บัลลังก์หมอเซียนยา 1993

15 กันยายน 2019   @admin  

บัลลังก์หมอเซียนยา บทที่ 1993

ระหว่างที่โรงเรียนแห่งแรกดำเนินการอย่างคึกคักเร่าร้อน คู่สามีภรรยาอ๋องชินเฟิงอันก็กลับมา
หลังจากที่พระชายากลับมาถึงเมืองหลวง
ก็เข้าวังไปคุยกับหยวนชิงหลิง
พอคุยกันเกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนสตรี พระชายาก็ชมไม่ขาดปากว่าทำงานนี้ได้ดีมากเหลือเกิน
อ๋องชินเฟิงอันก็ไปห้องทรงพระอักษรด้วย
บอกว่าอีกสองวันหลังจากนี้ พวกเขาทั้งคู่ยังต้องออกไปทำธุระสำคัญเรื่องอื่นอีก อยากจะฝากแมวตัวหนึ่งให้ช่วยนำมาเลี้ยงไว้ในวัง
หลังจากชมเชยฮ่องเต้ไปตามสมควร ก็ขอร้องเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่ง
หยู่เหวินเห้าถามด้วยความสงสัย “แมว? เลี้ยงไว้ในจวนอ๋องซู่ไม่ได้รึ?”
“ไม่ได้
พวกเขาไม่ใช่คนรักสัตว์เลี้ยง
ไม่รู้จักเมตตาเอ็นดูสัตว์”
หยู่เหวินเห้าคิดว่าวังหลวงใหญ่โตขนาดนี้ จะเลี้ยงแมวแค่ตัวเดียวไม่ได้เลยเชียวหรือ?
จึงรีบตอบตกลง “ได้ หลังจากนี้ท่านก็ส่งคนนำเข้าวังมาเถอะ”
น้อยครั้งนักที่เสด็จปู่ใหญ่จะขอร้องเขา
อ๋องชินเฟิงอันพูดว่า “แมวตัวนี้น่ะ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาจากฮองเฮา”
“เจ้าหยวนไม่ใช่หมอรักษาสัตว์
.….. แต่ก็ เอาเถอะ แค่แมวป่วยตัวเดียวจะนับเป็นอะไรได้?”
หยู่เหวินเห้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
“อื้ม!
ถ้าอย่างนั้นก็ตามที่ฮ่องเต้ตรัสไว้ อย่างไรก็ต้องรักษาให้ดีล่ะ”
อ๋องชินเฟิงอันพูดอย่างสั้นกระชับรวบรัด
หยู่เหวินเห้าหัวเราะ ไม่ใช่แค่แมวป่วยตัวเดียวหรอกหรือ?
ดูท่าทางเคร่งเครียดจริงจังของเสด็จปู่ใหญ่สิ ถ้ารักษาไม่หายจริง ๆ
ก็แค่ส่งให้เขาใหม่สักร้อยตัวก็ได้แล้วไม่ใช่รึ?
ช่วงพลบค่ำ แมวตัวที่ว่าถูกรถเข็นสินค้าพื้นราบลากเข้ามาในวัง ล้อรถถูกทับจนเกือบจะบิดเบี้ยว
คู่สามีภรรยาอ๋องชินเฟิงอัน พร้อมกับเหล่าชายชราจากจวนอ๋องซู่ร่วมแรงกันอย่างหนักทั้งด้านหน้าด้านหลัง
ในที่สุดก็พาแมวมาส่งถึงวังได้สำเร็จ
คืนนั้นหยู่เหวินเห้าสั่งให้คนไปบอกเจ้าหยวนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นหยวนชิงหลิงก็รู้ว่าอ๋องชินเฟิงอันจะส่งแมวมา
ทั้งยังให้คนทำอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไว้หน่อย จะได้เอามาป้อนมัน
จึงเตรียมกระบะทรายให้แมวไว้ล่วงหน้า
ตอนที่เห็นแมว
หยวนชิงหลิงตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง แมวตัวนี้…
เนื้อที่ปรุงไว้เหล่านั้น น่ากลัวว่าจะไม่พอติดซอกฟันของมันเลยด้วยซ้ำ
นี่ไม่ใช่เสือขนทองที่อ๋องชินเฟิงอันเคยขี่ไปไหนมาไหนหรอกหรือ? เห็นมันในหมู่ตึกเหมยวันนั้น
ไหม้เกรียมเป็นสีดำสนิทไปทั้งตัว เหมือนกับว่าถูกไฟเผาจนไหม้อย่างไรอย่างนั้น
ต้องเรียกว่ายิ่งใหญ่เกรียงไกรมีสง่าราศี แต่มาตอนนี้กลับนอนสลบอยู่บนรถลาก
หยู่เหวินเห้ายังจำเสือขนทองได้ เมื่อเห็นเสือขนทองมีสภาพเป็นแบบนี้
ในใจเขารู้สึกทรมานมากรีบถามอย่างรวดเร็วว่า “เสือขนทองเป็นอะไรไป?
ถูกไฟไหม้หรือ?”
“ถูกฟ้าผ่าน่ะ” น้ำเสียงของอ๋องชินเฟิงอันฟังดูมืดมนเล็กน้อย แสดงสีหน้าสงสารเห็นใจเจ้าเสือ
หยู่เหวินเห้าตกตะลึง ถูกฟ้าผ่า? เสือขนทองถูกฟ้าผ่า?
หลังจากที่องครักษ์เงาดำเฒ่าเช็ดเหงื่อแล้ว ก็ลูบเจ้าเสือที่นอนอยู่บนรถลาก
“เป็นเด็กดีรักษาบาดแผลอยู่ที่นี่ให้หายก่อน รอเจ้าหายดีแล้ว ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน ถึงตอนนั้นข้าจะซื้อเนื้อให้เจ้ามากเท่าที่เจ้าอยากกินเลย”
ชายชราผู้หยาบกระด้างคนนี้ถึงกับขอบตาแดงเรื่อ ใช้มือลูบจากส่วนหลังของมันขึ้นไปจนถึงหน้าผาก
ชายชราชุดดำคนอื่น ๆ
ก็เข้ามาลูบเจ้าเสือขนทองด้วย
แต่ละคนมีสีหน้าอาลัยอาวรณ์มาก
สามีภรรยาอ๋องชินเฟิงอันเชิญหยวนชิงหลิงออกไป พูดคุยเป็นการส่วนตัว
หยวนชิงหลิงเริ่มปลุกญาณหยั่งรู้ขึ้นมาแล้ว
จึงได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้า นางพูดว่า
“ทั้งสองท่านโปรดวางใจ ข้าจะพยายามรักษาเสือขนทองให้ดีที่สุด”
“ต้องรบกวนฮองเฮาแล้ว” อ๋องชินเฟิงอันดูทุกข์ทรมานใจมาก “แต่ก็กลัวว่าไม่รู้จะต้องใช้เวลาอีกกี่วัน กี่เดือน
เจ้าป้อนให้มันเดือนละหนึ่งเม็ด ให้มันได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศในรั้ววังของฮ่องเต้ในโลกมนุษย์ต่อไป ข้าจะกลับมาเยี่ยมดูมันเป็นครั้งคราว”
กี่ปี ข้ามียาเม็ดจินตันอยู่จำนวนหนึ่ง
“ข้าจะพยายามดูแลมันให้ดีที่สุด” หยวนชิงหลิงรู้ว่าสองสามีภรรยามีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเสือขนทองแค่ไหน
เสือขนทองกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว
พวกเขาจะต้องรู้สึกทุกข์ใจมากแน่
“รบกวนแล้ว” อ๋องชินเฟิงอันพูดพลาง
ปลายหางเสียงถึงกับเจือก้อนสะอื้นน้อย ๆ
ราวกับเขารู้ว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงรีบเดินจากไป
พระชายาชินเฟิงอันหันกลับไปเช็ดน้ำตา ไม่พูดอะไรสักคำ
เนื่องจากอารมณ์ของทุกคนค่อนข้างหนักอึ้งและจมดิ่งกันหมด แม้ว่าหยู่เหวินเห้าจะพยายามอย่างเต็มที่ในการฝืนระงับความสงสัยที่อัดแน่นอยู่เต็มท้อง รอจนพวกเขาจัดเตรียมที่ทางให้เสือขนทองในวังเสร็จ
เขาก็ดึงหยวนชิงหลิงไปถามว่า “เจ้าหยวน นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมเสือขนทองถึงมีสภาพเป็นอย่างนี้?”
เมื่อครู่เสด็จปู่ใหญ่เพิ่งคุยกับนางเป็นการส่วนตัว คิดว่าคงจะบอกที่ไปที่มาให้นางรู้
หยวนชิงหลิงเรียบเรียงคำพูดที่จะเล่า แล้วพูดว่า “เรื่องของเสือขนทองค่อนข้างซับซ้อน ข้าจะเปรียบเทียบให้เจ้าฟังเพื่อให้เจ้าเข้าใจได้ง่ายขึ้น เมื่อหลายปีก่อนมันเกิดธาตุไฟเข้าแทรก ถูกโจมตีโดยพลังปราณภายใน ส่งผลให้สูญเสียพลังวิเศษไปมาก สัตว์เทพผู้เกรียงไกรคิดจะใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ เตรียมใจพร้อมเป็นพร้อมตายไปกับอ๋องชินเฟิงอัน แม้ว่าในช่วงเวลานั้นจะบำเพ็ญตบะจนคมมีดคมดาบไม่สามารถฟันแทงเข้าได้แล้ว แต่สุดท้ายพลังก็ยังไม่ฟื้นคืนได้เท่ากับตอนเป็นสัตว์เทพในอดีต
หากคิดอยากจะย้อนกลับไปเป็นเหมือนในอดีต จำเป็นต้องเผชิญด่านเคราะห์ คือการทนผ่านพายุฝนฟ้าคะนองทั้งห้า หากรอดมาได้ ก็จะฟื้นฟูพลังความสามารถกลับมา หากไม่รอด ก็เป็นไปได้ว่าวิญญาณอาจแตกสลาย ที่จริงเสือขนทองอดทนจนผ่านมาได้แล้ว แต่พลังชี่ดั้งเดิมก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงด้วย มีเทพบางองค์….ที่วิญญาณเทพกับพลังปราณภายในจะกระจัดกระจายออกไปข้างนอก
เสด็จปู่ใหญ่กำลังไปตามหากลับมา แต่ร่างหลักของเสือขนทองก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาอีกมาก ถึงจะหลอมรวมกับพลังส่วนที่กระจัดกระจายออกไปนั้นได้ ”
หลังจากที่หยู่เหวินเห้าฟังนางอธิบายแล้ว
ค่อยวิเคราะห์ตามความเข้าใจของตัวเองอีกรอบ
ก็เข้าใจขึ้นมาได้หลายส่วน
แต่ถึงอย่างไร เสือขนทองก็รอดจากด่านเคราะห์ที่หนักหนาที่สุดมาได้แล้ว
รอให้มันฟื้นกลับมา
มันจะมีพลังที่ร้ายกาจกว่าแต่ก่อนมาก อีกทั้งสถานะก็จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ถึงขั้นพูดได้ว่า ไม่จำเป็นต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว
ติดเพียงแค่ว่าหลังจากที่เสือขนทองถูกฟ้าผ่า วิญญาณบางส่วนจะกระจัดกระจายไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ?

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง