สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว 292

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว บทที่ 292

หร่วนจุนชิดเข้าไปใกล้เขาแล้วพูดขึ้นว่า “คุณรู้หรือเปล่า ยัยลูกสาวที่ราคาถูกคนนั้นของผม เธอเก่งมากเลยนะตอนนี้เปิดสำนักงานของตัวเองขึ้นมาได้แล้ว ผมกะว่าจะไปขอค่าเลี้ยงชีพยามแก่เฒ่ากับเธอสักหน่อย แบบนี้ก็จะมีเงินมาคืนคุณแล้วไง”

เซ่หรงมองเขาทีหนึ่ง “เธอจะให้คุณเหรอ”

“นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว! เธอจะกล้าไม่ให้เหรอ ในมือของผมนั้นมีจุดอ่อนของเธออยู่น่ะ!”

“จุดอ่อนอะไร?”

หร่วนจุนมองซ้ายมองขวาเล็กน้อย แล้วก็ใช้เสียงเบาๆ พูดขึ้นว่า “พูดแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องขอบใจคุณเป็นอย่างมากเลย ไม่งั้นผมก็คงจะไม่ได้รูปถ่ายพวกนั้นมา ตอนนี้มาดูแล้ว ตอนนั้นผมวางกับดักไว้อย่างนั้นอันหนึ่ง มันก็ยังมีประโยชน์อยู่นะ คุณวางใจเถอะ เธอจะต้องเอาเงินมาแลกแน่”

เซ่หรงหึออกมาคำหนึ่ง “เธอเป็นลูกสาวของคุณจริงๆ เหรอ?”

ดวงตาของหร่วนจุนกลอกไปมาเล็กน้อย และไม่ได้ตอบกลับมาตรงๆ เพียงแต่พูดขึ้นว่า “ไม่ว่ายังไงคุณก็วางใจก็เถอะ เงินน่ะผมมีถมเถไป จะต้องเอามาคืนคุณแน่ ดูจากที่พวกเรารู้จักกันมานานหลายปีขนาดนี้ รอให้ผมได้เงินมาแล้ว ผมค่อยเอามาแบ่งให้คุณหน่อยละกัน”

เซ่หรงพูดขึ้น “ถ้าเธอเอาเงินให้คุณแล้ว คุณจะยอมเอารูปถ่ายให้เธอจริงๆ เหรอ?”

หร่วนจุนหัวเราะหึๆ สองคำ “ดูออกแล้วก็อย่าพูดออกมาซิ นี่มันเป็นตัวทำเงินของผมเลยนะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องสะสมค่าเลี้ยงชีพตอนแก่ของผมให้เพียงพอก่อนค่อยว่ากันซิ”

“ค่าเลี้ยงชีพตอนแก่? ผมว่าแบบคุณนี้มันหลุมดำไร้ขอบเขตซะมากกว่า”

“คุณดูคุณเข้าซิ นี่พูดยังไงกันเนี่ย ผมเลี้ยงเธอมาจนโตขนาดนี้ เธอกตัญญูต่อผมสักหน่อย มันก็สมควรอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“พอเถอะ” เซ่หรงลุกขึ้นมาแล้วพูดขึ้นว่า “ผมไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับคุณแล้ว และก็รู้ว่าคุณคืนเงินผมไม่ได้อยู่แล้ว คุณเอาฟิล์มและรูปถ่ายทั้งหมดมาให้ผม เราสองคนก็เจ๊ากันไปเลย แล้วดอกเบี้ยผมก็ไม่คิดกับคุณแล้ว”

หร่วนจุนคิดยังไม่คิดสักหน่อยก็ปฏิเสธออกไปเลย “แบบนั้นไม่ได้!”

เซ่หรงหันหน้ามามองเขา “ทำไม? คุณอยากจะคุยข้อเสนอกับผมเหรอ?”

“ผมจะไปกล้ายื่นข้อเสนอกับคุณได้ยังไงกัน เมื่อกี้ก็พูดแล้วไม่ใช่เหรอ นี่มันเป็นเงินค่าเลี้ยงชีพยามแก่เฒ่าของผม เป็นชีวิตของผมเลยนะ ถ้าเอาของให้คุณไป แล้วชีวิตที่เหลือของผมจะอยู่ต่อยังไงล่ะ?”

“พอเถอะนะ คุณจะเอาเงินมาได้หรือเปล่ายังจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย ยิ่งไปกว่านั้นพอคุณได้เงินมาก็เอาไปเล่นพนัน ใครจะไปรู้ว่าคุณจะเล่นเสียจนจะสามารถมีเงินมาคืนผมได้หรือเปล่า?”

“ดูคำพูดคุณพูดเข้าซิ ผมจะไม่มีทางได้บ้างเลยเหรอ” พูดแล้ว เขาก็สะบัดเงินปึกหนึ่งที่อยู่ในมือเล็กน้อย “นี่คือเงินทั้งหมดที่ผมได้มาในวันนี้ ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ”

เซ่หรงพูดขึ้นว่า “อย่ามัวพูดไร้สาระอยู่เลย เอาของมาให้ผม ส่วนเงินผมรู้ว่าต้องไปขอกับเธอ”

พอเห็นหร่วนจุนลังเล เขาก็พูดขึ้นอีกว่า “ถ้าหากเหมือนอย่างที่คุณพูดจริงๆ ถ้าขอเงินได้มากขนาดนั้นละก็ เดี๋ยวผมเอามาแบ่งให้คุณเอง”

“ไม่ได้นะ นี่……”

เซ่หรงเตะโครมทีหนึ่งจนเก้าอี้ที่อยู่ข้างหน้าล้มคว่ำไป แล้วพูดอย่างหมดความอดทนขึ้นว่า “ผมไม่อยากจะพูดรอบที่สามแล้วนะ”

พอหร่วนจุนเห็นเป็นเช่นนี้ จึงได้แต่ตอบตกลงไปอย่างไม่เต็มใจมากนัก “งั้น……งั้นคุณตามกลับไปเอากับผมเถอะ ผมพักอยู่ละแวกใกล้ๆ นี้ แค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว”

เซ่หรงลุกขึ้นมา “ไปกันเลย”

หลังจากที่ออกไปจากบ่อนการพนันใต้ดินแล้ว ดวงตาของหร่วนจุนก็มองสำรวจไปมารอบทิศทางอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าคิดอยากจะหาโอกาสหลบหนี

แต่ว่าเซ่หรงจดจ้องเขาไว้อย่างเหนียวแน่น จนเขาไม่มีทางมีโอกาสหลบหนีไปได้เลย

พอมาถึงหน้าชุมชนที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่ง หร่วนจุนก็พูดขึ้นว่า “คือที่นี่แหละ คุณขึ้นไปก่อนเลย”

เซ่หรงพูดขึ้นว่า “คุณจะมาคิดตุกติกอะไรอีกแล้ว?”

“ผมจะไปคิดตุกติกอะไรได้ ก็คุณเพิ่งมาบ้านผมครั้งแรก ยังไงผมก็ต้องเตรียมเหล้าเตรียมกับแกล้มไว้ให้คุณหน่อยซิ ไม่งั้นจะดูแย่แค่ไหนกัน”

“ผมไม่ดื่มเหล้า และก็ไม่กินอาหาร ไม่ต้องมาเจ้าเล่ห์มากนัก ไปเถอะ”

เมื่อหร่วนจุนไม่มีวิธีแล้ว จึงได้แต่ลากขาข้างหนึ่งไป เดินกะโผลกกะเผลกขึ้นตึกไป

เซ่หรงเองก็ไม่รีบร้อน และเดินตามหลังเขาไปอย่างช้าๆ

พอมาถึงที่ชั้นสองแล้ว ก็ผ่านกองของระเกะระกะกองหนึ่ง หร่วนจุนก็มายืนอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่งที่สีตกหมดแล้ว แล้วก็ล้วงกุญแจพวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงอย่างสั่นเทา

เซ่หรงยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง แล้วจุดบุหรี่ขึ้นมาม้วนหนึ่ง

แล้วก็ในเวลานี้พอดี อยู่ๆ หร่วนจุนก็คว้ากระถางดอกไม้ที่อยู่ข้างประตูขึ้นมา แล้วก็ใช้แรงขว้างไปทางเขา ก้าวเท้าแล้วก็กระโดดลงจากตึกไปเลย

แต่ว่าเขา เห็นได้ชัดว่าประเมินตัวเองสูงเกินไป พอกระโดดลงไปแล้ว ขาข้างที่หักอยู่ก็ยิ่งอาการหนักเข้าไปอีก หลังจากที่ตะเกียกตะกายไปสองสามทีแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาได้ จึงได้แต่นอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้น

เซ่หรงลงมาจากตึกอย่างเชื่องช้า แล้วเดินมาถึงข้างกายเขา แล้วใช้เท้าเตะขาข้างนั้นของเขาเล็กน้อย “ผมว่าคุณนี่อายุอานามมากขนาดนี้แล้ว จะมาทรมาทรกรรมอะไรกัน”

หร่วนจุนกอดขาเอาไว้ และเจ็บจนเหงื่อไหลพราก

เซ่หรงนั่งลงตรงข้างหน้าเขา “ของอยู่ไหน”

“ผม……ตอนนี้ผมคิดไม่ออกแล้ว ไว้ผมคิดออกเมื่อไหร่ ค่อยบอกคุณนะ……”

เห็นได้ชัดว่าเซ่หรงไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้น แล้วขาข้างหนึ่งก็เหยียบลงไปบนขาข้างที่หักของเขาโดยตรงเลย “บอกมา!”

“อ๊าก อ๊าก อ๊าก!!!”

เพื่อนบ้านที่อยู่รอบข้างเหมือนกับว่าจะคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้แล้ว ทุกๆ หลังคาเรือนจึงปิดประตูไว้แน่น ไม่มีใครออกมาตรวจดูเลยสักคน

หร่วนจุนพูดขึ้นว่า “ผมบอกแล้ว ผมบอกแล้ว อยู่……อยู่ตรงชั้นกลางในหมอนบนห้องผม……”

“รูปถ่ายทั้งหมดอยู่ในนั้นหมดเลยเหรอ?”

“ทั้ง……. ทั้งหมดครับ รวมทั้งฟิล์มด้วย”

เซ่หรงยกเท้าออก พออยากจะขึ้นตึกไป ก็หันหน้ากลับไปมองหร่วนจุนที่นอนจะเป็นจะตายอยู่บนพื้น จากนั้นก็รวดหาเชือกเส้นหนึ่งมามัดมือมัดเท้าของเขาเอาไว้

หลังจากที่ขึ้นตึกมาแล้ว เซ่หรงก็ใช้กุญแจของหร่วนจุนเปิดประตูออก แล้วก็หารูปถ่ายเจอจากในหมอนของเขา แต่ว่าค้นดูหลายรอบแล้วก็หาไม่ฟิล์มไม่เจอ

เขาขมวดคิ้วขึ้น แล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง จึงรีบวิ่งไปดูที่ประตูทีหนึ่ง ที่ใต้ตึกก็ไม่มีเงาของหร่วนจุนอยู่แล้ว เหลืออยู่แต่เพียงเชือกที่แกะออกมาแล้วกองหนึ่ง

เซ่หรงทุบราวไปทีหนึ่ง และก่นด่าขึ้นมาคำหนึ่ง ก็ย้อนกลับไปในห้องที่อยู่ข้างหลังแล้วค้นหาทุกซอกทุกมุมอีกครั้งหนึ่ง

นี่คือห้องเช่าเก่าๆ ที่เรียบง่ายห้องหนึ่ง นอกจากรูปถ่ายที่ซ่อนอยู่ในหมอนพวกนี้แล้ว ก็มีแค่เสื้อผ้าไม่กี่ตัวของหร่วนจุน นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกเลย

ดูท่าความหวาดระแวงของหร่วนจุนจะมีอยู่สูงมาก ของสำคัญก็น่าจะเอาติดตัวไว้แน่นอน

……

ตอนกลางคืน หร่วนซิงหว่านได้รับโทรศัพท์จากเซ่หรง ตอนที่เธอวางโทรศัพท์ลง แล้วหยิบเสื้อคลุมมากำลังจะออกไปข้างนอกนั้น เพ้ยซานซานก็ถามขึ้นว่า “ซิงซิง ดึกขนาดนี้แล้ว เธอจะไปไหน?”

หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า “มีธุระนิดหน่อย จะออกไปแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว เธออยากกินมื้อดึกไหม เดี๋ยวฉันซื้อมาให้”

เพ้ยซานซานตาสว่างขึ้นมาทีหนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง “ช่างเถอะ ฤดูร้อนจะมาถึงแล้ว ฉันต้องลดน้ำหนัก”

หร่วนซิงหว่านหัวเราะขึ้นเล็กน้อย “เธอไม่ได้อ้วนสักหน่อย จะลดอะไรอีก”

“แต่ว่าฉันอยากมีความรักนี่”

พอหร่วนซิงหว่านได้ยิน ก็เดินออกไปเงียบๆ เลย

พอลงมาถึงใต้ตึก เซ่หรงก็กำลังยืนรออยู่ที่นอกเขตชุมชนแล้ว

หร่วนซิงหว่านเดินเข้าไปหา

เซ่หรงเอาซองจดหมายที่อยู่ในมือมอบให้เธอ “นี่คือของที่หาเจอในบ้านของหร่วนจุน รูปถ่ายทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว แต่ว่าฟิล์มยังหาไม่เจอ แล้วเขาก็หนีไปแล้ว”

หร่วนซิงหว่านรับมา แล้วเม้มปากขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “ขอบคุณค่ะ”

พูดแล้ว หร่วนซิงหว่านก็เอาการ์ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อใบหนึ่ง “นี่คือเงินที่ตกลงไว้ว่าจะให้คุณ”

เซ่หรงขมวดคิ้วขึ้น “ไม่ต้องหรอกครับ”

หร่วนซิงหว่านนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ และไม่เข้าใจความหมายของเขา

เซ่หรงพูดขึ้นว่า “เรื่องที่ผมตกลงกับคุณไว้ยังจัดการไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นคุณยังไม่ต้องให้เงินผม ผมจะไปตามหาหร่วนจุนอีก รอให้หาเขาเจอ แล้วเอาฟิล์มมาได้ก่อน ผมก็จะมาเอาเงินกับคุณเอง”

พูดจบ เขาก็หมุนตัวจากไปเลย

หร่วนซิงหว่านยืนอยู่กับที่ แล้วก็ค่อยๆ เก็บการ์ดเข้าไป คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนละเอียดลออแบบนี้

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน