จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1392

24 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1392

สองเยว่ได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงขำอีกครั้ง เธอหันไปมองเสิ่นฉง เอ่ยว่า “เสิ่นฉง ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอก็ยังคงโง่เขลา จองหอง และทะนงตนแบบนี้อยู่วันยังค่ำ ในหัวสมองมีแต่น้ำไม่มีเนื้อเลยสักนิด!”

“นิสัยอย่างเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในสำนักอริยสัจ ลองเปลี่ยนเป็นสำนักอื่นดูสิ เกรงว่าหญ้าบนหลุมศพเธอป่านนี้คงไม่ได้สูงแค่สามฉื่อแน่ ๆ!”

“อย่างเธอเนี่ยนะจะฆ่าฉันได้?”

“เสิ่นฉง เธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?”

“หรือจะเป็นเจ้าสำนักอริยสัจ ที่หลายปีมานี้ แม้จะถูกเธอปั่นหัวเล่นอยู่ในกำมือ แต่ก็ยังคงยืนอยู่หลังเธอมาโดยตลอดงั้นหรือ?”

“ไม่อาจไม่พูดได้เลยว่า สมองของเธอ แม้ในด้านอื่นๆแทบจะเรียกได้ว่าโง่เขลาเบาปัญญา ทว่าต่อหน้าศิษย์พี่ที่เห็นเธอสำคัญเยี่ยงชีวิตคนนี้ กลับฉลาดขึ้นมาทันตาอย่างไม่น่าเชื่อ!”

“เหอะๆ เรื่องราวบนโลกนี้ ก็มักจะน่าพิศวงแบบนี้แหละ!”

“เธออยากฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ?”

“งั้นดี ฉันจะให้โอกาสเธอสักครั้ง!”

“ฉันและเธอต่างมีพลังบำเพ็ญแดนยาทองระดับแปด ณ ตอนนี้เองก็ได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่!”

“ฉันให้เธอมาฆ่าฉัน ใครจะรอดหรือจะตายก็อยู่ที่ดวงชะตา!”

“เธอกล้าไหม?”

พูดเสร็จ สองเยว่ก็มองไปยังเจ้าสำนักอริยสัจ เอ่ยว่า “เจ้าสำนักอริยสัจ ท่านจะอนุญาตหรือไม่? หรือควรจะถามว่า ท่านจะทำใจยอมรับได้หรือเปล่า?”

เจ้าสำนักอริยสัจไม่เผยสีหน้าใดๆ เพียงปริปากเอ่ยเสียงเบาว่า “สหายสองเยว่ ศิษย์น้องฉันบาดเจ็บหนักกว่าเธอ เหตุใดจึงต้องทำถึงขนาดนี้?”

“ยิ่งไปกว่านั้น ที่เรามาในวันนี้ จุดประสงค์หลักคือเพื่อมารร้ายหลินชางฉอง”

“แม้ฉันจะไม่รู้ว่าทำไมหลินชางฉองนั่นถึงเป็นเจ้าพระคุณของสำนักเธอได้”

“ทว่าก็ยังรู้ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานานนับไม่ถ้วน สำนักหยุนเยว่นั้น ไม่เคยมีผู้บำเพ็ญเซียนชายแม้เพียงคนเดียว!”

“แต่หลินชางฉองนี่กลับเป็นเจ้าพระคุณของสำนัก นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจยิ่งนัก”

“อีกอย่าง นอกจากช่วงที่ผ่านมา สำนักหยุนเยว่ก็ไม่เคยมีคนผู้นี้ปรากฏขึ้นมาก่อน”

“ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะไม่ได้เติบโตมากับสำนักหยุนเยว่สินะ!”

“ถ้าอย่างงั้น ก็ไม่น่าจะมีมีความเกี่ยวข้องกับสำนักหยุนเยว่ลึกซึ้งถึงขนาดนั้น!”

“สหายสองเยว่ ฉันว่า สำนักหยุนเยว่มอบตัวมารร้ายนั่นมาเสียเถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาลงมือกับสำนักหยุนเยว่ ก็หวังว่าสหายสองเยว่เองจะไม่บีบบังคับเราด้วยเช่นกัน”

สองเยว่ไม่มีเจตจำนงจะเอ่ยอะไรกับเจ้าสำนักอริยสัจ เธอละสายตากลับมามองเสิ่นฉงอีกครั้ง พลันเหยียดยิ้มเย้ยหยัน เอ่ยว่า “เป็นไง? ศิษย์พี่เธอคนนี้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจทำใจปล่อยเธอไปได้จริงๆ!”

เสิ่นฉงโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ตวาดเสียงเหี้ยมว่า “ถ้าจะสู้ก็มาซะ ฉันจะคอยดู ว่าวันนี้ฉันกับเธอใครกันแน่ที่จะต้องตาย!”

พูดเสร็จ กระบี่ยาวในมือเธอก็พลันปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมด ก่อนจะฟาดฟันไปที่สองเยว่อย่างฉุนเฉียว ทันใดนั้น กลิ่นอายที่แสนเย็นเยือกก็สำแดงออกมา

ฟ้าดินเสมือนถูกแช่แข็งในพริบตา

นกฟินิกซ์น้ำแข็งปรากฏขึ้นกลางอากาศ กระบี่น้ำแข็งนับหมื่นเล่มพลันพุ่งตรงไปยังสองเยว่

สองเยว่ยืนอยู่เหนือหมอกขาว เห็นดังนั้นก็ทำเสียงเย็นขึ้นจมูก ก่อนที่ผ้าขาวบนแขนจะถูกปล่อยออกไปประหนึ่งงูสีเงิน

ผ้าขาวของสองเยว่กวาดล้อมทั่วทุกสารทิศ อุณหภูมิทั่วฟ้าดินลดต่ำลงอีกครั้ง

ทว่า กลิ่นอายยะเยือกทั้งสอง กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“โครม—“

ผ้าขาวพันขดอยู่บนตัวนกฟินิกซ์น้ำแข็งในทันที

แผดเสียงระเบิดลั่นฟ้าสะเทือนดิน

ชั่ววินาทีที่นกฟินิกซ์น้ำแข็งแหลกสลาย เสิ่นฉงก็ร้องเสียงเจ็บปวด ก่อนจะกระอักเลือดและเผยสีหน้าซีดเซียวลง ส่วนอีกด้านหนึ่ง เฉินฉางเฟิงก็มาที่ข้างกายเธอทันที พร้อมพาเสิ่นฉงออกไปจากที่เดิม

สองเยว่เองก็เก็บผ้าขาว ไม่ได้ตามไปโจมตีต่อ

เธอมองไปที่เสิ่นฉงอีกครั้ง เอ่ยว่า “พลังบำเพ็ญแค่นี้ ฉันเคยบอกไปแล้ว ว่าถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในสำนักอริยสัจ หญ้าบนหลุมศพเธอก็สูงเกินสามฉื่อไปนานแล้ว! เจ้าคนไร้ประโยชน์! อ่อนหัดไม่ได้เรื่อง!”

เธอทำใจไว้แล้ว มากสุดก็แค่ตาย ดังนั้นก็จึงไม่คิดจะเผื่อใจอะไรอีก

กระทั่งเอ่ยวาจาที่เดิมทีไม่ใช่สิ่งที่เธอจะพูดออกมาเลยไม่น้อยด้วยซ้ำ

เสิ่นฉงหงุดหงิดจนแทบจะบ้าตาย

อับอายขายขี้หน้าเสียแล้ว!

วันนี้ เธอเสียหน้าไปจนหมดสิ้น!

หากไม่ใช่เพราะตัวเองยังไม่หายบาดเจ็บ มีหรือที่สองเยว่นี่จะจองหองได้ถึงเพียงนี้?

เธอเชื่อ ว่าหากไม่ได้บาดเจ็บ เธอสามารถฆ่าสองเยว่ได้แน่ ๆ

เพราะมีพลังบำเพ็ญแดนยาทองระดับแปดเหมือนกัน

เธอมีความมั่นใจแบบนี้!

ทันใดนั้น เจ้าสำนักอริยสัจก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้งว่า “สหายสองเยว่ อย่าคิดที่จะยืดเยื้อเวลาอีกเลย ฉันขอถามเธออีกครั้ง มารร้ายหลินชางฉองนั่น สำนักหยุนเยว่จะมอบตัวมันมาหรือไม่!”

“หากไม่มอบ งั้น……”

“เราก็คงต้องลงมือด้วยตัวเองเสียแล้ว!”

“โลกคุนชาง จะอนุญาตให้มารร้ายแบบหลินชางฉองนั่นคงอยู่ไม่ได้เด็ดขาด!”

สองเยว่ได้ยินดังนั้น ดวงตาคู่สวยก็พลันอดสั่นไหวไม่ได้ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “เจ้าสำนักอริยสัจ ฉันเคยบอกไปแล้ว ว่าท่านเจ้าพระคุณของสำนักเรา ไม่ใช่มารร้ายอย่างที่พวกท่านว่ากัน!”

“หากอยากใส่ร้ายคนคนหนึ่งจริงๆ ไม่ว่ายังไงก็หาเหตุผลมาอ้างได้ทั้งนั้น!”

“ในใจพวกท่านกำลังวางแผนอะไร ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ!”

“สหายก็อย่ามาแสดงเปลือกนอกจอมปลอมแบบนี้ให้ดูอีกเลย!”

“ฉันยังคงยืนยันคำเดิม การที่พวกท่านว่าเจ้าพระคุณของสำนักเราเป็นมารร้ายนั้นเป็นเพียงการใส่ร้าย!”

“สักนักหยุนเยว่ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางยอมรับคำกล่าวร้ายที่พวกท่านยัดเยียดใส่เจ้าพระคุณของเราเด็ดขาด!”

เจ้าสำนักอริยสัจถอนหายใจ พลันส่ายหน้าเบาๆ เอ่ยว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ!”

พูดเสร็จ เขาก็กวาดตามองฝูงคน เอ่ยว่า “สหายทุกท่าน ทุกคนต่างมีหนี้แค้นกับมารร้ายหลินชางฉองนั่น!”

“เดิมที เป้าหมายของเรา คือมารร้ายหลินชางฉองเพียงผู้เดียว”

“ทว่าสำนักหยุนเยว่กลับปกป้องมารร้ายนั่น!”

“ไม่ว่ายังไงก็ดึงดันจะเป็นปรปักษ์กับโลกคุนชางของเรา!”

“เมื่อเป็นเช่นนี้ สหายทุกท่าน งั้นเราก็คงต้องลงมืออย่างเดียวแล้ว!”

“บุกโจมตีเข้าไปยังสำนักหยุนเยว่ เอาตัวหลินชางฉองมาฆ่าซะ!”

“สหายทุกท่าน ร่วมมือกันทลายค่ายกลฮู่ซานของสำนักหยุนเยว่ แล้วบุกเข้าไปฆ่ามารร้ายซะ!”

สิ้นเสียงของเจ้าสำนักอริยสัจ ก็พลันก้าวออกไปหนึ่งก้าวพร้อมกับเจ้าสำนักเทียนหยุน

จากนั้นก็สำแดงอิทธิฤทธิ์ โจมตีไปยังท่ามกลางหมอกขาว

สองเยว่สะบัดแขน เงาร่างเองก็พลันหายวับเข้าไปในหมอกขาวทันที

ขณะเดียวกัน พลังแกร่งกล้าสองสายก็พุ่งโจมตีใส่หมอกขาว

เสียงทุ้มพลันดังขึ้นอย่างกึกก้อง

หมอกขาวสะเทือนสั่นไหวอย่างรุนแรง กระทั่งถูกสลายไปไม่น้อย

ทว่าท้ายที่สุดก็สงบลงดังเดิม

เจ้าสำนักอริยสัจและเจ้าสำนักเทียนหยุนเห็นดังนั้น ก็อดหันมาสบตากันไม่ได้ ก่อนที่เจ้าสำนักเทียนหยุนจะเอ่ยว่า “ไม่ธรรมดาเสียจริงๆด้วย สมกับเป็นค่ายกลเก่าแก่ที่สืบสานมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล อีกทั้งยังไม่เคยสิ้นอิทธิฤทธิ์มาก่อน ลำพังเพียงเราสองคน หากอยากจะทำลายค่ายกลนี้ คาดว่าคงต้องใช้เวลาไม่น้อย”

เจ้าสำนักอริยสัจพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่าย

เขาหันตัวไปมองเหล่าผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ เอ่ยว่า “ทุกท่าน มาร่วมลงมือพร้อมเราเถอะ!”

สิ้นเสียง ผู้แข็งแกร่งนับร้อยคนก็พร้อมใจกันสำแดงอิทธิฤทธิ์

พลังแกร่งกล้านับร้อย ทำให้ภาพตรงหน้านั้นดูพรั่นพรึง ทว่ายิ่งใหญ่

โดยเฉพาะยอดฝีมือแดนยาทองระดับเจ็ด ยอดฝีมือแดนยาทองระดับแปด รวมถึงสองเจ้าสำนักแห่งสำนักอริยสัจและสำนักเทียนหยุนที่เป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้า ยิ่งดูแข็งแกร่งไร้เทียมทาน

พลังแห่งอิทธิฤทธิ์โจมตีใส่ค่ายกลฮู่ซาน อีกทั้งสลายหมอกขาวไปจนหมดสิ้นในพริบตา

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง