซินแตะกระทบฟันเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งแล้วถึงพูดขึ้นว่า “คุณตัวคนเดียวแล้วไปในที่ที่อันตรายมากขนาดนั้น ผมไม่วางใจเลย”

พอได้ยินแบบนี้ หร่วนซิงหว่านก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “ฉันมีวิธี ให้เขาไม่สามารถทำอะไรฉันได้ง่ายๆ ค่ะ”

“วิธีอะไร?”

“พอถึงตอนนั้นคุณก็จะรู้เองแหละค่ะ”

พอเห็นว่าเรื่องราวเกือบจะพูดหมดแล้ว หร่วนซิงหว่านก็ลุกขึ้นแล้วอยากจะจากไป แต่ว่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ก็โดนโจวฉือเซินดึงตัวกลับมาแล้ว

เขาพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ผมต้องวิ่งมาดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ แล้วคุณจะมาจากไปแบบนี้เลยเหรอ?”

ดวงตาของหร่วนซิงหว่านหมุนวนเล็กน้อย “คือว่า……เวลาก็ดึกมากแล้วจริงๆ คุณรีบกลับไปนอนเถอะค่ะ”

โจวฉือเซินจ้องมองเธออย่างไม่พูดอะไร

หร่วนซิงหว่านรู้ว่าในหัวสมองของเขาต้องคิดอะไรอีกแล้ว จึงรีบพูดยับยั้งขึ้นว่า “อย่าคิดเลยค่ะ ฉันไม่มีทางให้คุณขึ้นไปแน่นอน”

“งั้นคุณก็กลับไปกับผม”

“ไม่ค่ะ”

“ทำไมล่ะ?”

หร่วนซิงหว่านหลบสายตาไป แล้วพูดกลบเกลื่อนขึ้นว่า “จะไปมีทำไมอะไรเยอะแยะ ใครเขาดึกดื่นไม่ยอมนอน แลว้ออกไปวิ่งไปทั่วกันคะ”

เธอไม่อยากกลับไปที่คฤหาสน์ซิงหู

อย่างน้อย ตอนนี้ก็ไม่อยาก

โจวฉือเซินพูดขึ้นอีกว่า “งั้นไปนอนโรงแรมกัน”

น้ำเสียงของเขาทั้งแข็งแกร่งและวางอำนาจ ไม่เหลือทางให้คนอื่นปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย

หร่วนซิงหว่านไม่ทันได้ออกเสียง ก็โดนเขาลากตัวไปแล้ว

พอมาถึงโรงแรม ก็เป็นเวลากลางดึกตีสองแล้ว หร่วนซิงหว่านเองก็ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้นแล้ว กระชับเสื้อคลุมของตัวเองแล้วก็นอนลงไปบนโซฟา “ฉันจะนอนแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะประธานโจว”

โจวฉือเซินจ้องมองดูเธอ ขมับก็เต้นตุ๊บๆ ขึ้น “ไปนอนบนเตียงไป”

หร่วนซิงหว่านคิดก็ไม่คิดสักนิดแล้วก็ปฏิเสธไปเลย “ฉันไม่ไป”

ในใจคิดอะไรอยู่ ชัดเจนขนาดนี้ ถ้าเธอไปนอนบนเตียงละก็ งั้นก็จะกลายเป็นเนื้อเข้าปากเสือนะซิ

ครั้งนี้ โจวฉือเซินไม่ได้ถามเธออีก แล้วก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้นมาจากโซฟา แล้วเดินไปที่เตียงเลย

โจวฉือเซินพูดขึ้นว่า “ความคิดของคุณใหญ่เท่าแค่เม็ดถั่ว ผมบอกกับคุณไปตั้งกี่ครั้งแล้ว ถ้าผมอยากจะทำอะไรคุณขึ้นมาจริงๆ ละก็ ก็คงจะไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้หรอก”

หร่วนซิงหว่านตอบกลับไปอย่างไม่พอใจ “นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณกลัวฉันจะไปแจ้งตำรวจไม่ใช่เหรอ?”

โจวฉือเซิน “……”

เขาโยนตัวเธอลงบนเตียง แล้วใช้มือข้างหนึ่งแกะกระดุมคอเสื้อออก จากนั้นก็ทาทับตัวลงมา สองมือยันอยู่ที่ข้างกายเธอ ดวงตาดำสนิทหรี่ขึ้นมาอย่างอันตราย “งั้นตอนนี้มาลองดูกันหน่อย ดูซิว่าผมจะกลัวหรือเปล่า”

หร่วนซิงหว่านเงียบขรึมไปหลายวินาที แล้วก็ตัดสินใจว่าถอยก้าวหนึ่งอย่างไม่มีขอบเขต “ขอโทษค่ะ ถือซะว่าเมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ”

โจวฉือเซินพูดขึ้นว่า “สายไปแล้ว”

หร่วนซิงหว่านเบ้ปากขึ้นเล็กน้อย รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายชั่วนี่จะต้องเลื้อยไปตามเสาแน่ สันดานชั่วจริงๆ

พอเธอเพิ่งอยากจะยื้อตัวออกมาจากอ้อมกอดของเขา โจวฉือเซินก็จับนิ้วมือเรียวเล็กของเธอเอาไว้ “เอาล่ะ ผมจะไม่ทำอะไรแล้ว นอนกันเถอะ”

หร่วนซิงหว่านยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ “จริงเหรอ?”

ดวงตาดำของโจวฉือเซินจ้องมองเธอ “ไม่จริง”

หร่วนซิงหว่าน “……”

โจวฉือเซินปล่อยตัวเธอออกแล้วลุกขึ้น แล้วก็แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกต่อหน้าเธออย่างเชื่องช้า

หร่วนซิงหว่านจ้องจนใบหูแดงระเรื่อ คอแห้งปากแห้ง แม้แต่เสื้อคลุมก็ยังไม่ถอด แล้วก็หมุนตัวไปมุดเข้าไปในผ้าห่ม “ฉันนอนแล้วนะ”

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน