จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1386

24 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1386

สี่เยว่จากไปแล้วจริงๆ

พร้อมพาฉินชิงถง ลูกศิษย์ของเธอไปด้วย

ห้าเยว่ หกเยว่ แปดเยว่ เก้าเยว่ และสิบเอ็ดเยว่ก็ไปด้วยเช่นกัน

รวมถึงเหล่าลูกศิษย์ของพวกเธอเอง

ส่วนคนของสำนักอื่นๆที่เหลือ ก็อาจจะมีคนของพวกสี่เยว่อยู่ในนั้น

ทวาสี่เยว่กลับไม่ได้ไปสนใจ

ประหนึ่งว่าเธอไม่ต้องการจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกแม้เพียงเวลาธูปดอกเดียว

เธอจากไปอย่างเร่งรีบมาก

บางที อาจเป็นเพราะเธอเองก็ไม่มีหน้าจะอยู่ในสำนักต่อไปได้

เพราะเธอที่เป็นถึงยอดฝีมือแดนยาทองระดับแปด กลับไม่อาจเอาชนะได้แม้แต่ชายหนุ่มคนหนึ่ง ช่างน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก

แน่นอนว่าก็ไม่มีใครคาดคิด ที่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้

ทว่าฉับพลันนั้น ก็มีเงาร่างหนึ่งที่หวนกลับมาใหม่

เธอคือห้าเยว่!

ผู้สนับสนุนที่ยึดมั่นในตัวสี่เยว่ที่สุด!

พลังบำเพ็ญแดนยาทองระดับเจ็ด!

เมื่อเห็นการกลับมาของห้าเยว่ เหล่าศิษย์สำนักหยุนเยว่ต่างนึกว่าเธอต้องการจะทำอะไรบางอย่าง สายตาของคนส่วนใหญ่ที่จับจ้องไปยังเธอนั้นไม่สู้ดีนัก

ห้าเยว่ลอยตัวลงมา สามเยว่ก็พลันทำเสียงเย็นขึ้นจมูก เอ่ยว่า “ทำไม หรือยังอยากจะเอาของอะไรอีกงั้นเหรอ?”

“อย่ามากกันเกินไปหน่อยเลย!”

ห้าเยว่กวาดตามองสามเยว่แวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างขุ่นเคือง เอ่ยว่า “พี่สาม เหตุใดจึงต้องพูดแบบนี้ด้วย!”

พูดเสร็จ เธอก็หันไปมองสองเยว่ เอ่ยว่า “พี่สอง ฉันลองคิดดูแล้ว ฉันว่า ฉันอยู่ที่นี่ต่อจะดีกว่า!”

สองเยว่เผยสีหน้าหม่นหมอง เอ่ยว่า “ในเมื่อเธอตัดสินใจจะติดตามสี่เยว่ งั้นก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดอีก!”

ห้าเยว่ได้ยินดังนั้น ก็แค่นเสียงยิ้มลำบากใจ เอ่ยว่า “ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันเติบโตมากับที่นี่ตั้งแต่เด็ก คนส่วนใหญ่ในพวกฉัน ต่างเป็นพี่ใหญ่ที่ช่วยเลี้ยงดูจนโต!”

“พี่ใหญ่ก็เสมือนเป็นแม่ของพวกเรา!”

“ส่วนสำนัก ก็เสมือนเป็นบ้านหลังหนึ่ง!”

“แม้พี่ใหญ่จะไม่อยู่แล้ว แต่บ้านหลังนี้ก็ยังคงอยู่!”

“ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากจะทำลายบ้านของฉัน ฉันก็จะสู้สุดชีวิตกับมัน!”

“ฉันไม่อาจมองดูให้ใครคนอื่นมาทำลายบ้านของฉัน มาฆ่าคนในครอบครัวของฉันต่อหน้าต่อตา ส่วนตัวเองนั้นกลับได้แต่ดูอยู่ห่างๆ!”

“ฉันคิดแล้วคิดอีก เรื่องแบบนี้ ฉันไม่อาจทำได้!”

คำพูดของเธอ สองเยว่นั้นเข้าใจเป็นอย่างดี ทว่า พวกสามเยว่กลับไม่มีใครตระหนักได้ในทันที

พวกเธอไม่รับรู้ ว่าสำนักหยุนเยว่ในตอนนี้ กำลังจะเผชิญกับมรสุมแบบไหน!

เดิมที พวกห้าเยว่เองก็มองไม่ออกว่าสถานการณ์มันเป็นยังไงกันแน่

ทว่าหลังจากที่พวกเธอจากไป สี่เยว่ก็เล่าเรื่องราวทุกอย่างออกมาอย่างหมดเปลือก

การกระทำทั้งหมดนี้ของสองเยว่ ไม่ใช่เพราะต้องการจะเนรเทศพวกสี่เยว่ออกไปจากสำนักจริงๆ

หากแต่เพราะต้องการเก็บคนบางส่วนไว้เพื่อสืบสานสำนักหยุนเยว่ต่อไปต่างหาก

คนอื่นไม่อาจเข้าใจได้ แน่นอนว่าสี่เยว่ไม่มีทางที่จะไม่รับรู้

นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไม เธอจึงได้จากไปอย่างเร่งรีบขนาดนั้น

เพราะยิ่งอยู่ที่นี่นานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

ครั้งนี้ อาจจะเป็นวาระสุดท้ายของสำนักหยุนเยว่แล้วจริงๆ

เดิมที สี่เยว่นั้นไม่ต้องการที่จะเอ่ยถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของสองเยว่ ทว่าสุดท้ายเธอก็เล่ามันออกมาอยู่ดี เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะเธอไม่อาจไปตัดสินใจแทนใคร เมื่อยามที่สำนักกำลังเผชิญกับความเป็นความตายแบบนี้!

แม้ว่าจะเป็นห้าเยว่ คนที่สนิทกับเธอมากที่สุด และคอยยืนหยัดเคียงข้างเธอมาโดยตลอดก็ตาม

แต่เธอก็ไม่มีสิทธ์ที่จะไปตัดสินใจแทนห้าเยว่!

ดังนั้น เธอจึงพูดมันออกมา!

ส่วนพวกห้าเยว่ที่หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของสี่เยว่แล้วก็ต่างรู้สึกตกตะลึง

พวกเธอเข้าใจแล้ว ว่าการที่สองเยว่ให้พวกเธอจากไป บนตัวของพวกเธอนั้นกำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงใด!

ทว่า ยังไงพวกเธอก็ยังอยากกลับมาอยู่ดี!

จนในที่สุด สี่เยว่ก็ให้ห้าเยว่กลับไปที่สำนัก

เพราะคนอื่นๆที่รวมถึงหกเยว่ ต่างมีพลังบำเพ็ญเพียงแดนยาทองระดับหกเท่านั้น

แม้จะกลับมา ก็คงจะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก

ไม่ต่างอะไรกับมารนหาที่ตาย

ส่วนตัวสี่เยว่นั้น ก็ไม่มีทางที่จะกลับมาได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่มีเธอ คนที่เหลือก็ไม่อาจยืนหยัดต่อไปได้!

เมื่อเห็นแววตาที่หนักแน่นของห้าเยว่ สองเยว่เองก็ได้แต่ถอนหายใจยาว เอ่ยว่า “ดี ในเมื่อกลับมาแล้ว งั้นก็อยู่ที่นี่เถอะ!”

สามเยว่ขมวดคิ้วมองไปยังสองเยว่ เอ่ยถามว่า “พีสอง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่หล่อนพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร?”

สองเยว่ส่ายหัวด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ก่อนจะหันไปมองสิบเยว่ แล้วเอ่ยว่า “น้องสิบ เธอให้ศิษย์ในสำนักทุกคนมารวมตัวกันก่อนเถอะ!”

“ไปปล่อยพวกเขาไว้ที่หลังเขา!”

“หากไม่มีเรื่องอะไร ห้ามใครออกจากหลังเขาเด็ดขาด!”

แม้สิบเยว่จะไม่เข้าใจถึงเจตนาที่แฝงอยู่ แต่หลังชะงักเพียงครู่หนึ่ง ก็พยักหน้ารับคำสั่งไปทำตามทันที

เมื่อเห็นสิบเยว่จากไป สองเยว่ก็เอ่ยต่อว่า “น้องสาม น้องห้า พวกเธอเองก็ไม่ต้องกลับไปที่เขาของตัวเองแล้ว อยู่ที่นี่กันหมดนี่แหละ แล้วรีบฝึกฝนกันซะ!”

พวกเธอพยักหน้า

นอกจากห้าเยว่ แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้ว่าสองเยว่กำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่ แต่ก็ยังคงรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของสองเยว่

ไม่มีใครพูดกล่าวอะไร

ทุกคนต่างกลับเข้าไปในตำหนักหลัก ต่างคนต่างหาตำแหน่งนั่งทำสมาธิ

ส่วนด้านของสองเยว่นั้น คนที่อยู่ด้านหลังก็คือจางอิ้วเยว่ที่ได้รับบาดเจ็บหนักเหมือนกัน เธอมองไปยังท่านอาจารย์ของตนเองด้วยสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะปริปากเอ่ยอย่างหนักใจว่า “ท่านอาจารย์ ท่านกำลังกังวล ว่าสำนักอริยสัจและสำนักเทียนหยุนจะมาลงมือกับสำนักหยุนเยว่ของเราเพราะเรื่องของท่านผู้มีพระคุณใช่ไหม?”

สองเยว่หันกลับไปมองเจียงอิ้งเยว่

พลันเผยยิ้มจนใจระคนเอ็นดู

เธอยื่นมือลูบใบหน้าของเจียงอิ้งเยว่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างหนักอึ้ง

เจียงอิ้งเยว่นั้นกำพร้ามาแต่เด็ก

ตอนนั้นเธอช่วยชีวิตเด็กคนนี้ไว้โดยบังเอิญ แล้วพากลับมายังสำนักหยุนเยว่

อีกทั้งยังรับเธอเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียว

พรสวรรค์ของเจียงอิ้งเยว่นั้น บอกตามตรงว่าธรรมดา

ทว่า เธอกลับขยันหมั่นเพียรยิ่งกว่าใคร!

ผนวกกับการฝึกฝนที่ดูแลเอาใจใส่ของสองเยว่ ก็จึงจะมีพลังบำเพ็ญเหมือนอย่างทุกวันนี้ได้

แดนยาทองระดับสาม

ด้วยอายุวัยยี่สิบแปดปี

หากพูดตามหลักเหตุผล มองดูทั้งเก้าสำนักใหญ่ ระดับนี้ก็นับได้ว่าไม่เลวแล้ว

สามารถใช้คำว่ายอดเยี่ยม หรือแม้แต่จะเรียกว่าอัจฉริยะก็ไม่เกินจริง

แต่ก็ไม่ใช่ระดับแกร่งกล้าเป็นสุดยอดอัจฉริยะเหนือมนุษย์แน่นอน

ไม่เพียงแค่ไม่ใช่ แต่ยังอีกห่างไกลเลยต่างหาก

ตอนนี้มองดูเจียงอิ้งเยว่ที่อยู่ตรงหน้า สองเยว่ก็พลันรู้สึกเลื่อนลอยเล็กน้อย

ประหนึ่งว่าหวนกลับไปถึงตอนนั้น ตอนที่เธอเพิ่งพบกับเจียงอิ้งเยว่ เด็กน้อยคนนั้นที่ยังอยู่ในผ้าห่อเด็ก

ผ่านไปเนิ่นนาน สองเยว่จึงจะเอ่ยถามเสียงเบาว่า “กลัวไหม?”

เจียงอิ้งเยว่ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหัวปฏิเสธอย่างหนักแน่น เอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ฉันไม่กลัวค่ะ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอันตรายแบบไหน ฉันก็ไม่กลัวทั้งนั้น!”

สองเยว่พยักหน้ายิ้มๆ เอ่ยว่า “ไปรักษาแผลเถอะ!”

พูดเสร็จ สองเยว่ก็เหาะเหินเดินอากาศไปยังหอว่างหยุน

มาถึงหน้าประตู เธอก็นั่งขัดสมาธิ

และเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บด้วยเช่นกัน

อาการเธอไม่หนัก ทว่าก็ไม่เบา ตอนนี้ ยังไงก็ต้องรีบรักษาให้หายเสียก่อน

จากนี้ไป จะมีการสู้รบครั้งใหญ่กำลังรอเธออยู่!

เพียงแต่ไม่มีใครรู้ ว่าการสู้รบในครั้งนี้ จะมาถึงตอนไหน

ส่วนหลินหยุน ณ ตอนนี้ ก็เข้าไปยังด้านในของหอว่างหยุนแล้ว

ชั้นแรกเป็นเพียงห้องโถงที่เรียบง่าย

ทว่าในห้องโถงนี้ กลับมีเพียงเก้าอี้สองตัว

โต๊ะอีกหนึ่งตัว

นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว

ส่วนตรงกำแพงด้านทิศเหนือ ก็มีภาพวาดคนแขวนอยู่บนนั้น

นั่นคือภาพของผู้ชายคนหนึ่ง

ชายหนุ่มคนหนึ่ง

ดูแล้วคล้ายคลึงกับหลินหยุนถึงเก้าส่วน

คนคนนั้นก็คือหลินหยุนนั่นเอง

ทุกขีดและทุกเส้นบนภาพนี้ ต่างซ่อนไปด้วยความคิดถึงและความอ่อนโยนที่มากล้น

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง