สล็อตออนไลน์ บาคาร่า pg slot สล็อต บาคาร่า

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว 291

สามีเก่า…มาขอแต่งงานอีกแล้ว บทที่ 291

หลังจากที่แม่ของเฉิงเว่ยพูดคุยกับหร่วนซิงหว่านไปครู่หนึ่งแล้ว ในที่สุดก็พูดถึงเจตนาที่ตัวเองมาขึ้นมา “ซิงหว่าน ที่ป้ามาในครั้งนี้หลักๆ คืออยากจะถามแทนเสี่ยวเว่ยสักหน่อยว่า ระหว่างเธอกับเขายังมีความเป็นไปได้อยู่อีกไหม?”

หร่วนซิงหว่านเม้มปากไว้แน่น ผ่านไปหลายวินาทีถึงได้พูดขึ้นว่า “คุณป้า หนูกับเฉิงเว่ยเป็นแค่เพื่อนกัน พวกเราได้พูดคุยกันดีแล้วค่ะ”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง” แม่ของเฉิงเว่ยถอนหายใจทีหนึ่ง “เรื่องนี้ต้องโทษฉัน โทษฉันเอง ฉันแอบมาไม่บอกกับเสี่ยวเว่ย เธออย่าเอาไปใส่ใจเลยนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้าพูดเกินไปแล้ว”

ระหว่างที่พูด แม่ของเฉิงเว่ยก็ลุกขึ้นมา “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว งั้นฉันก็ไม่รบกวนเธอทำงานแล้วนะ ฉันไปก่อนล่ะ”

หร่วนซิงหว่านลุกตามขึ้นมา แล้วก็ส่งเธอไปถึงหน้าประตู

ในตอนที่จากกันนั้น แม่ของเฉิงเว่ยยังจับมือเธอไว้อย่างเสียดาย สามารถมองออกได้ว่าชอบเธอมากจริงๆ

หลังจากที่ส่งเธอขึ้นรถแล้ว หร่วนซิงหว่านถึงได้รวบรวมสายตากลับมา พออยากจะกลับสำนักงาน แต่หมุนตัวไป ก็มองเห็นโจวฉือเซินที่ไม่รู้ว่าออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และก็กำลังยืนอยู่หน้าประตูสำนักงาน สองมือใส่อยู่ในกระเป๋ากางเกง แล้วจ้องมองเธอโดยไม่พูดอะไรเลย

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หร่วนซิงหว่านมักจะรู้สึกว่าโดนเขาจ้องจนรู้สึกผิดเล็กน้อย

เธอแตะจมูกเล็กน้อย แล้วเดินไปข้างหน้าหลายก้าว “ประธานโจวยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมคะ ฉันก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน ไปด้วยกันไหมคะ?”

โจวฉือเซินใช้ปลายจมูกออกเสียงอืมเบาๆ ไปทีหนึ่ง แล้วก็ก้าวขายาวๆ ไปข้างหน้า

เดินไปด้วยและพูดไปด้วยว่า “ดูท่าไม่ใช่แค่ผู้ชายมาชอบ ยังทำให้ผู้อาวุโสมาชอบด้วยนี่”

พอหร่วนซิงหว่านได้ยิน ก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันหน้าตาสะสวยซะขนาดนี้ ทั้งฉลาดทั้งมีความสามารถ ถ้าใครไม่ชอบฉัน ก็จะต้องตาบอดแล้ว”

ฝีเท้าของโจวฉือเซินหยุดนิ่งลง แล้วหันหน้ามามองเธอ

มักจะรู้สึกว่าเธอกำลังประชดประชันใครอยู่นะ

หร่วนซิงหว่านมีรอยยิ้มที่ยิ้มกว้างออกมาให้อันหนึ่ง ดูไปแล้วช่างเป็นผู้บริสุทธิ์มากเลย

หลังจากที่กินข้าวแล้ว หร่วนซิงหว่านก็พูดขึ้นว่า “อ๋อ ใช่แล้วช่วงนี้น้าสวี่เป็นยังไงบ้างคะ สิ้นเดือนนี้ฉันน่าจะไม่มีธุระอะไร กะว่าจะกลับไปดูสักหน่อย ประธานโจวจะไปด้วยกันไหมคะ”

มือที่ถืออุปกรณ์ทานข้าวอยู่ของโจวฉือเซินหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดเสียงเรียบขึ้นว่า “ก็อย่างงั้นแหละ อายุอานามซะขนาดนั้นแล้ว จะให้ไปพัฒนาความสัมพันธ์อะไรใหม่ขึ้นมาอีกเหรอ”

หร่วนซิงหว่าน “……”

ดูซินี่มันเป็นคำพูดที่คนเขาพูดกันเหรอ

ยังดีที่น้าสวี่ไม่ได้ยินเขาพูดคำพูดพวกนี้ ไม่งั้นคิดว่าน่าจะโมโหตายไปตรงนี้เลย

พอเห็นเธอไม่พูดอะไร โจวฉือเซินก็พูดขึ้นอีกว่า “คำสั่งรื้อถอนของถนนอานเฉียวประกาศลงมาแล้ว เธอย้ายไปแล้ว”

พอได้ยินหร่วนซิงหว่านก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “ไหนว่าเดือนห้าถึงจะรื้อถอนไม่ใช่เหรอคะ แล้วเธอย้ายไปไหนแล้ว?”

“ยังไงก็ต้องหาที่ย้ายไปก่อนอยู่แล้ว”

และก็เป็นหลักการนี้เหมือนกัน

โจวฉือเซินดื่มน้ำไปคำหนึ่ง แล้วถึงได้พูดต่ออย่างเชื่องช้าขึ้นว่า “ไปไกลมาก รอให้มีเวลา เดี๋ยวผมพาคุณไปละกัน”

หร่วนซิงหว่าน “ค่ะ”

คิดว่าคงจะต้องดูตามอารมณ์ของอิตาบ้านี้อีกแล้ว

หลังจากกินข้าวเสร็จ ในตอนที่หร่วนซิงหว่านกำลังกะว่าจะกลับไปสำนักงานนั้น โจวฉือเซินก็ดึงมือของเธอเอาไว้ซะก่อน “วันนี้ไม่ไปแล้ว ไม่ได้เหรอ?”

พูดคำพูดบ้าอะไรเนี่ย

หร่วนซิงหว่านพูดขึ้น “ประธานโจว ฉันต้องทำงานนะ แล้วอีกอย่าง โจวซื่อกรุ๊ปที่ใหญ่โตขนาดนั้นของคุณจะปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ต้องสนใจแล้วเหรอคะ”

โจวฉือเซินพูดขึ้น “โจวซื่อกรุ๊ปไม่มีผมก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ สำนักงานเล็กๆ ของคุณนั่น ถ้าไม่มีคุณจะไม่ไหวแล้วเหรอ?”

“……” หร่วนซิงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง “ใช่ค่ะ ไม่มีฉันไม่ได้ค่ะ! สำนักงานเล็กๆ ของฉันนั้น มีแค่พวกเราไม่กี่คนคอยลำบากลำบนยืนหยัดอยู่ จะไปเหมือนโจวซื่อกรุ๊ปได้ยังไง ที่มีอำนาจใหญ่ค้ำฟ้า เงินทองมากมายจนทำให้คนตื่นตะลึง แน่นอนว่าฉันเทียบไม่ได้อยู่แล้ว ประธานโจวคุณ……”

โจวฉือเซินใช้มือข้างหนึ่งจับหัวไว้ แล้วจ้องมองเธออย่างอมยิ้มเล็กน้อย “เอาล่ะ ผมพูดแค่ประโยคเดียวเอง แต่คุณกลับพูดไม่ยอมหยุดเลย เดี๋ยวผมส่งคุณกลับไปเอง”

หร่วนซิงหว่านถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งอย่างไม่พอใจ อิตาบ้าคนนี้ทำไมถึงแว้งกลับมากัดเธอได้นะ และยังผลักความผิดมาอยู่ที่ตัวเธออีก

ที่กินข้าวอยู่ห่างจากสำนักงานไม่ไกลนัก พวกเขานั้นเดินมากัน และในเวลาก็เดินกลับไปด้วยเหมือนกัน

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว โจวฉือเซินก็จับมือเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ และเอามากุมไว้ในฝ่ามือ

หร่วนซิงหว่านกลับอยากจะชักกลับอย่างอัตโนมัติ “คุณทำอะไรคะเนี่ย ที่นี่คนเยอะซะขนาดนี้……”

โจวฉือเซินยักคิ้วเล็กน้อย “คนเยอะแล้วจะทำไม? ผมจูงมือเมียผม……แฟนผม ยังจะผิดกฎหมายอีกเหรอ?”

หร่วนซิงหว่านประเมินหนังหน้าที่ด้านๆ ของอิตาบ้าคนนี้ต่ำเกินไปจริงๆ

แต่ยังดีที่เวลานี้ได้เลยช่วงเวลาที่พักเที่ยงที่คนมากินข้าวไปแล้ว คนจึงไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

บนถนนก็ยังมีคนหนุ่มสาวที่เดินจูงมือกันอยู่หลายคู่ ก็เลยไม่ได้ดูสะดุดตาอะไรมากขนาดนั้น

หร่วนซิงหว่านสงบสติลงมา แล้วก็เดินอยู่ข้างเขาไปช้าๆ

พอผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของโจวฉือเซินก็ค่อยๆ ลอยมา “เรื่องของหร่วนจุน คุณไม่ต้องยุ่งแล้วนะ เดี๋ยวผมจะจัดการเอง”

หร่วนซิงหว่านหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถึงพูดขึ้นว่า “เจียงย่านเป็นคนบอกคุณเหรอ?”

“ยังต้องให้เขามาบอกผมอีกเหรอ?” โจวฉือเซินถามขึ้น “เรื่องที่เขายังมีชีวิตอยู่ ผมน่าจะบอกคุณให้เร็วกว่านี้ จะได้มีการเตรียมใจไว้บ้าง และก็คงจะไม่ต้องมากะทันหันขนาดนี้”

“คุณรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”

โจวฉือเซินเหล่ตามองเธอทีหนึ่ง “ไม่มีเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้หรอก”

หร่วนซิงหว่านขี้เกียจที่จะสนใจผู้ชายที่ทั้งหยิ่งและทั้งผยองนี้แล้ว เธอถึงได้พูดขึ้นอย่างเรียบๆ ว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉัน ฉันมีวิธีที่จะจัดการเอง ประธานโจวน่าจะเป็นคนที่ไม่ต้องมายุ่งมากกว่า”

“คุณมีวิธีอะไร?”

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแค่ประโยคคำถามหนึ่งของโจวฉือเซิน แต่ว่าหร่วนซิงหว่านกลับรู้สึกถึงความเยาะเย้ยของเขา เธอหึขึ้นมาคำหนึ่ง “คุณรอดูไปเถอะ”

……

ถึงแม้ว่าเซ่หรงจะบอกกับหร่วนซิงหว่านว่าจะหาหร่วนจุนให้เจอภายในหนึ่งอาทิตย์ แต่ความจริงแล้ว เขาใช้เวลาไม่ถึงสามวัน ก็สามารถหาเจอแล้ว

คนอย่างหร่วนจุนนี้ สันดานไม่เคยเปลี่ยน ถึงขาจะหักไปแล้ว ถ้าจะให้เอาเงินนั้นไปโรงพยาบาล ยังไม่สู้เอาไปนั่งเล่นอยู่บนโต๊ะไพ่ซะไม่กี่ตาดีกว่า

เพราะฉะนั้นเขาจึงหาแค่คลินิกเถื่อนแห่งหนึ่ง แล้วก็ปฐมพยาบาลไปง่ายๆ ก็จบเรื่องไปเลย

ยิ่งไปกว่านั้นบนตัวของเขายังมีเงินที่เพิ่งหลอกลวงมาได้อีกแสนหนึ่ง ถ้าไม่ไปเล่นพนันสักหน่อย ก็คงจะรู้สึกผิดต่อขาข้างที่หักไปแล้วของเขาแน่

ในบ่อนการพนันใต้ดิน หร่วนจุนกำลังเก็บเงินอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

คนที่อยู่ข้างๆ ก่นด่าขึ้นว่า “ได้ไปเยอะขนาดนี้ คงจะไม่ได้โกงหรอกใช่ไหม?”

หร่วนจุนโกยเงินไปด้วยแล้วก็พูดไปด้วยว่า “ดวงดี ดวงดี คุณไม่เคยเห็นผมตอนที่เล่นเสีย แม้แต่ลูกสาวก็ยังเสียไปเลย”

มีคนเอาไพ่โยนทิ้งไว้แล้วก็ไปเลย “ไม่เล่นแล้ว ไม่เล่นแล้ว คืนนี้นี่ซวยจริงๆ เสียไปตั้งเจ็ดแปดหมื่นแล้ว น่าเบื่อจริงๆ ”

หร่วนจุนพูดกับคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ขึ้นว่า “อย่ามัวแต่นิ่งเฉยอยู่ซิ ยังขาดอีกคนหนึ่ง มาเร็ว มาเล่นแทนหน่อย”

พวกเขาเห็นว่าคืนนี้หร่วนจุนดวงดี พวกคนทั้งหลายต่างก็ไม่อยากจะเข้ามาเล่นด้วย

แล้วในตอนที่หร่วนจุนกำลังจะเรียกคนนั้น เงาคนร่างหนึ่งก็ได้นั่งลงข้างๆ ตัวเขา รอยยิ้มของเขายังไม่ทันได้คลี่ออก ก็นิ่งค้างอยู่บนหน้าไปเลย

เซ่หรงมีท่าทีขี้เล่น “เล่นต่อซิ ขาดคนอยู่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวผมเล่นเป็นกับคุณสักสองตาเอง”

หร่วนจุนเก็บเงินขึ้นมา “ไม่เล่นแล้ว ไม่เล่นแล้ว ดึกป่านนี้แล้ว ควรกลับบ้านได้แล้ว”

ขาเขาเพิ่งไปได้ก้าวหนึ่ง ขาข้างหนึ่งของเซ่หรงก็มาขวางอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว “คุณนี่มันคือคนดีขี้ลืมเลือน ได้ลืมเรื่องสำคัญอะไรไปหรือเปล่าครับ?”

หร่วนจุนไม่ได้โง่ และรู้ว่าเขามาเพื่อเงิน แล้วก็ล้วงเงินครึ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าอย่างลังเล “นี่เป็นเงินที่ผมได้ในคืนนี้ ถือว่าเป็นดอกเบี้ยละกัน ส่วนที่เหลืออีกสองสามวันผมค่อยคืนให้คุณนะ”

เซ่หรงพูดขึ้น “คุณไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะแบบนี้?

อ่านนิยายจีนแปลไทยทุกตอน