จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1419

28 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1419

หลินหยุนยื่นมือออกมารับ และใช้ดวงจิตสำรวจ ซึ่งภายในแหวนเก็บของไม่มีสิ่งต้องห้ามอะไร

ภายในมีหินทิพย์จำนวนนับร้อยก้อน ซึ่งเป็นหินทิพย์ชั้นกลางทั้งหมด และยังมีวัสดุที่ใช้ในการหลอมของวิเศษอีกไม่น้อย ระดับชั้นก็ไม่ถือว่าไม่ต่ำเกินไปนัก รวมถึงยังมีอาวุธชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้หลอมเครื่องรางทิพย์ชั้นยอดได้

นอกจากนี้ ยังมีหญ้าทิพย์ที่ใช้กลั่นยาอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งในจำนวนนั้นมีบางต้นที่ระดับชั้นไม่ต่ำมาก ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

แต่การที่เป็นถึงสำนักแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะสำนักแห่งนี้คือสำนักอริยสัจที่เป็นถึงสำนักที่มีอิทธิพลอำนาจอันดับหนึ่งของโลกคุนชาง ก็ถือว่ายังมีจำนวนสมบัติที่น้อย

หลินหยุนมองไปที่ผู้อาวุโสแขนเดียว และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ฉันไม่อยากเสียเวลา อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ หรือว่าอยากจะจบชีวิตลง? ”

ผู้อาวุโสแขนเดียวมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที เกิดความหวาดกลัวจนร่างกายสั่นไหวไปหมด และพูดซ้ำ ๆ ว่า “อย่าได้โมโหไป กรุณาฟังฉันอธิบายก่อน ครั้งนี้เป็นเพราะว่าเจ้าสำนักของเราได้ทำการบรรลุขั้นแดน จึงสิ้นเปลืองสมบัติที่สะสมของสำนักไปเป็นจำนวนมาก! ”

“ดังนั้นตอนนี้ที่สามารถนำออกมาได้ก็มีเพียงเท่านี้แล้ว! ”

“ถ้าหากว่านายไม่เชื่อ ก็สามารถที่จะไปค้นหาได้ทั่วทั้งสำนักเลย! ”

“ฉันไม่กล้าที่จะโกหกแม้แต่น้อย! ”

หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็เอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน สำหรับผู้หญิงคนนี้นับตั้งแต่วันนี้ไป จะให้อยู่บำเพ็ญฝึกฝนที่สำนักอริยสัจ โดยให้นายเป็นผู้ปกป้องดูแล ถ้าหากมีอะไรผิดพลาด ในโลกคุนชางนี้ จะไม่มีที่อยู่ของนายอีกต่อไป! ”

ขณะที่พูด หลินหยุนก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วก็หันมองไปที่ซิงเฟยและพูดว่า “ฉันมีธุระที่จะต้องรีบไปจัดการ เธอไม่เหมาะสมที่จะเดินทางไปด้วย จึงต้องอยู่บำเพ็ญฝึกฝนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน! ”

ซิงเฟยได้ยินดังนั้น ก็รีบส่ายศีรษะและพูดขึ้นว่า “ไม่ ฉันจะเดินทางไปกับนายด้วย! นายจะไปที่ไหน ฉันก็จะตามไปที่นั่นด้วย! ”

หลินหยุนพูดขึ้นว่า “เธอไม่เหมาะสมที่จะตามไปจริง ๆ ฉันเร่งรีบ ต้องขอตัวไปก่อนแล้วกัน! คาดว่าอีกไม่นาน ฉันก็จะกลับมา! ”

เมื่อพูดจบ หลินหยุนก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศโดยที่ไม่สนใจอาการบาดเจ็บอะไรของตนเองเลย

ด้านหลังมีเสียงดุด่าที่โมโหของซิงเฟยดังขึ้น แต่หลินหยุนก็ไม่ได้หยุดฝีเท้าลงแม้แต่น้อย

ออกจากสำนักอริยสัจ และมุ่งหน้าไปยังทิศใต้อย่างรวดเร็ว

เวลานี้หลินหยุนกระวนกระวายใจอย่างมาก เพราะความรู้สึกที่อึดอัดในจิตใจ ยิ่งจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นแล้ว

หลายวันผ่านไป ในที่สุดหลินหยุนก็มาถึงที่หุบเขาแห่งนั้นแล้ว

บนท้องฟ้า มองไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอะไร ซึ่งเหมือนกับตอนแรกที่เขามาถึงอย่างไรอย่างนั้น

แต่หลินหยุนก็ยังพบเจอกับช่องรอยแยกนั้นที่เขาได้ทำการปิดผนึกเอาไว้

โลกคุนชางคือโลกที่ไร้รูปร่างลักษณะ รอบนอกของโลกมีสีดำมืดมิดปกคลุมทั้งหมด โดยที่มองไม่เห็นอะไรเลย แต่พลังผนึกนี้มีความทรงพลังแข็งแกร่งอย่างมาก

ไม่ต้องพูดว่าในโลกคุนชางมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นยาทอง ต่อให้มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นจิตปฐม หรือยอดฝีมือที่เหนือกว่า ก็ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถทำลายพลังผนึกที่แข็งแกร่งนี้ลงได้

หลินหยุนแกว่งแขนขึ้น ช่องรอยแยกนั้นก็ปรากฏขึ้นทันที

ร่างของหลินหยุนกะพริบหายวับเข้าไปในช่องรอยแยกนั้น

วินาทีถัดมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่กลางหุบเขาใกล้กับเขาคุนชาง แล้วก็หันหลังกลับมาปิดผนึกช่องรอยแยกนั้น

หลินหยุนกระโดดลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วก็มุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบเยว่หยาในทันที

หากบอกว่าสำนักชางฉองเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกคุณปู่ก็คงจะต้องกลับไปที่ทะเลสาบเยว่หยาอย่างแน่นอน

ดังนั้นหลินหยุนจึงไม่จำเป็นต้องไปยังสถานที่อื่น มุ่งหน้าตรงไปที่ทะเลสาบเยว่หยาได้เลย

แต่ในเวลานี้หลินหยุนเองก็ยังคงวิตกกังวล และกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก

ครึ่งวันผ่านไป ที่ปลายเขาของทะเลสาบเยว่หยา หลินหยุนก็ลอยลงมาสู่พื้นดิน

ปลายเขาของทะเลสาบเยว่หยา ยุ่งเหยิงอลหม่านกันไปทั้งหมด มีซากศพจำนวนนับไม่ถ้วน พร้อมกับมีเลือดนองกระจายอยู่ทั่วไปหมด

หากจะใช้คำว่าเลือดนองเป็นแม่น้ำมาบรรยายสภาพที่เกิดขึ้นนี้ก็คงไม่เกินเลยไปนัก

มองไปที่ยอดเขา ก็พบว่าอยู่ในสภาพที่เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว

แม้แต่ค่ายกลฮู่ซานก็ได้ถูกทำลายลงไปแล้วด้วย

หลินหยุนมีสีหน้าที่หม่นหมองอย่างที่สุด

เขาคาดคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า แม้แต่ค่ายกลที่เขาจัดวางเองกับมือนั้นก็ยังถูกทำลายลงไปแล้ว

ทราบกันดีว่า ค่ายกลของทะเลสาบเยว่หยานั้นหลินหยุนได้ลงแรงลงพลังไปไม่น้อยเลย อีกทั้งยังเคยได้ปรับแก้ไขอีกหลายครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าเพราะความเกี่ยวข้องกับขั้นแดนพลังบำเพ็ญของเขา ทำให้ค่ายกลฮู่ซานนี้ไม่ค่อยจะแข็งแกร่งเท่าไรนัก ถึงแม้จะเทียบเท่าไม่ได้กับค่ายกลที่จัดวางไว้ให้กับสำนักหยุนเยว่

แต่เมื่อเวลาผ่านไป การขับเคลื่อนของค่ายกลก็จะดูดซับพลังทิพย์ของชั้นฟ้าชั้นดินในบริเวณโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ปรับสภาพให้สมบูรณ์มากขึ้น และยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย

อย่างน้อยผู้บำเพ็ญเซียนขั้นยาทองระดับหก หรือขั้นยาทองระดับเจ็ด น่าจะไม่สามารถทำลายค่ายกลลงได้

เวลานี้ค่ายกลถูกทำลายลง บ่งบอกถึงปัญหาที่ร้ายแรงมาก

นั่นก็คือโลกภายนอก ได้ปรากฏยอดฝีมือขั้นยาทองระดับแปดขึ้นแล้ว

หลินหยุนไม่อยากจะเชื่อว่าโลกภายนอกจะปรากฏยอดฝีมือระดับนี้ได้!

หรือเป็นเพราะว่า……

ผู้บำเพ็ญเซียนในโลกคุนชางได้ออกมายังภายนอกอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ? ไม่น่าจะเป็นไปได้

โลกคุนชางได้ปิดผนึกเอาไว้อย่างแน่นหนา มีเพียงแค่ตนเองคนเดียวที่ค้นพบช่องรอยแยกนั้น

ส่วนวิธีการที่ตนเองใช้ปิดผนึกช่องรอยแยกนั้น ก็ไม่พบว่ามีร่องรอยการถูกคนอื่นมาสัมผัสแตะต้องเลย

หรือว่าจะมีช่องรอยแยกอื่นอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ?

หลินหยุนไม่อยากที่จะเชื่อ

แต่นอกเหนือจากการออกมาของผู้บำเพ็ญเซียนในโลกคุนชางแล้ว เขาก็คิดไม่ออกว่าจะมียอดฝีมือจากที่ไหนอีก ที่เพียบพร้อมด้วยพลังบำเพ็ญขั้นยาทองระดับแปด

หลินหยุนแวบหายตัวไป ก็มาถึงที่ยอดเขาของทะเลสาบเยว่หยา

ด้านบนนี้ไม่มีซากศพ ทำให้หลินหยุนโล่งอกเบาใจลงไปได้บ้าง

ค่ายกลถูกทำลายลง แต่ไม่มีซากศพให้เห็น นั่นแสดงว่าเป็นไปได้มากที่พวกคุณปู่ยังคงมีชีวิตอยู่

เพียงแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว

หลินหยุนยังไม่ทันที่จะได้ตำหนิตนเอง ก็กระโดดลอยขึ้นไปในอากาศแล้ว

แต่หูของเขาเหมือนจะได้ยินเสียงอะไร จากนั้นก็เห็นว่า มีเงาร่างหนึ่งกำลังเดินย่องออกมาอย่างเงียบ ๆ

คนที่เดินออกมานั้นเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ขณะที่ปรากฏตัวขึ้นก็ได้แสดงความเคารพให้กับหลินหยุน และพูดขึ้นอย่างนอบน้อมว่า “ท่านหลินหยุน ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว! ”

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนั้น หลินหยุนก็พลันหันหลังกลับมา และรีบพูดขึ้นว่า “ที่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น บอกฉันมาหน่อยสิ! ผู้ใดกันที่มีพลังบำเพ็ญที่แข็งแกร่งขนาดนี้ สามารถทำลายค่ายกลของทะเลสาบเยว่หยาที่ฉันจัดวางเอาไว้ได้? ”

เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน ก็คือโม่เฉิน แห่งสำนักโม่เหมิน

หลินหยุนเชื่อว่า โม่เฉินทราบอย่างแน่นอนว่าที่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น

โม่เฉินได้ยินดังนั้น ก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่ลงทันที สูดลมหายใจลึก และพูดขึ้นอย่างเคร่งเครียดว่า “สองเดือนก่อนหน้านี้ ทะเลหนานไห่เกิดคลื่นมรสุมครั้งใหญ่ และก็ปรากฏสัตว์ร้ายที่ทรงพลังขึ้นตนหนึ่ง ซึ่งสัตว์ร้ายตนนี้……”

ขณะนั้นโม่เฉินก็ได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในทะเลหนานไห่ เล่าให้กับหลินหยุนฟังโดยละเอียด

อีกทั้งยังเล่าอีกด้วยว่าสัตว์ร้ายตนนี้ได้กลายร่างเป็นคนที่ชื่อว่าหลงอ้าว บุกมายังสำนักชางฉอง ซึ่งนายท่านหลินซื่อเฉิงได้นำพาคนตระกูลหลินทั้งหมด กลับมาปกป้องคุ้มกันที่ทะเลสาบเยว่หยา

สายตาของหลินหยุนเย็นชาอย่างที่สุด “หลงอ้าว? ”

โม่เฉินพยักหน้า และพูดว่า “ถูกต้อง สัตว์ร้ายตนนี้เป็นสัตว์ร้ายในโบราณกาลอย่างแน่นอน ซึ่งแข็งแกร่งทรงพลังอย่างมาก โดยสัตว์ร้ายตนนี้ได้กลายร่างเป็นหลงอ้าว ทำลายค่ายกลของทะเลสาบเยว่หยา และฆ่าคนอย่างเป็นผักเป็นปลา ซึ่งเขาใช้เวลาอยู่นานก็ยังไม่สามารถทำลายค่ายกลลงได้ จึงเกิดความโมโหบ้าเลือดถึงขีดสุด”

“แต่หลังจากที่ทำลายค่ายกลลงได้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงไม่ได้ลงมือฆ่ากวาดล้าง แต่เลือกที่จะจับตัวของญาติสนิทและลูกศิษย์ของท่านไปทั้งหมด”

หลินหยุนถามขึ้นด้วยเสียงแข็งว่า “จับตัวไปไว้ที่ไหนแล้ว? ”

โม่เฉินพูดว่า “บนท้องฟ้าที่ทะเลตงไห่ ซึ่งหลังจากที่หลงอ้าวปรากฏตัว ก็ปรากฏพระราชวังหลังหนึ่งขึ้น หลงอ้าวนั้นเคยไปที่ตงไห่มาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะเปิดพระราชวังหลังนั้น แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จึงคาดว่าหลังจากที่ทำลายค่ายกลทะเลสาบเยว่หยาลงได้แล้ว ก็น่าจะไปที่ตงไห่อีกครั้ง”

หลินหยุนแววตาเป็นประกายขึ้นโดยพลัน “จุดลึกสุดของทะเลตงไห่ปรากฏพระราชวังหลังหนึ่งขึ้น? ”

โม่เฉินพยักหน้าและพูดว่า “ถูกต้อง พระราชวังนั้นลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือทะเลตงไห่ที่ความสูงนับหมื่นเมตร เวลานี้มีผู้คนจำนวนมากอยู่ที่นั่น ซึ่งสิ่งนี้ไม่ธรรมดา ทุกคนต่างก็พูดกันว่า ภายในพระราชวังเซียนหลังนั้น มีสมบัติล้ำค่าอยู่มากมายเลยทีเดียว!

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง