จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1494

20 กรกฎาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1494

มีเงาของสามคนบินเข้ามาและยืนอยู่ด้านหน้าของชายชรา

มีหญิงชราหลังค่อมคนหนึ่งพูดทันที “ศิษย์พี่เจ้าสำนัก เกิดอะไรขึ้นเหรอ ถึงทำให้ศิษย์พี่ต้องตีระฆังศักดิ์สิทธิ์?”

ระฆังศักดิ์สิทธิ์อันนี้ของนิกายวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เหล่าจู่ของสำนักนำกลับมาจากเขตกลางฟ้า

มีเพียงสำนักเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเท่านั้น ถึงจะสามารถตีระฆังอันนี้ได้

ชายชราผมหงอกหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับจิตใจที่ตื่นเต้นของตัวเอง สายตาอันแก่ชราของเขามองไปที่สามคนนั้นและพูด “เหล่าจู่กำลังจะกลับมาที่สำนัก!”

“อะไรนะ?”

“ศิษย์พี่พูดเรื่องจริงเหรอ?”

“ตามตำนาน เหล่าจู่ได้จากไปพันปีแล้ว!”

“เขาจะกลับมาจริงๆเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา ทำให้ทั้งสามคนตื่นเต้นดีใจทันที

ชายชรายิ้มเบาๆ พยักหน้าและพูด “เหล่าจู่ไปที่ส่วนลึกของสนามรบหมื่นจักรวาล! การจากไปครั้งนั้น กินเวลาไปหนึ่งพันปี”

“หนึ่งพันปี!”

“สำหรับพวกเราแล้ว หนึ่งพันปีผ่านไป พวกเราคงกลายเป็นเถ้ากระดูกแล้ว”

“แต่สำหรับยอดฝีมืออย่างเหล่าจู่นั้น!”

“เวลาผ่านไปแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น!”

“เหล่าจู่อยู่ห่างจากโลกฉองหลงไกลมากๆ!”

“ถึงแม้จะไกลมากๆ แต่ก็ส่งข้อความบางส่วนกลับมา”

เมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา ทั้งสามคนหายใจเร็วด้วยความตกใจ และถามด้วยความตื่นเต้น “ศิษย์พี่เจ้าสำนัก เหล่าจู่ส่งข้อความกลับมาด้วยเหรอ? พวกเรา……อยากรู้ว่าเหล่าจู่ส่งข้อความอะไรกลับมา?”

พวกเขาเป็นผู้อาวุโสรุ่นใหม่ของนิกายวิญญาณบริสุทธิ์และฝึกฝนถึงแดนจิตปฐม

ตอนนี้อายุของพวกเขามากกว่าห้าร้อยปีแล้ว

ก่อนที่พวกเขาจะถือกำเนิด เหล่าจู่ของนิกายวิญญาณบริสุทธิ์ก็จากไปแล้ว

พวกเขาเคยได้ยินตำนานของเหล่าจู่ แต่ไม่เคยเห็นหน้าเหล่าจู่มาก่อน

วันนี้พวกเขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ พวกเขาจะได้เจอหน้าเหล่าจู่ที่กลับมายังสำนัก

ถ้าพวกเขาไม่ตื่นเต้น มันก็คงเป็นไปไม่ได้?

เมื่อชายชราได้ยิน เดิมทีสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที

“ความหมายของเหล่าจู่ก็คือให้พวกเราเฝ้าดูนักบำเพ็ญเซียนที่มาจากดาวไกอาให้ดีๆ!”

หญิงชราหลังค่อมขมวดคิ้วทันทีและพูด “นักบำเพ็ญเซียนจากดาวไกอาเหรอ? หลายปีมานี้ พวกเขาใช้ชีวิตไปวันๆในแดนเหมันต์เท่านั้น!”

“พวกเราผลัดกันเฝ้าดูพวกเขาตลอดเวลา!”

“แต่ก็ไม่พบเรื่องผิดปกติเลย!”

“ทำไมเหล่าจู่ต้องสั่งเรื่องนี้ด้วย?”

ชายชราผมหงอกพูดอย่างเคร่งขรึม “ถึงแม้จะเป็นอย่างที่เธอพูด แต่เหล่าจู่บอกให้พวกเราลงมือทำเรื่องนี้ ฉันคิดว่าต้องเกิดเรื่องเปลี่ยนแปลงกับนักบำเพ็ญเซียนจากดาวไกอาอย่างแน่นอน!”

“ดังนั้นฉันก็เลยเรียกพวกคุณสามคนมารวมตัวกันที่นี่!”

“ในเมื่อเหล่าจู่สั่งเรื่องนี้ลงมา ถ้างั้นพวกเราก็ต้องเคลื่อนไหวและลงมือแล้ว!”

“ความหมายของฉันก็คือ เริ่มลงมือจากตระกูลโม่ก่อน!”

“ศิษย์น้องสามคน พวกคุณมีความคิดเห็นยังไง?”

หญิงชราหลังค่อมพูด “ฉันเห็นด้วย มีโอกาสสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ตระกูลโม่คือตระกูลที่หนีออกมาจากแดนเหมันต์!”

“ถึงแม้ฉันจะไม่เข้าใจว่าโม่เทียนเจินสามารถฝึกฝนถึงแดนจิตปฐมได้ยังไง……”

ชายชราอีกคนที่ใส่ชุดดำพูด “สำหรับตระกูลโม่ ฉันคิดว่าพวกเราควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อน เพราะพวกเราไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ถ้าลงมือจริงๆ มันจะทำให้สำนักของเราต้องเสียชื่อเสียง”

“ตระกูลโม่อยู่ในภาคเหนือ ก็มีชื่อเสียงและอิทธิพลอยู่ไม่น้อยเลย!”

“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก จากความเห็นของฉัน พวกเราควรเฝ้าระวังแดนเหมันต์ให้ดีๆ!”

“สำหรับตระกูลโม่นั้น พวกเราควรใช้วิธีกดดันตระกูลนี้!”

“เมื่อแรงกดดันเพิ่มสูงมากขึ้น บางทีอาจจะมีเบาะแสอะไรหลุดออกมาก็ได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดของชายชราชุดดำ ทำให้หญิงชราหลังค่อมเปล่งเสียงไม่พอใจออกมาและพูด “ตระกูลโม่แข็งแกร่งแค่ไหน พวกเราต่างรู้ดีอยู่แล้ว”

“ทำไมพวกเราต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากด้วย!”

“ไม่ว่าจะถูกหรือผิด!”

“ฆ่าล้างตระกูลแล้วค่อยมาพูดกัน!”

“ฉันได้ข่าวมาว่าวันนี้โม่เทียนเจินกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดไม่ใช่เหรอ?”

“พวกเราให้เขาฉลองวันเกิดและวันตายพร้อมกันไม่ดีเหรอ!”

หญิงชราคนนี้ ดูเหมือนเธอจะมีนิสัยโหดเหี้ยมมากๆและป่าเถื่อนอีกด้วย

ยอมฆ่าผิดคนดีกว่าปล่อยคนหนีไป

ชายชราผมหงอกเห็นทั้งสองคนมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เขานิ่งเงียบไปชั่วครู่แล้วพูด “ถ้าไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด และสังหารอีกฝ่ายเลย อาจจะทำให้นิกายวิญญาณบริสุทธิ์ของเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง!”

“ฉันคิดว่าทำตามแผนการของศิษย์น้องสามดีกว่า พวกเราใช้วิธีกดดันตระกูลนี้!”

“มีอีกเรื่องหนึ่ง โม่เทียนเจินมีลูกสาวคนหนึ่งใช่ไหม!”

“สมัยนั้นพวกเราได้เชิญเด็กผู้หญิงคนนั้นเข้าสำนักของพวกเรา!”

“อยากให้เธอมาเป็นลูกศิษย์ของสำนักเรา!”

“เพื่อสืบข้อมูลของตระกูลโม่จากเธอ”

“แต่โดนโม่เทียนเจินพูดปฏิเสธ!”

“อย่างไรก็ตาม ขอพูดตามตรงเลย เด็กผู้หญิงคนนั้นมีพรสวรรค์มากๆ!”

“เด็กคนนั้นอาจจะมีพรสวรรค์พอๆกับไป๋ล่างเลย!”

“ฉันคิดว่าพวกเราควรลงมือทั้งสองฝั่ง!”

“ฝั่งแรกคือโม่เทียนเจิน!”

“ฝั่งที่สองคือลูกสาวของเขาที่ชื่อโม่หยู่!”

“ศิษย์น้องสาม เรื่องนี้ก็มอบให้คุณกับไป๋ล่างไปจัดการก็แล้วกัน!”

“ศิษย์น้องสามพาไป๋ล่างไปที่ตระกูลโม่ ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของโม่เทียนเจิน จากนั้นก็ลงมือตามสถานการณ์!”

“สำหรับทางฝั่งแดนเหมันต์นั้น พวกเราต้องเฝ้าระวังให้ดี!”

“ในทางตรงกันข้าม!”

“ครั้งนี้พวกเราต้องล่องูออกจากถ้ำให้ได้!”

“หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือแหวกหญ้าให้งูตื่น!”

“เรื่องนี้ก็มอบให้ศิษย์น้องสองเป็นคนไปจัดการก็แล้วกัน!”

“บีบบังคับพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง!”

“ถึงแม้พวกเขาจะมีไผ่ตายอะไรซ่อนอยู่!”

“มันก็จะปรากฏออกมาอย่างแน่นอน!”

“อย่างไรก็ตาม แดนเหมันต์นั้นไม่ธรรมดาเลยและอันตรายมากๆ!”

“ศิษย์น้องสองต้องระมัดระวังตัวให้มากๆด้วย!”

“เอาอย่างนี้ละกัน ศิษย์น้องสี่ คุณกับศิษย์พี่รองไปด้วยกันเลย!”

ชายชราชุดสีเทาที่ไม่เคยพูดอะไรเลย ร่างกายของเขาไม่ค่อยสูงนัก เขาพยักหน้าทันทีและพูด “ศิษย์พี่เจ้าสำนักโปรดวางใจ ฉันจะร่วมมือกับศิษย์พี่และจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน!”

ชายชราผมหงอกพยักหน้าและพูด “โอเค ในเมื่อพวกเราตกลงกันได้แล้ว ถ้างั้นศิษย์น้องทั้งสามคนก็ออกเดินทางได้เลย! ฉันจะรอข่าวดีจากพวกคุณสามคน!”

เมื่อทั้งสามคนได้ยินก็รับปากทันที จากนั้นก็โค้งคำนับชายชราผมงอกแล้วบินจากไปทันที

……

ในโรงเตี๊ยมของเมืองชิวซาน โม่หยู่ยังคงเล่าเรื่องต่างๆของดาวนกขาวให้หลินหยุนฟังอยู่และพูดถึงสำนักต่างๆด้วย

แต่เรื่องที่เธอพูดนั้น เป็นเรื่องของเขตเหนือทั้งหมด และมีเรื่องของเขตกลางฟ้านิดหน่อย

อย่างไรก็ตาม นอกจากเขตเหนือแล้ว แม้แต่เรื่องของเขตกลางฟ้า เธอก็รู้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับอีกสามเขตนั้น เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่างไรก็ตาม หลังจากฟังเรื่องต่างๆที่เธอเล่าออกมา ทำให้หลินหยุนเข้าใจเรื่องต่างๆมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้เขาสามารถยืนยันได้ ในดาวนกขาวนั้นต้องมีเส้นทางที่ไปหมื่นจักรวาลได้

ดาวนกขาวในฐานะที่เป็นโลกบำเพ็ญเซียนขนาดใหญ่ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเส้นทางไปที่หมื่นจักรวาล

นอกจากว่าโลกฉองหลงแห่งนี้ อยู่ห่างจากหมื่นจักรวาลไกลมากๆ หรือพูดอีกอย่างก็คือไม่เคยมียอดฝีมือออกจากโลกใบนี้เลย มิฉะนั้น มันก็คงเส้นทางไปที่หมื่นจักรวาลอย่างแน่นอน

ในเมื่อมีเส้นทาง งั้นก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เขาสามารถใช้เส้นทางจากที่นี่ไปที่หมื่นจักรวาลได้

เรื่องนี้ทำให้หลินหยุนรู้สึกตื่นเต้นดีใจมากๆ

หมื่นจักรวาล โดยเฉพาะสนามรบหมื่นจักรวาล

มันเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากๆ และเต็มไปด้วยอันตราย แต่ก็มีสมบัติล้ำค่าจำนวนมากอยู่

สถานที่แห่งนั้น เป็นสถานที่สู้รบของชนเผ่านับพันนับหมื่น

แน่นอนว่าด้วยพลังที่เขามีอยู่ในตอนนี้ มันยังห่างไกลมากๆ!

ถ้าอยากจะเข้าไปในสนามรบหมื่นจักรวาล อย่างน้อยต้องฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพ

มิฉะนั้น แม้แต่รังสีฆ่าฟันที่อยู่ในสนามรบก็อาจจะรับมือไม่ได้ด้วยซ้ำ

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง