บัลลังก์หมอเซียนยา 1988

15 กันยายน 2019   @admin  

บัลลังก์หมอเซียนยา บทที่ 1988

หลังจากรัชทายาทกลับมาถึงเมืองหลวง ก็ตรงกลับวังไปน้อมทักทายเสด็จพ่อเสด็จแม่ ถามไถ่ทุกข์สุขรวมถึงมอบของขวัญให้ทันที
เขาคุ้นเคยกับการที่ไม่ว่าจะไปถึงสถานที่แห่งไหน ก็จะนำของขวัญของฝากจากท้องถิ่นนั้น ๆ กลับมาให้พ่อกับแม่ทุกครั้ง
ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อแทนความหมายว่า แม้ตัวเขาจะอยู่นอกบ้าน แต่ใจเขายังคงรักใคร่คิดถึงบ้านอยู่เสมอ
พูดได้ว่า การอบรมเลี้ยงดูในครอบครัวของเจ้าห้าและเจ้าหยวนประสบความสำเร็จดีมาก
ลูก
ๆ ทุกคนต่างรู้ความและกตัญญูอย่างยิ่ง
ที่ฝั่งของพ่อกับแม่
รัชทายาทรู้แล้วว่าเจ้าตาทับทิมเกือบจะถูกคนรังแก
ช่างสวีถูกจับขังคุกที่กรมการปกครองเหนือ กลายเป็นผู้มีความผิดทางอาญา
เขาอยากรีบกลับไปหาเจ้าตาทับทิมทันที
แต่หยวนชิงหลิงบอกเขาว่า เจ้าตาทับทิมไปดูแลอาการบาดเจ็บของอาจารย์
ขอให้เขาไปที่นั่นสักครั้ง
ช่วงพลบค่ำดวงตะวันลาลับ
จึงนึกขึ้นมาได้ว่าบางทีช่างสวีอาจจะพักฟื้นที่บ้าน จึงตรงไปที่บ้านของช่างสวีแทน
แสงตะวันรอนค่อย ๆ เลือนหายไปจากท้องฟ้า รัชทายาทไปที่โรงงานก่อน ประตูโรงงานปิดสนิท
ก่อนที่จะมาพบช่างสวีเพื่อขอให้นางมาเป็นอาจารย์ของเจ้าตาทับทิม
แน่นอนว่าบ้านที่อยู่อาศัยของนาง เขาก็ย่อมรู้ชัดเจนมากเช่นกัน
เขาได้สืบหาจนรู้ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับช่างสวีอย่างชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว
เมื่อเขามาถึงบ้านตระกูลลู่ ก็เห็นเพียงควันที่ลอยโขมงมาจากหลังคา กับกลิ่นหอมของอาหารโชยมา เขาผลักประตูที่ปิดอยู่แต่ไม่ได้ลงดาล น้องชายคนเล็กตระกูลลู่กำลังตักน้ำจากบ่อ
ได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันหน้ากลับมามอง ทันทีที่เห็น
ก็มีอาการเข่าอ่อนจนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นก่อนแล้ว พร้อมทั้งพาถังน้ำในมือลงไปคุกเข่าด้วย “รัช รัชทา…”
บรรดาพี่น้องทั้งหลายในตระกูลลู่ต่างทยอยวิ่งออกมาทีละคน ๆ
เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ทั้งหมดก็คุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง
รู้สึกตื่นเต้นใจสั่นกันจนทำอะไรไม่ถูก
เจ้าตาทับทิมกับฮูหยินเฒ่าตระกูลลู่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว ได้ยินการเคลื่อนไหวก็พากันออกมาด้วย
พอเจ้าตาทับทิมเห็นว่าเป็นพี่ซาลาเปา ก็วิ่งเข้าไปจับไม้จับมืออย่างมีความสุข ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ถามรัวเป็นชุดว่า “เจ้ากลับมาแล้วรึ? กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่? แล้วเจ้าหมาป่าซาลาเปาล่ะ? ข้าคิดถึงเจ้าหมาป่าซาลาเปามาก ๆ เลย”
“ข้าเพิ่งกลับมาวันนี้เอง ท่านแม่บอกข้าว่าเจ้าอยู่ที่นี่” รัชทายาทประคองไหล่ของนาง ดวงตาหล่อเหลาได้รูปเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“เจ้าหมาป่าซาลาเปาอยู่ในวัง ข้าไม่ได้พาออกมาด้วย
มันเองก็คิดถึงเจ้ามากเช่นกัน คืนนี้เจ้าก็กลับไปเล่นกับมันสักหน่อยเถอะนะ”
“อื้ม ๆ !” เจ้าตาทับทิมกำลังทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ
อีกเดี๋ยวเราก็จะกินข้าวกันแล้ว ”
แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังทำอาหารอยู่ จึงร้องอุทานขึ้นว่า “อาหารของข้าจะไหม้หมดแล้ว เจ้ารีบเข้าไปนั่งข้างในก่อน
พูดจบ ก็รีบวิ่งตึงตังกลับเข้าไป
ฮูหยินเฒ่าตระกูลลู่คุกเข่าอยู่ที่พื้น สีหน้าของนางซีดขาว
กระทั่งจะเงยหน้าขึ้นนางก็ยังไม่กล้า
ในใจนึกหวาดกลัวอย่างมาก ร่างกายสั่นสะท้านราวใบไม้ที่หลงเหลือท่ามกลางสายลมในฤดูใบไม้ร่วง
อันที่จริงวันนี้นางยืนกรานแล้วว่า จะไม่ให้ว่าที่พระชายารัชทายาททำอาหาร
จะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล นางจึงทำได้เพียงต้องยอมให้เข้ามาเป็นลูกมือช่วยในครัว
แต่นางดื้อรั้นจะทำให้ได้ บอกว่าอยากดูแลอาจารย์ด้วยตัวเอง
ผลสุดท้าย กลับกลายเป็นว่ารัชทายาทเสด็จมาตอนนี้พอดี
นางตายแน่ ตายสถานเดียวแน่ ๆ แล้ว!
แล้วได้เห็นกับตาตัวเองว่าพระพระชายารัชทายาทในอนาคตผู้นี้ กำลังทำอาหารอยู่ในครัวตระกูลลู่
นางถึงกับเตรียมใจพร้อม รอรับความพิโรธโกรธกริ้วอันสะท้านฟ้าสะเทือนดินของรัชทายาทไว้เรียบร้อยแล้ว แต่กลับได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“ทุกคนลุกขึ้นมาเถอะ คุกเข่ากันทำไมล่ะนี่? ช่างสวีล่ะ?
พาข้าเข้าไปเยี่ยมดูนางหน่อย”
ช่างสวีจิตใจมั่นคงหนักแน่น
หลังจากได้พบรัชทายาทก็น้อมทักทาย
จากนั้นระหว่างที่พูดคุยกันก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นอะไรมากมาย แค่มีท่าทางที่ดูจะเคารพให้เกียรติกว่าแต่ก่อนมาก
แต่เพราะกริยาท่าทางที่รัชทายาทแสดงออกอย่างชิดใกล้เป็นกันเอง
ทุกคนจึงค่อย ๆ ถูกบรรยากาศชักนำจนเกิดความรู้สึกสมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกันขึ้นมาได้
ยังเหมือนกับช่วงก่อนที่จะตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยทุกประการ
รัชทายาทอยู่กินข้าวที่บ้านตระกูลลู่ ส่งผลให้ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร
ฮูหยินเฒ่าตระกูลลู่ก็ไม่กล้าร่วมโต๊ะด้วย พี่ใหญ่ตระกูลลู่จึงทำได้แค่พานางกลับห้อง แล้วค่อยจัดอาหารไปส่งให้นางแยกต่างหาก
ปล่อยให้นางกินข้าวในห้องตัวเองตามลำพัง
หลังมื้อเย็น รัชทายาทก็สอบถามความกระจ่างของเหตุการณ์ในวันนั้นจากช่างสวีและเจ้าตาทับทิมอีกครั้ง หลังจากฟังจบ เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าโกรธเคืองอะไรมากมาย ถึงกับยกยิ้มน้อย ๆ
คนเลวไม่มีทางหลบซ่อนไปได้ตลอด อย่างไรก็ต้องถูกลงโทษอยู่วันยังค่ำ อย่าไปคิดว่าเพราะได้ประสบเรื่องเลวร้ายครั้งหนึ่ง ก็รู้สึกอยู่ตลอดว่าชีวิตนี้เลวร้ายไม่เป็นไปดังปรารถนาเลยนะ”
ด้วยซ้ำ จากนั้นก็หันไปพูดกับช่างสวีว่า “ในชีวิตคนเรา มักจะต้องประสบกับเรื่องเลวร้ายอยู่เสมอ แต่โชคดีที่จักรวาลของเราล้วนมีกฎแห่งกรรม
ทุกคนคิดกันว่ารัชทายาทน่าจะโกรธมาก
เพราะถึงอย่างไร คนที่คุณชายตระกูลฉินนั่นรังแกก็คือเจ้าตาทับทิมน้อย
แม้แต่พวกเขาเองก็ยังโกรธกันแทบตายให้ได้แล้ว
แต่หลังจากที่รัชทายาทได้ฟังเรื่องนี้แล้ว
กลับแสดงท่าทางที่เหมือนกับได้ฟังเรื่องธรรมดาทั่ว
ๆ ไปแค่นั้น ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความโกรธแค้นในดวงตาของเขาเลยสักเศษเสี้ยว
หรือไม่เขาก็อาจจะไม่ได้โกรธจริง ๆ
หรือไม่ขอบเขตของเส้นอารมณ์กราดเกรี้ยวของเขาคงจะอยู่สูงเกินไป การฝึกฝนจิตใจของเขานั้นสูงมากจนไม่แสดงให้เห็นความปิติยินดี ความโกรธแค้น
ความโศกเศร้าออกมาให้คนภายนอกรู้
หลังจากคุยกันจบก็พาเจ้าตาทับทิมกลับวัง ระหว่างทางเจ้าตาทับทิมถามเขาว่า “เจ้าไม่โกรธจริง
ไม่เห็นเจ้าจะพูดอะไรที่แสดงว่าโกรธเคืองบ้างเลย”
ๆ น่ะรึ? เจ้าไม่สนใจข้าซักนิดเลยหรือ? หลังจากฟังจบ
แม้ว่านางจะไม่รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวบนโลกใบนี้
แต่เพราะเมื่อครู่ตอนอยู่ที่บ้านตระกูลลู่ ทุกคนต่างก็งุนงงมากที่เขาไม่โกรธเลย
ซึ่งนั่นก็ทำให้นางพลอยงุนงงไปด้วยเช่นกัน
ไม่ว่าใครเมื่อได้เจอกับคนชั่ว
ๆ หรือเรื่องชั่วร้าย
ก็ควรต้องรู้สึกโกรธเป็นธรรมดาถึงจะถูกต้อง นี่คือความเข้าใจในอารมณ์ของมนุษย์แบบใหม่ล่าสุดที่นางได้เรียนรู้
รัชทายาทกุมมือน้อย ๆ
ของนาง ยิ้มแย้มพลางพูดว่า “สนใจหรือไม่ นั่นคือต้องไม่สนใจว่าคนคนนี้พูดอะไร
แต่ต้องสนใจว่าคนคนนี้ทำอะไร”
เจ้าตาทับทิมเอียงหน้ามาถาม “อย่างนั้นรึ? แล้วเจ้าคิดจะทำอะไรล่ะ?”
“ก็ไม่รู้สินะ” ในดวงตาของรัชทายาทปรากฏเพียงความมืดทะมึน ไม่มีแสงสว่างแม้เพียงเศษเสี้ยว

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง