จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1391

24 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1391

ชั่วขณะหนึ่ง เสียงตะโกนคำว่าสำนักมารดังลั่นทะลุหมอกเมฆ

ภาพลักษณ์ของสำนักหยุนเยว่ที่อยู่ในใจของทุกคนเองก็พลันเปลี่ยนไป

ทว่าแววตาสีหน้าของสองเยว่กลับยังคงหนักแน่นดังเดิม

เธอมองไปยังฝูงคนที่อยู่ตรงหน้า พลางปริปากเอ่ยเสียงเรียบว่า “ทุกท่าน นอกจากคนที่มาดูเอาสนุก หรือพวกที่ต้องการจะฉวยโอกาส หากมีใครที่มีหนี้แค้นกับเจ้าพระคุณของสำนักเราจริงๆ ก็ให้ก้าวออกมาซะ!”

“แสดงตัวออกมาให้ฉันดูว่าพวกท่านคือใครกันแน่!”

“พวกท่านเองก็ลองมาอธิบายอย่างละเอียด ว่าเพราะเหตุผลอะไร ถึงได้มีหนี้แค้นกับเจ้าพระคุณของเรา!”

“ต่อหน้าสหายมากมายขนาดนี้ เรามาลองดูกันดีๆ ว่าตกลงใครถูกใครผิดกันแน่!”

พูดเสร็จ สายตาของเธอก็จับจ้องไปยังสำนักเทียนหยุน พลันเอ่ยเสียงเย็นว่า “ก่อนหน้านี้ ที่โลกภายนอกเล่าลือกันอย่างอื้ออึง ก็คือหนี้แค้นระหว่างเจ้าพระคุณสำนักเราและสำนักเทียนหยุน!”

“สหายของสำนักเทียนหยุนเล่ามาก่อนเถอะ!”

เธอไม่รีบ

ตอนนี้ ไม่ว่าจะสำนักหยุนเยว่ หรือหลินหยุน

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือเวลา

หลินหยุนเข้าไปในหอว่างหยุน ยังไงก็ต้องหล่อหลอมยาทองต่อเพื่อทวีพลังบำเพ็ญแน่ ๆ

ก่อนที่จะเข้าไปในหอว่างหยุน พลังบำเพ็ญของหลินหยุนก็พอที่จะสู้รบกับสี่เยว่ได้อย่างสูสี

แค่นี้ก็สามารถบ่งบอกถึงพลังที่แท้จริงของหลินหยุนได้แล้ว

หากหลินหยุนสามารถบรรลุไปอีกขั้นได้

งั้นก็ยังมีโอกาสแน่นอน!

โอกาสนี้ ไม่ใช่การพลิกผันสถานการณ์ แต่คือโอกาสรอดชีวิตไปจากที่นี่!

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!

เพียงแค่ท่านเจ้าพระคุณมีชีวิตรอด สามารถหนีไปจากที่นี่ได้ งั้นเธอก็ไม่ใช่คนบาป!

สี่เยว่เองก็พาคนส่วนหนึ่งและของล้ำค่าสามสิ้นหนีไปแล้ว!

สำนักหยุนเยว่ก็จะยังไม่ถือว่าสูญสิ้น!

ดังนั้น แม้ว่าพวกเธอจะต้องตายที่นี่ แต่มันก็คุ้มค่าแล้ว

ดังนั้นในใจเธอตอนนี้มีเพียงความกังวลเล็กน้อยเท่านั้น

ทว่ากลับไม่ได้เกรงกลัว

ยืดเยื้อเวลาได้อีกนานเท่าไหร่ ก็ยืดเยื้อเวลาให้นานได้เท่านั้น

ได้ยินเธอกล่าวดังนั้น รองเจ้าสำนักเทียนหยุนก็ก้าวออกมาหนึ่งก้าว เอ่ยเสียงเย็นว่า “สหายสองเยว่ เรื่องพวกนี้ ยังต้องอธิบายละเอียดอีกงั้นเหรอ? หลินชางฉองนั่นมาที่เมืองเทียนหยุนของเรา เพียงแค่มีเรื่องผิดใจกับศิษย์ของสำนักเราเล็กน้อย เลยถือตัวว่าตนเป็นยอดอัจฉริยะ มีพลังบำเพ็ญอันแกร่งกล้า แล้วลงมือฆ่าเจียงเฉิง ศิษย์อัจฉริยะสำนักเรา!”

“เรื่องนี้ใครๆก็รู้!”

“จากนั้นผู้อาวุโสไม่กี่ท่านของสำนักเรา ก็หาคนผู้นี้จนพบเพื่อจะถามไถ่ต้นตอ ทว่ามันกลับคลุ้มคลั่ง จิตใจอำมหิต!”

“ใช้กลอุบายหลอกล่อผู้อาวุโสของสำนักเรา!”

“ทำให้ผู้อาวุโสเหล่านั้นต้องถึงแก่ความตาย!”

“จากนั้นฉันก็ออกตามจับมันด้วยตัวเอง เพื่อจะถามไถ่ว่าสำนักเรามีเรื่องอาฆาตแค้นอะไรกับมันกันแน่!”

“ทว่าคนผู้นี้กลับร้ายกาจและเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด ดันหนีไปเสียก่อน!”

“ตอนนั้น เรายังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของเจ้าคนอมิตรนี่กับสำนักหยุนเยว่ และยิ่งไม่มีทางรู้ ว่ามันจะมีตำแหน่งสูงส่งในสำนักหยุนเยว่ถึงเพียงนี้!”

“ตอนนี้เป็นฉันเสียมากกว่าที่อยากถามสหายสองเยว่!”

“เจ้ามารร้ายหลินชางฉองนั่น ที่ลงมือกับสำนักเทียนหยุนของเราบ่อยครั้งขนาดนี้ ฆ่าศิษย์อัจฉริยะของเราไม่พอ ยังฆ่าเหล่าผู้อาวุโสของสำนักเราอีก!”

“ตกลงนี่เป็นการกระทำส่วนตัวของหลินชางฉอง หรือเป็นความต้องการของสำนักหยุนเยว่กันแน่?”

“สำนักเทียนหยุน ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับสำนักหยุนเยว่มาก่อน แต่สำนักหยุนเยว่กลับลงมือกับสำนักเทียนหยุนของเรา!”

“สหายสองเยว่ต้องให้คำอธิบายกับสำนักเทียนหยุนของเรา!”

“ไม่เช่นนั้น สำนักเทียนหยุนก็จะสู้สุดกำลังให้ตายกันไปข้าง!”

สองเยว่เผยยิ้มเยือกเย็น พลันหันไปมองรองเจ้าสำนักเทียนหยุน แล้วเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “สหาย เรื่องพวกนี้ที่ท่านพูด ก็เป็นเพียงคำพูดจากปากท่านเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น งั้นท่านเองก็ลองว่ามาดูสิ ว่าเจ้าพระคุณของเรา มีเรื่องผิดใจอะไรกับศิษย์ของสำนักท่านกันแน่? แล้วทำไมจึงต้องลงมือถึงขนาดนี้?”

“คงไม่ใช่ว่าท่านพูดอะไร ก็คงต้องนับเป็นแบบนั้นหรอกนะ?”

“เรื่องที่เล่าลือ ฉันเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินมาก่อน!”

“ศิษย์ของสำนักเทียนหยุนพวกท่าน ถือตัวว่าตนอยู่อาณาเขตของตัวเอง ต้องใจคนรักของเจ้าพระคุณเรา”

“แล้วต้องการที่จะฝืนใจบังคับแย่งมาเป็นของตัวเอง!”

“นี่ไม่ถือว่าฉันฟังมาผิดหรอกใช่ไหม!”

“ท่านรองเจ้าสำนัก หลินชางฉองคือเจ้าพระคุณของสำนักเรา ตำแหน่งอยู่สูงกว่าฉันสองเยว่ มีศักดิ์เทียบเท่ากับเจ้าสำนักของพวกท่าน สถานะนั้นสูงส่งปานใด?”

“หากมีมดแมลงสักตัว เห็นเจ้าสำนักของท่านพาคนรักมาด้วย เลยอยากได้ตัวคนรักของเจ้าสำนักท่านมาเป็นของตัวเอง เช่นนี้แล้วเจ้าสำนักท่านจะไม่โกรธเสียเลยหหรือ?”

“หากเป็นเช่นนี้จริงๆ งั้นก็นับว่าแปลกประหลาดเกินไปแล้วกระมัง!”

“ส่วนที่ท่านบอกว่า ผู้อาวุโสของสำนักท่าน เพียงแค่ต้องการจับตัวเจ้าพระคุณของเราเพื่อถามไถ่รายละเอียดนั้น!”

“ท่านรองเจ้าสำนัก ทุกคนต่างเป็นผู้บำเพ็ญเซียน ไม่ใช่เด็กๆแล้ว!”

“ท่านพูดแบบนี้ ตัวท่านเชื่อลงจริงๆงั้นเหรอ?”

“ผู้อาสุโสของสำนักท่าน ลงมือกับเจ้าพระคุณของสำนักเราที่เป็นเพียงชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ แต่กลับดันเป็นฝ่ายถูกฆ่าเสียเอง!”

“ไร้ความสามารถก็คือไร้ความสามารถ!”

“อย่ามาพูดเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายผดุงความยุติธรรม และรับบทเป็นผู้เสียหายจากกลอุบายเลยจะดีกว่า!”

ได้ยินสองเยว่พูดดังนั้น แววตาของคนไม่น้อยก็พลันแปลกประหลาดไปทันที

เพราะคนส่วนใหญ่เองก็คาดไม่ถึง

ว่าเจ้าสำนักสองเยว่คนนี้ที่ปกติดูรักสันโดษ วางตัวถ่อมตน กระทั่งมีบุคลิกที่ดูสุขุมลุ่มลึก จะเอ่ยคำพูดที่เฉียบคมได้ขนาดนี้!

ไม่เพียงแค่ไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทว่ายังพูดดูมีเหตุมีผล

รองเจ้าสำนักเผยสีหน้าหม่นหมอง แววตาโกรธเคือง เอ่ยว่า “ดีๆๆ สหายสองเยว่ นี่คือไม่ว่ายังไงก็ไม่ต้องการจะให้คำอธิบายกับสำนักเทียนหยุนเราสินะ?”

“ดี!”

“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าที่แท้สำนักหยุนเยว่จะเป็นสำนักหยุนเยว่แบบนี้!”

“เมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นฉันก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก!”

เสิ่นฉงที่อยู่ข้างๆเองก็แค่นยิ้มเสียงเย็น “ช่างมีคารมคมคายเสียจริง! เจ้าพระคุณสำนักหยุนเยว่ทำเรื่องชั่วร้ายผิดศีลธรรมมามากมาย ทว่ายังจะมาพูดแก้ตัวอีก ช่างหน้าด้านเสียยิ่งนัก!”

สองเยว่ได้ยินดังนั้นก็หันไปมองเสิ่นฉง ก่อนจะแค่นยิ้มเสียงเย็น เอ่ยประชดว่า “พูดถึงคำว่าหน้าด้าน ฉันว่าทุกท่าน ณ ที่นี้ หากจะบอกว่าใครหน้าด้านที่สุด เกรงว่าถ้าสหายเสิ่นฉงนับตัวเองเป็นที่สอง งั้นก็คงไม่มีผู้ใดกล้านับตัวเองเป็นที่หนึ่งแล้วล่ะ!”

“เรื่องสกปรกที่สหายเสิ่นฉงเคยทำในตอนนั้น!”

“คิดว่าจะไม่มีผู้ใดรู้จริงๆงั้นเหรอ?”

พูดเสร็จ สองเยว่ก็มองไปยังเจ้าสำนักอริยสัจที่ลอยอยู่กลางอากาศ เอ่ยว่า “ท่านเจ้าสำนัก ท่านทนได้ยังไงกัน ที่คนรักของตัวเองท้อง……”

สองเยว่พูดมาถึงตรงนี้ เสิ่นฉงก็พลันโมโห รีบตวาดเสียงร้อนรนว่า “สองเยว่ อยากตายนักหรือไง!”

สองเยว่กลับแค่นยิ้มเสียงเย็นอีกครั้ง ก่อนจะละสายตามามองเสิ่นฉง เอ่ยว่า “ทำไม สหายเสิ่นไม่อยากให้ฉันพูดต่อแล้วงั้นเหรอ? กลัวว่าเรื่องสกปรกหน้าไม่อายที่เคยทำในตอนนั้นจะถูกเล่าลือไปทั่วโลกคุนชางหรือไง!”

เสิ่นฉงโกรธเกรี้ยวจนแทบคลุ้มคลั่ง กระบี่ยาวในมือออกจากฝัก ชี้ไปยังสองเยว่ พลันเอ่ยเสียงเหี้ยมว่า “เธอกำลังรนหาที่ตายจริงๆด้วย! เมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นฉันจะเป็นคนสนองให้เธอเอง! ไปตายซะเถอะ!”

สิ้นเสียง เสิ่นฉงก็ตวัดกระบี่ฟันไปที่สองเยว่

สองเยว่เหยียดยิ้มเย้ยหยัน ขยับมือเล็กน้อย หมอกขาวที่อยู่รอบตัวก็พลันพลิ้วไหวขึ้นมาในพริบตา

หมอกขาวขวางหน้าปราณกระบี่ฉกาจที่พุ่งเข้ามา ก่อนจะกลืนกินปราณกระบี่จนหมดสิ้น ไม่มีระลอกคลื่นใดๆเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย

หมอกขาวสลาย เงาร่างของสองเยว่ก็พลันปรากฏขึ้นในสายตาของผู้คนอีกครั้ง “เหตุใดสหายเสิ่นจึงต้องร้อนรนขนาดนี้?”

เสิ่นฉงโกรธจัด กัดฟันกรอดจนฟันแทบแหลก กระทั่งสายตาที่จดจ้องไปยังสองเยว่ก็มีไฟโทสะลุกโชน “สองเยว่ วันนี้ ฉันต้องฆ่าเธอให้ได้!”

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง