จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1456

11 กรกฎาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1456

เมื่อมองเห็นเจ้าสำนักตัวเองต่อสู้กับหลินหยุน ทำให้นักบำเพ็ญเซียนทุกคนในสำนักฉีซานตื่นเต้นขึ้นมาทันที

สายตาของนักบำเพ็ญเซียนทุกคนต่างมองไปที่สองคนนั้นทันที

การต่อสู้ของยอดฝีมือระดับนี้ พวกเขาไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้อยู่แล้ว

แม้แต่พลังอันน้อยนิดจากวิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพวกเขา เมื่อโจมตีโดนยอดฝีมือแดนยาทองระดับแปด คงทำให้ยอดฝีมือแดนยาทองระดับแปดได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนยอดฝีมือที่ต่ำกว่ายาทองระดับแปด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

หลินหยุนใช้กระบวนท่าดาบทะลุสวรรค์ออกมา ทำให้เจ้าสำนักฉีซานบาดเจ็บสาหัสทันที

ในเวลานี้ ผู้อาวุโสปิงหลินพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วและรับร่างกายของเจ้าสำนักฉีซานเอาไว้

จากนั้นในมือของเธอก็มีแสงสว่างและมีค่ายกลอันหนึ่งบินออกมาทันที

นี่คือค่ายกลสี่พิทักษ์ของสำนักฉีซาน

ดวงตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที ในชั่วพริบตาเขาก็ปรากฏตัวด้านหน้าของสองคนนั้นทันที

พลังของค่ายกลยังไม่ทันได้ปลดปล่อยออกมา หลินหยุนก็สะบัดมือทันที มีพลังที่มองไม่เห็นควบคุมตัวเจ้าสำนักฉีซานกับปิงหลินเอาไว้

หลังจากนั้น ค่ายกลสี่พิทักษ์ของสำนักฉีซานก็เสียการควบคุมและตกลงมาทันที

มืออีกข้างหนึ่งของหลินหยุนก็สะบัดออกมา และจับแท่นค่ายกลเอาไว้ในมือ

หลินหยุนก้มหน้ามองหนึ่งครั้ง จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ค่ายกลอันนี้อยู่ในมือของพวกคุณ แต่พวกคุณไม่สามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดของค่ายกลออกมาได้ มันน่าเสียดายมากๆ”

ในเวลานี้ เจ้าสำนักฉีซานหายใจเข้าลึกและมองไปที่หลินหยุน สีหน้าของเขาแย่มากๆและพูด “คิดไม่ถึงจริงๆ พลังของคุณจะน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้!”

“ฉันคิดว่าถึงแม้ตัวเองจะสู้คุณไม่ได้ แต่ถ้าคุณอยากจะจับตัวฉันเอาไว้ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”

“ฉันประเมินตัวเองสูงเกินไปและคิดง่ายเกินไป!”

“ในเมื่อฉันพ่ายแพ้แล้ว ไม่ว่าคุณจะฆ่าฉันหรือไม่ มันก็แล้วแต่คุณเลย!”

“อย่างไรก็ตาม ถ้าจะบีบบังคับให้สำนักของเราส่งมอบลูกศิษย์ออกมา เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้!”

“ถ้าคุณอยากจะฆ่า คุณก็ทำลายค่ายกลแล้วเข้าไปฆ่าล้างเลย พวกเรายอมรับได้อยู่แล้ว”

“แต่ถ้าให้ฉันส่งคนออกมาให้คุณสังหาร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”

“ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจ!”

หลินหยุนพยักหน้าและมองหน้าเจ้าสำนักฉีซานแล้วพูด “คุณมีความกล้าจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่คุณเป็นเจ้าสำนักฉีซาน ยังไงก็ตามวันนี้มู่หงก็ต้องตาย!”

เมื่อหลินหยุนพูดจบ มีคนๆหนึ่งบินออกมาจากสำนักทันที

คนๆนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือมู่หงนี่เอง

ตอนนี้สีหน้าของมู่หงขาวซีดมากๆ หน้าตาของเขามีแต่ความโศกเศร้า

สายตาของเขามองไปที่หลินหยุน เขาหายใจเข้าลึกๆและพยายามบังคับร่างกายตัวเองไม่ให้สั่นไหวแล้วพูด “คุณชายชางฉอง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน! หลังจากเรื่องของสำนักหยุนเยว่จบลง ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไม่ช้าก็เร็ว มันคงมาถึงอย่างแน่นอน!”

“คุณเตรียมใจไว้แต่แรกแล้วใช่ไหม!”

“คุณโปรดวางใจ สำหรับเรื่องของสถานที่ตรงนั้น ฉันไม่เคยพูดกับใครมาก่อน!”

“ฉันอยากขอร้องให้คุณปล่อยสำนักฉีซานของเราไป!”

“นี่คือคำขอสุดท้ายของฉัน!”

หลินหยุนพูด “คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดเงื่อนไขใดๆกับฉัน! ถึงแม้ตอนนี้คุณจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้นักบำเพ็ญเซียนทุกคนในโลกคุนชางฟัง เรื่องนี้สำหรับฉันแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย!”

“เพราะวิชาปิดผนึกของฉัน ไม่มีใครสามารถทำลายมันได้อยู่แล้ว!”

“ถ้าใครอยากตาย ก็ไปลองดูได้เลย!”

มู่หงยิ้มอย่างขมขื่น เขาพยักหน้าด้วยความโศกเศร้า

เพราะว่าเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาก็เลยไม่กล้าพูดตำแหน่งของเส้นทางนั้นออกมา

ถ้าไม่พูด บางทีเขาอาจจะมีโอกาสรอดชีวิต

ถ้าพูดออกมา เขาคงต้องเสียชีวิตจริงๆ

เขาเป็นคนฉลาดมากๆ เขารู้อยู่แล้วว่ามันมีผลกระทบอะไรตามมา

มู่หงหัวเราะอย่างขมขื่น เขาดึงกระบี่ยาวออกมา และแทงไปที่ตันเถียนของตัวเองทันที

เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นทันที ยาทองแตกเป็นเสี่ยงๆ มู่หงเสียชีวิตทันที

หลินหยุนสะบัดมือทันทีและปล่อยตัวเจ้าสำนักฉีซานกับผู้อาวุโสปิงหลินแล้วพูดอย่างเย็นชา “เอาสมบัติล้ำค่าของสำนักฉีซานออกมาครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ปิดสำนักหนึ่งร้อยปี ฉันจะไม่ถือสาเรื่องนี้อีก!”

เจ้าสำนักฉีซานพยักหน้า เขาหันหน้ากลับไปมองยอดภูเขาทันที

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

มีผู้เฒ่าคนหนึ่งบินออกมา และยื่นแหวนเก็บของอันหนึ่งให้หลินหยุน

หลินหยุนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหลังและพาสองเยว่ออกจากสำนักฉีซานทันที

ทั้งสองคนตรงไปยังทิศเหนือ เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงสำนักอริยสัจ

ผู้เฒ่าของตระกูลซิงกับผู้เฒ่าแขนเดียวจากสำนักอริยสัจ พวกเขาปรากฏตัวที่ด้านหน้าของหลินหยุนกับสองเยว่อย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ ตอนที่หลินหยุนจากไป เพราะเขารู้ว่ามีผู้เฒ่าของตระกูลซิงอยู่ในที่ลับและปกป้องเธออยู่

ดังนั้นเขาก็เลยวางใจที่จะให้ซิงเฟยอยู่ที่นี่เพื่อฝึกฝนต่อ

เมื่อมองเห็นหลินหยุน ผู้เฒ่าของตระกูลซิงรีบพูดทันที “เธอกำลังเก็บตัวสร้างรากฐานแดนยาทองอยู่ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พลังของเธอเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!”

“หลังจากคุณจากไปได้ไม่กี่วัน เธอก็เริ่มสร้างยาทองระดับสองแล้ว”

“ตอนนี้ เธอกำลังสร้างยาทองระดับสามอยู่!”

เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

คิดไม่ถึงจริงๆว่าหลังจากที่ตัวเองจากไปแล้ว พลังของซิงเฟยกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนเขามองเห็นความแปลกใจของหลินหยุน พ่อของซิงเฟยก็พูดทันที “อันที่จริงเธอสามารถสร้างยาทองระดับสองได้นานแล้ว เพียงแต่เธออยู่ข้างๆคุณตลอดเวลา และเกิดเรื่องใหญ่ๆขึ้นกับคุณตลอด! ดังนั้นเธอก็เลยพยายามเก็บซ่อนพลังเอาไว้ ไม่ยอมสร้างยาทองระดับสอง! เพราะเธอไม่อยากทำให้คุณมีเรื่องยุ่งยากมากกว่านี้อีก!”

หลินหยุนอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นเขาก็พยักหน้าและพูด “ฉันรู้สึกว่าสำนักอริยสัจเป็นสถานที่ที่ไม่เลวเลย ผู้อาวุโสอยากจะอยู่ตรงนี้ตลอดไปไหม?”

พ่อของซิงเฟยพูด “ฉันอยู่ตรงนี้เพราะลูกสาวของฉันอยู่ตรงนี้ สถานที่ของคนอื่นถึงแม้จะดียังไง มันก็เป็นคนอื่นอยู่ดี มันไม่ใช่ของฉันอยู่แล้ว ถ้าคุณจะพาลูกสาวของฉันจากไป ถ้างั้นฉันคงกลับไปที่ตระกูลเลย!”

“ครั้งนี้ฉันออกจากตระกูลมานานมากแล้ว!”

“ถ้าฉันยังไม่ยอมกลับไป พวกคนใช้ในตระกูลคงเหิมเกริมมากๆแน่นอน!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หลินหยุนก็พยักหน้าทันที เขาไม่ได้พูดอะไรอีก

หลินหยุนนิ่งเงียบไปชั่วครู่และพูด “ในเมื่อเธอกำลังสร้างยาทองอยู่ ถ้างั้นฉันขอตัวไปจัดการปัญหาก่อน หลังจากที่เธอสร้างยาทองเสร็จแล้ว ผู้อาวุโสก็พาเธอกลับไปที่สำนักหยุนเยว่เลย! ให้เธอไปรอฉันที่สำนักหยุนเยว่”

ผู้เฒ่าพยักหน้าทันที

จากนั้นหลินหยุนก็มองไปที่ผู้เฒ่าแขนเดียวและพูด “ฉันก็ไม่อยากฆ่าล้างสำนักอริยสัจของพวกคุณ สำนักอริยสัจยังคงสืบทอดต่อไปได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกปีสำนักอริยสัจต้องส่งสมบัติล่ำค่าครึ่งหนึ่งให้สำนักหยุนเยว่!”

ผู้เฒ่าดีใจมากๆ จากนั้นเขาก็พยักหน้า “ขอบคุณคุณชายชางฉองมากๆ! ที่ให้สำนักอริยสัจได้สืบทอดสำนักต่อ! ขอบคุณคุณชายชางฉองมากๆจริงๆ!”

หลินหยุนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหน้าไปมองสองเยว่และพูด “ไปกันเถอะ ในเมื่อพวกเราออกมาแล้ว พวกเราก็ควรไปเยี่ยมสำนักต่างๆสักครั้ง ต้องเอาสมบัติล้ำค่าจำนวนมากจากสำนักพวกนั้นให้ได้!”

สองเยว่หายใจเข้าลึกๆและพยักหน้าทันที

หลินหยุนเป็นคนที่ป่าเถื่อนและเอาแต่ใจมากๆ การกระทำของหลินหยุนในสายตาของสองเยว่ มันเกินไปจริงๆ

แน่นอนว่าในเวลานี้ ความคิดทั้งหมดของหลินหยุนนั้น สองเยว่เข้าใจดี เมื่อลองย้อนกลับไปคิดดู ถ้าตอนนั้นไม่มีหลินหยุนคอยช่วยเหลือ ตอนนี้สำนักหยุนเยว่คงโดนฆ่าล้างสำนักไปแล้ว

ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องพูดกันอีกแล้ว ฉันแค่ต้องการสมบัติล่ำค่าบางส่วนของพวกเขาเท่านั้น

สำนักของพวกเขายังสามารถสืบทอดต่อได้ ฉันปรานีพวกเขามากๆแล้ว

ทั้งสองคนออกจากสำนักอริยสัจทันที

ภายในระยะเวลาสิบวัน

พวกเขาไปที่สำนักเต๋าเฉินเซียว สำนักเทียนหยุนและสามสำนักเต๋าที่อยู่ในสิบแปดสำนัก

สำนักที่เขาเคยไปหา ทุกสำนักต้องปิดสำนักเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี

และมอบสมบัติล้ำค่าของสำนักตัวเองให้สำนักหยุนเยว่ครึ่งหนึ่ง

ตอนนี้ สำนักหยุนเยว่กลายเป็นสำนักอันดับหนึ่งของโลกคุนชางไปแล้ว

อันที่จริงมีเพียงหลินหยุน สำนักหยุนเยว่ สองเยว่และสี่เยว่เท่านั้นที่รู้เรื่องเหล่านี้

ตอนนี้ฐานะอันนี้ไม่ค่อยสำคัญ สามารถรักษาฐานะเอาไว้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง