จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1459

11 กรกฎาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1459

ฉินหลันเป็นคนที่ฉลาดมากๆ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถ้าตัวเองไม่สามารถบำเพ็ญเซียนเหมือนกันหลินหยุน ความแข็งแกร่งของพวกเขาสองคนก็จะห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ระยะห่างของพวกเขาสองคนก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

เขาเชื่อมั่นในตัวหลินหยุนมากๆ ถึงแม้เธอจะบำเพ็ญเซียนไม่ได้ หลินหยุนก็จะให้เก็บเธอไว้ข้างกายตลอด

ค่อยดูแลเธอและรักเธอตลอดไป

อย่างไรก็ตาม ในจิตใจของเธอ เธอไม่อยากให้ตัวเองกับหลินหยุนมีระยะห่างกันมากไปกว่านี้

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เธอไม่อยากเป็นภาระของหลินหยุน

ถ้าเธอสามารถบำเพ็ญเซียนได้ บางทีหลินหยุนเจอเรื่องอันตราย เธออาจจะช่วยเหลือเขาได้

มิฉะนั้น เมื่อถึงเวลานั้น เธอคงทำได้แค่ยืนดูเฉยๆเท่านั้น

ความรู้สึกแบบนี้ มันชัดเจนมากๆเมื่อตอนที่เธอพบเห็นซิงเฟย

สำหรับความคิดของเธอ หลินหยุนก็เข้าใจอยู่แล้ว

ในสายตาของหลินหยุน ฉินหลันจะบำเพ็ญเซียนหรือไม่นั้น มันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย

ถึงแม้เธอจะบำเพ็ญเซียนไม่ได้ ถ้าใช้สมุนไพรล้ำค่าก็สามารถทำให้เธอมีอายุยืนยาวขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ถ้าฉินหลันดื้อรั้นที่จะบำเพ็ญเซียนละก็……

มันจะกลายเป็นเรื่องยาก และมีอันตรายที่ไม่สามารถคาดเดาได้

หลินหยุนครุ่นคิดไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่ฉินหลัน ด้วยพรสวรรค์ที่พี่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่เหมาะกับการบำเพ็ญเซียนจริงๆ พรสวรรค์ของพี่กับแม่ของฉันน่าจะพอๆกัน”

“อย่างไรก็ตาม ถ้าพี่อยากจะบำเพ็ญเซียนจริงๆ มันก็ยังพอมีวิธีอยู่”

“แต่เรื่องนี้มันก็ยากมากๆ”

“และการบำเพ็ญเซียน มันเป็นเส้นทางที่ต้องต่อสู้กับสวรรค์”

“ทุกๆครั้งที่ก้าวออกไปก็จะเต็มไปด้วยอันตรายเสมอ”

“ความลำบากแบบนั้น บางทีอาจจะมีอันตรายจนถึงชีวิตได้ทุกเมื่อ ฉันไม่อยากให้พี่ต้องเผชิญหน้ากับมัน!”

ชาติที่แล้ว หลินหยุนถูกท่านอาจารย์พาออกจากดาวไกอา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ออกเดินทางฝึกฝนไปทั่วโลกเพียงคนเดียว

เขารู้สึกมีอันตรายถึงชีวิตตลอดเวลา

การที่ต้องก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวด้วยความยากลำบาก จนถึงตอนนี้เขายังรู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจน

เขาไม่อยากให้ฉินหลันต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากและอันตรายเหมือนกับตัวเองเลย

แน่นอนว่า ตอนนี้มีเขาอยู่ใกล้ๆ เส้นทางบำเพ็ญเซียนของฉินหลันอาจจะง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

แต่การบำเพ็ญเซียนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ฉินหลันรีบพูดทันที “ฉันไม่กลัวความลำบากและอันตราย เสี่ยวหยุน ถ้าได้อยู่ใกล้ๆกับนาย ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน ฉันก็สามารถแบกรับมันได้ นายมีวิธีให้ฉันบำเพ็ญเซียนได้ใช่ไหม?”

เมื่อมองเห็นความแน่วแน่ของฉินหลัน หลินหยุนถอนหายใจทันที จากนั้นเขาก็พยักหน้าและพูด “ฉันยังพอมีวิธีอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้!”

“พี่ฉินหลัน การบำเพ็ญเซียน ต้องมีรากทิพย์พรสวรรค์ด้วย”

“พูดกันตามตรง ตอนที่พวกเราถือกำเนิด หรือการกำเนิดของสัตว์ต่างๆ จะมีรากทิพย์พรสวรรค์เสมอ”

“เพียงแต่จะมีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถบำเพ็ญเซียนได้”

“สำหรับสุดยอดอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเซียนนั้น มันมีน้อยมากๆจนสามารถนับได้”

“ถึงแม้ตอนนี้พี่ฉินหลันจะไม่สามารถบำเพ็ญเซียนได้ แต่สามารถใช้วิธีเปลี่ยนรากทิพย์พรสวรรค์เพื่อเข้าสู้เส้นทางการฝึกฝนบำเพ็ญเซียนได้”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ฉินหลันก็อดสงสัยไม่ได้และพูด “อะไรคือการเปลี่ยนรากทิพย์พรสวรรค์? รากทิพย์พรสวรรค์คืออะไรเหรอ?”

หลินหยุนกำลังจะอธิบาย แต่เขาก็เปลี่ยนความคิดทันที ไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะๆให้เธอรับรู้ ไม่งั้นจะทำให้ฉินหลันรู้สึกลำบากใจมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนรากทิพย์พรสวรรค์นั้น

ถ้าในทัศนคติและความคิดของฉินหลัน ถ้าอยากให้เธอยอมรับโดยไม่รู้สึกผิด มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าอยากจะทำสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกัน

ประการแรก ต้องหารากทิพย์พรสวรรค์ที่เหมาะสมให้เจอก่อน ประการที่สอง รากทิพย์พรสวรรค์ต้องเป็นรากทิพย์ชั้นยอดด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาถึงสามารถเปลี่ยนรากทิพย์ให้ฉินหลันได้

ถ้าอยากจะหารากทิพย์ชั้นยอดที่มีน้อยมากๆนั้น มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆเช่นกัน

พูดกันตามตรงว่าต้องอาศัยโชคช่วยจริงๆ

สรุปก็คือ สำหรับเรื่องนี้ มีปัจจัยที่ไม่แน่นอนเยอะมากๆ ไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น

ดังนั้นตอนนี้พูดเยอะๆก็คงไม่มีประโยชน์

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยุนตบไหล่ของฉินหลันเบาๆและพูด “พี่ฉินหลัน เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้สำเร็จในระยะเวลาอันนั้น ต้องอาศัยโชคช่วยด้วย มันต้องใช้เวลาพอสมควร เรื่องนี้ฉันได้จำเอาไว้แล้ว”

“พี่ไปพักผ่อนที่ห้องก่อน ฉันจะลงไปสอบถามว่าบริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านแห่งนี้ ยังมีสถานที่อื่นๆอีกไหม”

“ฉันคิดว่าซิงเฟยน่าจะอยู่ห่างจากพวกเราไม่ไกลนัก พวกเรารออยู่ตรงนี้หนึ่งวัน ถ้ามีข่าวคราวของเธอ ทุกคนในหมู่บ้านคงจะรู้เรื่องเหล่านี้อย่างรวดเร็ว เพราะหมู่บ้านแห่งนี้เล็กมากๆ”

“พวกเรานอนในหมู่บ้านหนึ่งคืนและรอจนถึงเที่ยงวันของพรุ่งนี้”

“ถ้ายังไม่มีข่าวคราวของเธอ พวกเราก็เดินทางไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด”

ฉินหลันพยักหน้าทันทีและพูด “โอเค นายระมัดระวังตัวด้วย!”

หลินหยุนรับปากทันที จากนั้นก็หันหลังและเดินออกไป

จากนั้นก็สร้างค่ายกลอันหนึ่งขึ้นมา ถ้าเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้น เขาก็จะรับรู้ได้ทันทีและค่ายกลก็สามารถต้านรับการโจมตีได้ชั่วครู่

เมื่อหลินหยุนเดินมาถึงชั้นหนึ่งที่เป็นห้องโถง เขาก็หาโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆหน้าต่างและนั่งลงทันที

ผ่านไปไม่นาน ก็มีพนักงานบริการที่มีรูปร่างไม่ค่อยสูงนักเดินเข้ามา

หลินหยุนสั่งเหล้าหนึ่งขวด จากนั้นเขาก็ถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านจากพนักงานบริการทันที

ปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเมืองเล็กที่อยู่ทางทิศเหนือของแคว้นผันสือ

หุบเขาอันกว้างใหญ่ที่อยู่ทางทิศเหนือมีชื่อว่าเทือกเขาผันสือ และมันก็มีอีกชื่อหนึ่งก็คือเทือกเขาอสูรสัตว์

และหมู่บ้านนี้ก็ถูกเรียกว่าเมืองนักล่า

ทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาวจนไปถึงฤดูใบไม้ผลิ หมู่บ้านแห่งนี้ก็จะครึกครื้นมากๆ

เพราะเวลานั้น เป็นเวลาสำหรับการล่าสัตว์อสูร เมื่อถึงเวลานั้นจะมีพ่อค้าและนักบำเพ็ญเซียนจำนวนมากมาล่าสัตว์อสูรที่หุบเขาแห่งนี้ เพราะช่วงเวลานั้น สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆจะเข้าสู่ช่วงเวลาจำศีล

ทำให้คนที่เข้ามาล่าสัตว์อสูรมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ทางทิศตะวันออก ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศใต้ของหมู่บ้านแห่งนี้ ต่างก็มีเมืองใหญ่ๆ อยู่

แต่ทางทิศเหนือจะไม่มีเมืองใหญ่เลย เพราะทางทิศเหนือและทิศตะวันออกนั้นถูกปกคลุมด้วยหุบเขาอันกว้างใหญ่

ประเทศที่ถูกเรียกว่าแคว้นผันสือ มันไม่ได้เป็นประเทศใหญ่เลย พูดได้ตามตรงว่าเป็นแคว้นบำเพ็ญเซียนระดับหนึ่งเท่านั้น กษัตริย์ของประเทศนี้เป็นนักบำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐมเท่านั้น

ทางทิศใต้ของแคว้นผันสือคือแคว้นหลีหั่ว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือคือแคว้นจู้ชิว ทางทิศตะวันออกเป็นแคว้นน้ำแดง

แคว้นผันสือ แคว้นหลีหั่ว แคว้นจู้ชิว ทั้งหมดอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นน้ำแดง เพราะแคว้นน้ำแดงเป็นแคว้นบำเพ็ญเซียนระดับสอง

หลังจากหลินหยุนสอบถามแล้ว เขาก็เข้าใจข้อมูลของประเทศเหล่านี้มากขึ้น

แต่เรื่องที่ละเอียดกว่านี้ พนักงานบริการก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เพราะอีกฝ่ายเป็นแค่พนักงานบริการของเมืองเล็กๆแห่งนี้เท่านั้น

สำหรับเรื่องที่เล่าให้หลินหยุนฟังนั้น พนักงานบริการก็ได้ยินมาจากลูกค้าที่เข้าพักในโรงเตี๊ยมเท่านั้น

หลินหยุนดื่มเหล้าไปสองแก้ว เขาก็สั่งอาหารบางส่วนและกลับไปในห้องพักที่อยู่ชั้นสองทันที

เขาไปพูดกับฉินหลันแค่แป๊บเดียว หนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่มีการสนทนาใดๆเกิดขึ้น

วันที่สอง พวกเขารอในหมู่บ้านครึ่งวัน จากนั้นหลินหยุนก็พาฉินหลันจากไป และตรงไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีเมืองที่ชื่อเมืองอู้ซาน และห่างจากหมู่บ้านนี้ไม่ไกลเท่าไหร่

มีโอกาสสูงมากๆที่ซิงเฟยจะอยู่เมืองนั้น ระยะห่างเพียงแค่พันกิโลเมตร หลินหยุนได้พาฉินหลันบินอยู่กลางท้องฟ้า ในเวลาช่วงเย็นๆ พวกเขาก็บินมาถึงนอกเมืองอู้ซาน

เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่ น่าจะมีประชากรอาศัยอยู่หลายแสนคน

ตรงนี้ต้องมีนักบำเพ็ญเซียนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา หลินหยุนพาฉินหลันเดินเท้าเข้าไปในเมืองอู้ซาน

พวกเขารออยู่ในเมืองอู้ซานสองวัน หลินหยุนได้เดินไปทั่วเมืองอู้ซานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ข่าวคราวของซิงเฟยเลย

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง