บัลลังก์หมอเซียนยา 2014

24 กันยายน 2019   @admin  

บัลลังก์หมอเซียนยา บทที่ 2014

เหลิ่งหมิงหยู่พยักหน้าน้อย ๆ แล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าจะแสดงความเคารพต่อพวกเขาแทนท่านอย่างแน่นอนขอรับ”
“เจ้าฟังน้ำเสียงที่ข้าสื่อความหมายออกด้วยรึ?”
เหลิ่งหมิงหยู่ตอบว่า “ฟังออกขอรับ ท่านแม่ทัพใหญ่คงจะรู้สึกชื่นชมพวกเขาจริง ๆ แต่ว่ากันตามความจริง ชาวเป่ยถังก็เคารพและชื่นชมพวกเขามากเช่นกัน”
แม่ทัพใหญ่หัวเราะชอบใจ มองดูใบหน้าคมคายหล่อเหลาของเขา “เจ้าหนู ข้าช่วยแนะนำภรรยาให้เจ้าสักคน ดีหรือไม่?”
เหลิ่งหมิงหยู่ส่ายหน้า “ไม่ ข้ามีคนในดวงใจแล้ว”
แม่ทัพใหญ่ประหลาดใจ “โอ๋? อายุเพิ่งเท่าไหร่เองก็มีคนในดวงใจแล้ว? ใครรึ?”
ชั่วขณะนั้น แววตาของเหลิ่งหมิงหยู่พลันอ่อนโยนอย่างยิ่ง เอื้อมมือไปลูบขนนกฟีนิกซ์ตัวเล็ก ๆ ที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขา “ยังบอกท่านไม่ได้ พวกเรายังไม่ได้วางแผนว่าจะเปิดเผยให้ทุกคนรู้”
แม่ทัพใหญ่มองเขาด้วยสายตาที่แฝงความหมายลึกซึ้ง เป่ยถังกำเนิดหนุ่มน้อยดี ๆ ออกมาอีกคนแล้ว
อนาคตของประเทศหนึ่งจะออกมาเป็นเช่นไร สามารถดูได้จากเหล่าเยาวชนคนหนุ่มสาวของประเทศนั้นว่าประพฤติปฏิบัติตนเช่นไร
แม่ทัพใหญ่จิ้งถิงก็ไม่ใช้วิชาตัวเบาเหินบินแล้ว ร่อนกายลงมาเดินบนพื้น แล้วคุยกับหนุ่มน้อยแทน
หนุ่มน้อยคนนี้นิสัยเคร่งขรึมจริงจัง ถามเขาไปหนึ่งประโยค เขาก็จะตอบกลับเพียงหนึ่งประโยค ไม่มีการถามอะไรในหัวข้ออื่น สองมือกอดกระบี่เอาไว้ตลอดเวลา ส่วนนกฟีนิกซ์ที่อยู่เกาะบนไหล่ของเขาก็ไม่ขยับตัววุ่นวาย ดูเรียบร้อยเชื่อฟังอย่างมาก
การรวมกลุ่มของคู่นี้ เป็นการผสมผสานที่แปลกจนสุดจะพรรณนา แต่ก็เข้ากันได้ดีอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน
เจ้าห้าเพิ่งกลับจากห้องทรงพระอักษรมาถึงตำหนัก เจ้าหยวนยกน้ำแกงมาให้ชามหนึ่ง หลังจากดื่มเข้าไปสองคำ เขาก็วางลง “ไม่รู้ว่าทำไม ข้าถึงรู้สึกว่าคืนนี้ควรจะดื่มเหล้า ไม่ใช่ดื่มน้ำแกง”
“ข้ารู้ว่าคืนนี้เจ้าจะต้องดื่มเหล้า ถึงได้ทำน้ำแกงมาให้เจ้าล่วงหน้า นี่คือน้ำแกงบำรุงตับที่คุณย่าเป็นคนคิดค้นขึ้น”
“เจ้ารู้ว่าคืนนี้ข้าจะดื่มเหล้ารึ? ทำไมล่ะ?” หยู่เหวินเห้าเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยความสงสัย
“เพราะว่า เจ้าอยากดื่มน่ะสิ” หยวนชิงหลิงยกยิ้มอย่างซุกซน “ รีบดื่มเร็วเข้า”
หยู่เหวินเห้าดื่มเข้าไปอีกสองคำ “แล้วจะให้ดื่มกับใครล่ะ? สวีอีรึ ? ข้าไม่อยากดื่มกับสวีอี ช่วงนี้เขาบ้า ๆ บอ ๆ ไปหน่อย แต่ดื่มกับสวีอีก็ยังดีกว่าดื่มกับมู่หรูเยอะเลย”
มู่หรูกงกงก้มหน้าลง “ฝ่าบาท ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ระดับการดื่มของเจ้ามันแย่ลงเรื่อย ๆ เลย ดื่มไปได้แค่สองแก้วก็เริ่มบ่นจู้จี้บ่นนั่นบ่นนี่ไม่หยุด ไม่รู้ตัวเองเลยรึ?”
มู่หรูกงกงพูดว่า “ที่จู้จี้ก็ก็เพื่อประโยชน์ของพระองค์ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ยังไม่ทันดื่มก็เริ่มจู้จี้แล้ว ” หยู่เหวินเห้าเหลือบมองภรรยา เห็นว่านางกำลังจัดข้าวจัดของอยู่ ก็ถามว่า “เจ้าจัดข้าวของทำไมรึ? จะไปไหน?”
“พวกนี้ล้วนเป็นของขวัญทั้งหมด พรุ่งนี้ข้าจะออกจากวัง ไปพักที่จวนของหรงเยว่สักสองวัน”
“ทำไมล่ะ?”
“กลุ่มเพื่อนสาวก็ย่อมต้องนัดรวมตัวกันเป็นธรรมดาสิ” หยวนชิงหลิงพูดด้วยรอยยิ้ม
หยู่เหวินเห้าบ่นว่า “จะนัดรวมตัวอะไรกันมากมาย? เรียกว่าแทบจะเจอกันวันเว้นวันอยู่แล้ว ทำไมเวลาที่ผู้หญิงมารวมตัวกัน ถึงได้มีเรื่องคุยกันไม่จบไม่สิ้นแบบนี้นะ?”
“เจ้ากับพวกโสวฝู่ ท่านชายสี่ เวลามารวมตัวกัน ก็ไม่ใช่ว่ามีเรื่องให้คุยกันได้ไม่จบไม่สิ้นเหมือนกันหรอกรึ?”
หยู่เหวินเห้ายกชามน้ำแกงขึ้นมาอย่างเงียบกริบไร้ร่องรอย แล้วเดินออกไป ดอกไม้จำเป็นต้องรดน้ำเสียหน่อยแล้ว “พวกเราแค่พูดกันเรื่องของปัญหาในประเทศ…”
หยวนชิงหลิงจ้องเขาตาเขม็ง “ดื่มให้หมดค่อยออกไป!”
ภรรยาเริ่มจะหงุดหงิดแล้ว เจ้าห้ารีบดื่มน้ำแกงทั้งหมดเข้าไปทันที แล้วยื่นชามที่ว่างเปล่าส่งให้มู่หรูกงกง พอเงยหน้า ก็เห็นว่าที่นอกตำหนักมีร่างของคนสองคนกำลังเดินตรงเข้ามา
เขาขยี้ตามองให้ชัด จากนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ กระโดดผึงขึ้นมาแล้ววิ่งทะยานออกไป ปากก็ตะโกนร้องอย่างตื่นเต้นว่า “จิ้งถิง เจ้ามาได้อย่างไรกัน?”
แม่ทัพใหญ่จิ้งถิงยิ้มพลางพูดว่า “ข้าคิดว่าเราไม่ได้เจอกันนานแล้ว เลยตั้งใจมาเยี่ยมเจ้าเป็นพิเศษ”
“สหายรัก!” หยู่เหวินเห้าชกเข้าที่ไหล่ของเขาไปหนึ่งที “ข้าอยากไปหาเจ้ามาโดยตลอด แต่เพราะงานบ้านงานเมืองติดพัน ไปไหนไม่ได้เลยจริง ๆ”
หยวนชิงหลิงแอบหัวเราะอยู่ด้านหลัง เจ้าห้าดูตื่นเต้นดีใจแทบตายแล้วจริง ๆ ไม่แน่หรอกนะว่าอีกฝ่ายจะมาเพราะเขาจริง ๆ น่ะ
“ฮองเฮา!” แม่ทัพใหญ่ประสานมือทำความเคารพ “ไม่ได้พบกันนาน สบายดีหรือไม่?”
“สวัสดีท่านแม่ทัพใหญ่!” หยวนชิงหลิงทักทายกลับพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทุกอย่างล้วนเรียบร้อยดี จินหนิงเข้าพักที่จวนอ๋องหวยแล้วรึ?”
“เข้าพักเรียบร้อยแล้ว” แม่ทัพใหญ่ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มกว้าง
หยู่เหวินเห้าตกตะลึงไปครู่หนึ่ง หันกลับไปมองภรรยา “มิน่าล่ะ เจ้าถึงได้บอกว่าจะออกจากวังไปพักที่จวนอ๋องหวยสักสองวัน ที่แท้เจ้าก็รู้ตั้งนานแล้วสินะ? ทำไมเจ้าไม่บอกล่ะว่าจิ้งถิงจะมา?”
เขาแอบใช้ความสามารถพิเศษอีกแล้ว บอกแล้วไม่ใช่รึว่าไม่ควรใช้แบบพร่ำเพรื่อ
หยวนชิงหลิงพูดด้วยความขบขันว่า: “องครักษ์ลับผีได้วางจดหมายแจ้งไว้ในเรือนของเราตั้งนานแล้ว วันนั้นข้าให้เจ้าเปิดดูสักหน่อย แต่เจ้าบอกเองว่าจดหมายที่ส่งไปที่เรือนของพวกเรามักจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เจ้าไม่อ่านเอง แล้วจะโทษใครได้ล่ะ?”
เหล่าองครักษ์ลับผีที่ทำงานแก่ราชวงศ์ จนบัดนี้ก็ยังคงทำหน้าที่สืบและส่งข่าวเช่นเดิม ถ้าเรื่องที่เกี่ยวกับทัพทหาร งานบ้านงานเมือง จะส่งไปที่ห้องทรงพระอักษร แต่ถ้าไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านเมือง จะถูกส่งไปยังตำหนักบรรทม
จดหมายของเจ้าห้า มักจะทิ้งรวม ๆ กันไว้จนเป็นกองใหญ่พะเนินเทินทึก แล้วค่อยเลือกวันไหนที่พวกเขามีเวลาว่างมานั่งเปิดอ่านด้วยกัน
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า จะพลาดข่าวที่แม่ทัพใหญ่กำลังจะมาเยือนเป่ยถังไปเสียได้
แต่เจ้าห้าที่กำลังมีความสุขจนล้นปรี่ ไม่มีเวลาสนใจกับเรื่องอะไรพวกนั้นแล้ว ตรงเข้าไปดึงตัวจิ้งถิงพาไปยังตำหนักข้าง หันหน้ากลับไปสั่งมู่หรูกงกงให้เตรียมเหล้ายาอาหาร มิน่าล่ะเขาถึงพูดขึ้นว่าคืนนี้อยากดื่มเหล้า ที่แท้ก็เพราะเขากับจิ้งถิงมีใจสื่อถึงกันตั้งนานแล้วนี่เอง
เจ้าหยวนไปเตรียมเหล้าให้ด้วยตัวเอง ตอนที่ยกมาถึงหน้าที่ประตูตำหนักข้าง ก็ได้ยินเสียงการสนทนากันจากด้านใน
จิ้งถิงบ่นด้วยความน้อยใจเล็กน้อย “เจ้าไม่คิดถึงข้าเลยสักนิด เห็นพูดตั้งหลายครั้งว่าจะมา แต่ก็ไม่เคยมาเลยสักครั้ง”
“คิดถึงสิ แต่โสวฝู่จับตาเข้มงวดมาก ไม่ยอมให้ลาพักงานตามใจชอบ ไม่อย่างนั้นข้าคงไปหาเจ้าตั้งนานแล้ว”
เมื่อฟังจนถึงตรงนี้ เจ้าหยวนก็หันไปยื่นเหล้าให้กับมู่หรูกงกง ส่วนตัวเองก็หันหลังจากไป
ในฐานะที่เป็นศัตรูทางความรัก นางไม่ควรอยู่ตรงนี้ นางควรอยู่ให้ห่าง

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง