จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1395

24 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1395

บัดนี้ พลังบำเพ็ญของเจ้าสำนักอริยสัจ ถูกพลังชำระล้างที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากจี้หยุด ย่อหย่อนเหลือเพียงแดนยาทองระดับแปด

ส่วนพวกยอดฝีมือแดนยาทองระดับเจ็ด ก็ถูกย่อหย่อนเหลือแดนยาทองระดับหก

แน่นอน

ว่านี่ไม่ใช่การย่อหย่อนอะไร

ถ้าจะให้ใช้คำเปรียบเปรยที่ใกล้เคียงกว่านี้ นี่น่าจะเรียกว่า–การปราบปราม!

ไม่ผิด!

ก็คือการปราบปรามนั่นเอง!

บีบคั้นให้พลังบำเพ็ญของศัตรูถูกปราบปราม

พลังนี้เสมือนว่าได้สร้างอาณาเขตพิเศษขึ้นมา อาณาเขตที่ปราศจากพลังการโจมตีใดๆ

มีเพียงการปราบปรามเท่านั้น!

จี้หยกนี่คือสิ่งที่สำนักหยุนเยว่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนานนับไม่ถ้วน

คือของที่เย่เยว่เหลือไว้ให้

ดังนั้นในหอว่างหยุน ณ ตอนนี้ แม้จะเป็นหลินหยุนที่กำลังหล่อหลอมยาทอง หากแต่วินาทีที่พลังในจี้หยกถูกปลดปล่อยออกมา ก็พลันลืมตาขึ้นทันที

เขาคุ้นเคยกับพลังนื้ กลิ่นอายนี้เหนือกว่าสิ่งใด!

นั่นคือพลังของเย่เยว่ กลิ่นอายของเย่เยว่!

หลินหยุนเผยแววตาไหววูบ พลันตระหนักได้ในทันที

ข้างนอกเกิดเรื่องขึ้นแล้ว!

พวกสองเยว่ต้องใช้ของล้ำค่าที่เย่เยว่ทิ้งไว้ให้แน่ ๆ

อิทธิฤทธิ์การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเย่เยว่ แท้จริงแล้วก็คือสำนักหยุนเยว่ที่เธอเหลือไว้ให้

ทว่าสิ่งเหล่านี้ ต่างไม่ใช่การฝึกฝนหลักคือเย่เยว่

ยิ่งไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัด

ชาติภพก่อนตอนที่อยู่กับหลินหยุน

เธอเองก็ใช่ว่าจะพอใจในตัวหลินหยุนมากนัก

เธอมักจะบ่นและพูดเตือนหลินหยุนอยู่บ่อยครั้ง

บอกว่าหลินหยุนมีกลิ่นอายสังหารรุนแรงเกินไป

จุดนี้เคยเกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทุกครั้งที่เย่เยว่พูดเรื่องเหล่านี้ หลินหยุนเองก็จะรับปากมาโดยตลอด

แต่ถ้ามีใครมาหาเรื่องเขา งั้นเขาก็จะยังคงลงมือฆ่าไม่เว้น!

ไม่มีทางที่จะออมมือโดยเด็ดขาด

ช่วยไม่ได้

เย่เยว่นั้นไร้เดียงสาและมีจิตใจเมตตาเกินไป

แต่หลินหยุนนั้นไม่ใช่!

เขารู้ดีว่าหมื่นจักรวาลนี้เป็นยังไง

ทว่าเขาเองก็ไม่อยากให้มุมมองและทัศนคติของตัวเองไปกระทบถึงความดีงามและความเมตตาในจิตใจของเย่เยว่

ดังนั้นเขาจึงทำตามใจตัวเองมาโดยตลอด

กระทั่งตอนที่เย่เยว่คาดโทษเขา เขาก็ยังคงเอ่ยขอโทษ ทว่ากลับไม่เคยคิดจะปรับปรุง

จนนี่แทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำของพวกเขาสองคนไปแล้ว

นี่เองก็คือแก่นแท้ของวิชาบำเพ็ญที่เย่เยว่ฝึกฝน

ไม่มีอานุภาพการโจมตีที่รุนแรง เป็นเพียงการปราบปรามพลังบำเพ็ญของศัตรูเท่านั้น

ให้อีกฝ่ายรู้ถึงความลำบากและยอมถอยไปเสียเอง

หลินหยุนเผยแววตาไหววูบเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงหล่อหลอมยาทองต่ออีกครั้ง

เขาพอจะเดาได้ว่าตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกนั้นเป็นยังไง

ทว่าบัดนี้เขาทำได้เพียงหล่อหลอมยาทองต่อเท่านั้น!

……

ข้างนอก ณ ตรงทางเข้าหุบเขา

ผ้าขาวของสองเยว่กวาดล้อมฟ้าดิน พลางใช้ประโยชน์จากพลังการปราบปรามที่แกร่งกล้านี้ ปลดปล่อยพลังบำเพ็ญออกมาทั้งหมด และลงมือโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

ส่วนพวกสามเหว่และห้าเยว่ที่อยู่ด้านหลังก็ทำแบบเดียวกัน

ทันใดนั้น

ผ้าขาวก็พันขดอยู่บนตัวเจ้าสำนักอริยสัจ

ทว่าแม้เจ้าสำนักอริยสัจจะถูกย่อหย่อนพลังบำเพ็ญเหลือแดนยาทองระดับแปด สองเยว่ที่ได้รับบาดเจ็บหนักก็ไม่อาจฆ่าอีกฝ่ายได้

เห็นเพียงไม้บรรทัดเหล็กในมือของเจ้าสำนักอริยสัจพลันขยายใหญ่ขึ้น ก่อนจะพุ่งโจมตีไปยังสองเยว่

ผ้าขาวพันขดไม้บรรทัดเหล็ก พลังแกร่งกล้าทั้งสองต่อต้านกันอย่างรุนแรง

แม้ในใจเจ้าอริยสัจจะรู้สึกพรั่นพรึงเพียงใด ทว่าพลังบำเพ็ญกลับถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะแผดเสียงขึ้นอย่างฉับพลัน แสงสีดำบนไม้บรรทัดเหล็กปะทุ ฉีกขย้ำผ้าขาวออกเป็นชิ้นๆในพริบตา

สองเยว่กระอักเลือด ตัวกระเด็นออกไป

อีกด้านหนึ่ง ยอดฝีมือที่เดิมมีพลังบำเพ็ญแดนยาทองระดับเจ็ด ต่างถูกสามเยว่และห้าเยว่โจมตีจนเจ็บหนัก พลันถอยกรูกันอย่างบ้คลั่ง

ผ่านไปพักหนึ่ง

พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากจี้หยกเสื่อมสลายลงเรื่อย ๆ

เมื่อไม่มีพลังปราบปรามนี่กดทับ พลังบำเพ็ญของพวกเจ้าสำนักอริยสัจก็พลันทวีขึ้นมาอีกครั้ง

ทันใดนั้น ณ บนอากาศ เจ้าสำนักเทียนหยุนกลับปริเสียงเจ็บปวด ค่ายกลถูกหุ่นเชิดทลายลงอย่างสิ้นซาก ทว่าตัวหุ่นเชิดเองก็สูญเสียพลังไปไม่น้อย กลิ่นอายบนตัวสั่นไหวอย่างรุนแรง

เจ้าสำนักเทียนหยุนเผยสีหน้าซีดเผือด ก่อนจะแล่นไปยังข้างกายเจ้าสำนักอริยสัจ

ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่ง ต่างมองเห็นแววคาดไม่ถึงที่ฉายชัดในดวงตาของอีกฝ่าย

จากนั้นก็ถอนหายใจยาว

ขุมพลังอันแสนประหลาดของจี้หยกนั่น ทำให้ใจของทั้งสองเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ไม่โจมตี

แต่กลับปราบปรามพลังบำเพ็ญของศัตรู!

นี่มันน่ากลัวกว่าการโจมตีพวกเขาตรงๆเสียด้วยซ้ำ

เจ้าสำนักอริยสัจสูดหายใจลึก พลันหันไปมองสองเยว่ เอ่ยว่า “สหายสองเยว่ หากเธอยังมีของล้ำค่าแบบจี้หยกเมื่อครู่หนึ่ง งั้นเรื่องในวันนี้ของสำนักหยุนเยว่ก็จบลงเพียงเท่านี้ก่อนเถอะ!”

“ยังคงยืนยันคำเดิม เพียงแค่สำนักหยุนเยว่ตัดความสัมพันธ์กับมารร้ายหลินชางฉองนั่นก็พอ!”

“หากสหายสองเยว่ยังคงดึงดันจะทำแบบเดิม งั้นเราเองก็มีวิธีของเราด้วยเช่นกัน!”

ได้ยินเจ้าสำนักอริยสัจพูดดังนั้น เหล่าผู้บำเพ็ญเซียนก็ต่างเบิกตาโพลง

ที่จริงนี่ก็เหมือนจะมีนัยขอคืนดีอยู่กลายๆ

ต้องรู้ไว้ว่านั่นคือเหล่าผู้ทรงอิทธิพลของสำนักใหญ่เชียวนะ!

ยิ่งเจ้าสำนักอริยสัจที่เป็นถึงเจ้าเหนือหัวแห่งโลกคุนชาง!

ยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้าผู้ไร้เทียมทานสองคน กำลังขอเจรจาคืนดีกับสำนักหยุนเยว่

ถูกบีบคั้นจนถึงขั้นต้องเลือกเจรจาไกล่เกลี่ยแทน

นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

ทว่าทุกคนเองก็เห็นเต็มสองตา

ว่ารากฐานของสำนักหยุนเยว่นั้นหยั่งรากลึกเพียงใด

ช่างยากแท้หยั่งถึงยิ่งนัก!

จนถึงวันนี้พวกเขาจึงจะรู้อย่างถ่องแท้ ว่าสำนักหยุนเยว่นั้นน่ากลัวขนาดไหน!

สองเยว่ได้ยินดังนั้น ก็ทำเสียงขึ้นจมูก เอ่ยว่า “มีหรือไม่มี ท่านเจ้าสำนักมาลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?”

เจ้าสำนักอริยสัจถอนหายใจ เอ่ยว่า “จี้หยกนั่นช่างน่าพิสดารเสียจริง แต่ฉันเองก็นับว่าเป็นถึงยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้า แม้จะถูกสกัดกั้นเล็กน้อย ก็ไม่อาจถูกพวกเธอสยบลงได้!”

“ในเมื่อสหายสองเยว่ยังคิดจะดึงดัน งั้นฉันเองไม่จำเป็นต้องตักเตือนอีก!”

“วันนี้เดิมทีฉันไม่ต้องการฆ่าใครทั้งนั้น!”

“ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง!”

“เพื่อขจัดภัยร้ายออกไปจากโลกคุนชาง ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว!”

สิ้นเสียง ไม้บรรทัดเหล็กสีดำในมือเขาก็ปลดปล่อยลำแสงออกมาอีกครั้ง

ไม้บรรทัดเหล็กต้านลมขยายใหญ่ขึ้น เพียงพริบตา ก็ประหนึ่งภูผา พลันทุบลงไปยังศีรษะของพวกสองเยว่ทันที

ชั่ววินาทีนั้น ฟ้าดินเปลี่ยนสี ประหนึ่งว่าฟ้าจะกำลังถล่มลงมาก็ไม่ปาน

พวกสองเยว่และห้าเยว่ ต่างเผยสีหน้าเปลี่ยนไปทันที หุ่นเชิดที่อยู่ด้านหลังพลันกระโดดลอยตัวขึ้น ก่อนจะยื่นฝ่ามือตบไปยังไม้บรรทัดเหล็กที่ดุจดั่งภูผา

ทันใดนั้น ปฐพีและภูเขาพลันสะเทือนสั่นไหว

ไม้บรรทัดเหล็กเองก็ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

ทว่าก็เพียงถูกทำให้ช้าลงเท่านั้น ยังคงทุบลงไปต่อเหมือนเดิม

กลิ่นอายบนตัวหุ่นเชิดพลันถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่ ขนาดตัวเองก็ขยายใหญ่ขึ้น

ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างยันไม้บรรทัดเหล็กที่ทุบลงมาดั่งภูผา

ขุมพลังอันน่าสะพรึงกลัวต่อต้านกันอย่างบ้าคลั่ง

จนในที่สุดไม้บรรทัดเหล็กก็หยุดชะงักลง

ทว่าร่างกายมหึมาของหุ่นเชิดเองก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ดูฝืนและลำบากเป็นอย่างมาก

ประหนึ่งว่าวินาทีต่อไปก็จะไม่อาจฝืนทนต่อได้อีก

เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนต่างรู้สึกเสียวสันหลัง

ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!

ในหัวของทุกคน ณ ตอนนี้ต่างโผล่คำนี้ขึ้นมา

นี่คือครั้งแรกที่เจ้าสำนักอริยสัจสำแดงอิทธิฤทธิ์ของพลังบำเพ็ญแดนยาทองระดับเก้าที่น่าสะพรึงกลัวของเขา!

ทันใดนั้น ก็ได้ยินเพียงเจ้าสำนักอริยสัจเอ่ยเสียงเย็นว่า “สำนักหยุนเยว่ มีความเกี่ยวพันกับมารร้ายหลินชางฉอง ล้างบางผู้บำเพ็ญเซียนแห่งโลกคุนชาง วันนี้ จำต้องขจัดสำนักนี้ให้สิ้นซากซะ!”

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง