จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1385

19 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1385

ทราบกันดีว่า ท่านอาจารย์ของเธอนั้น เป็นถึงยอดฝีมือขั้นยาทองระดับแปดเลยทีเดียว!

ทั่วทั้งโลกคุนชาง จะมียอดฝีมือขั้นยาทองระดับแปดจำนวนกี่คนกัน?

ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอาจารย์ของเธอเคยพูดไว้ว่า อย่ามองว่าเธอคือยอดฝีมือขั้นยาทองระดับแปด แต่ต่อให้ต้องต่อสู้กับพวกยอดฝีมือขั้นยาทองระดับเก้าแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถต่อสู้ได้!

แต่ แม้ว่าท่านอาจารย์ของเธอที่แข็งแกร่งระดับนี้ ก็ยังต้องพ่ายแพ้ลงด้วยน้ำมือของหลินหยุน!

เป็นไปได้อย่างไรกัน?

ตอนก่อนหน้านี้ที่อยู่เมืองมี่หยุน หลินหยุนไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากขนาดนี้เลย!

หลินหยุนในตอนนั้น มีพลังบำเพ็ญแค่ขั้นยาทองระดับสามเท่านั้น!

แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปนานเท่าไรเอง?

แม้แต่ท่านอาจารย์ของเธอก็ยังสามารถเอาชนะได้แล้ว!

ฉินชิงถงถึงกับบ้าคลั่งไปเลยทีเดียว!

ครั้งนี้ ก่อนหน้างานประลองยุทธเก้าสำนักจะเริ่มขึ้น เธอสามารถบรรลุพลังบำเพ็ญขั้นยาทองระดับสามได้แล้ว ท่านอาจารย์ของเธอรู้สึกพึงพอใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

เพราะว่าเธอเหมาะสมกับการฝึกฝนวิชาของสำนักหยุนเยว่เป็นอย่างดี

กอปรกับการที่ท่านอาจารย์ได้จัดสรรทรัพยากรเอาไว้มากมาย ดังนั้นจึงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ท่านอาจารย์ของเธอเคยพูดเอาไว้ว่า ถึงแม้จะกวาดสายตามองไปทั่วทั้งโลกคุนชางแล้ว ระดับการบรรลุขั้นแดนที่รวดเร็วของเธอนั้น ถือได้ว่าเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน!

แต่มีเรื่องที่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เธอเองนั้นไม่ใช่หญิงสาวพรหมจรรย์

ถ้าหากเธอคือหญิงสาวพรหมจรรย์แล้ว การก้าวหน้าของเธอจะยิ่งรวดเร็วมากขึ้นไปอีกขั้น

นี่ก็คือความแตกต่าง

แต่หลินหยุนทำไมถึงก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้ล่ะ?

ทราบกันดีว่า เดิมทีหลินหยุนก็อยู่ในขั้นแดนยาทองแล้ว นี่คือการเพิ่มระดับให้สูงขึ้น!

ไม่ใช่แบบเธอนั้น ที่เริ่มต้นจากขั้นแดนฝึกพลังขึ้นไปถึงขั้นแดนยาทอง

เวลานี้ หลินหยุนราวกับว่าได้กลายเป็นภูเขาสูงที่ยากจะข้ามผ่านอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ภูเขาสูงนี้ ถึงขนาดที่มีความสูงกว่าท่านอาจารย์ของเธอเองเสียอีก!

เธอคิดว่า เธอเก็บตัวบำเพ็ญฝึกฝนเป็นเวลานานขนาดนี้ เพิ่มระดับพลังบำเพ็ญถึงขั้นยาทองระดับสาม ในที่สุดก็มีโอกาสที่จะแก้แค้นกับหลินหยุนแล้ว!

แต่ในความเป็นจริงนั้นเธอกลับต้องถูกตบหน้าอย่างรุนแรงอีกครั้ง!

ไม่เพียงแต่เธอไม่สามารถย่นระยะพลังความสามารถลงได้แม้แต่น้อย กลับยังจะถูกทิ้งระยะห่างไกลออกไปอีก

ห่างไกลถึงขั้นที่แม้แต่ท่านอาจารย์ของเธอเองก็ยังไม่สามารถต้านทานได้!

เวลานั้น สภาพจิตใจของฉินชิงถงถึงกับหมดสิ้นความหวังอย่างที่สุด!

ส่วนหลินหยุนในตอนนี้ไม่ได้สนใจพวกคนอื่นเลย โดยยืนอยู่ด้านหน้าของหอว่างหยุน แล้วมองไปยังสองเยว่ที่เพิ่งจะเหาะมาถึง และพูดขึ้นว่า “ขณะที่เดินทางกลับมานั้น ฉันเคยได้พูดถึงเรื่องของสำนักอริยสัจและสำนักเทียนหยุนแล้ว ซึ่งเธอต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง! ”

พูดจบ ยังไม่ทันรอให้สองเยว่พูด ก็หันหลังเดินไปยังหอว่างหยุน

หอว่างหยุนนี้ เป็นอาคารเดี่ยวสามชั้นขนาดเล็กหลังหนึ่ง

กุญแจล็อกที่ประตูนั้น มองดูแล้วเหมือนจะเป็นกุญแจล็อกทั่วไป โดยกุญแจล็อกนี้ไม่ได้มีรูกุญแจอะไรเลย

และที่ด้านหน้าประตูยังมีค่ายกลที่มองไม่เห็นด้วย

พูดให้ถูกต้องชัดเจนก็คือ หอหลังนี้ อยู่ท่ามกลางค่ายกล

หลินหยุนยกแขนขึ้น และปล่อยพลังที่มองไม่เห็นออกมา จากนั้นก็กำแม่กุญแจเอาไว้ในมือ

ทันใดนั้น แม่กุญแจที่ไม่มีรูกุญแจ ก็เปิดออก

หลินหยุนผลักประตูแล้วเดินเข้าไปด้านใน

ประตูหอก็ปิดตัวลงในทันที

ภายใต้ขั้นบันได

สองเยว่ถอนหายใจยาว ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่นั้น ถึงกับทำให้เธอตกใจอย่างที่สุด

พลังความสามารถที่หลินหยุนแสดงออกมานั้น ช่างน่ากลัวมากยิ่งนัก!

และเธอก็มั่นใจว่า นั่นยังไม่ใช่พลังความสามารถทั้งหมดของหลินหยุน

ตอนนี้เธอเชื่อในตัวของเขาโดยสิ้นเชิง

สำนักหยุนเยว่ในเวลานี้ ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถขัดขวางเขาไม่ให้เข้าไปในหอว่างหยุนได้

สองเยว่หันหลังมุ่งหน้ากลับไปยังตำหนักหลัก

เวลานี้ สี่เยว่ก็กำลังยืนอยู่ที่ด้านข้าง

ด้านหลังของเธอนั้น ก็คือห้าเยว่และคนอื่น ๆ

โดยยังมีฉินชิงถง รวมไปถึงลูกศิษย์ของพวกเธออีกหลายคน

สองเยว่สีหน้าเยือกเย็น สายตามองไปที่สี่เยว่อีกครั้ง และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “สี่เยว่ เธอสำนึกผิดแล้วหรือยัง? ”

สี่เยว่สูดหายใจลึก โดยที่สีหน้าก็ยังคงย่ำแย่อยู่เช่นเคย พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฉันไม่ได้รู้สึกว่าฉันทำอะไรผิด! แต่ ในเมื่อฉันพ่ายแพ้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องพูดอีก! ”

คำพูดของเธอ ทำให้สองเยว่โมโหขึ้นทันที

แต่เธอก็ยังไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมา ผ่านไปสักพัก เธอก็ถอนหายใจ และพูดขึ้นว่า “ตกลง! เธอแน่มาก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันเองก็คงจะไม่สามารถให้เธออยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกแล้ว! ”

“ฉันในนามของเจ้าสำนักแทน ตอนนี้มีอยู่สองทางให้เธอตัดสินใจเลือก! ”

“ข้อแรก พาคนของเธอออกไป จากสำนักหยุนเยว่ตลอดกาล และห้ามบอกว่าตัวเองมาจากสำนักหยุนเยว่ โดยหาสถานที่ที่ไม่มีผู้คนพักอาศัย และก็ไม่ต้องออกมาปรากฏตัวอีก! ”

“ข้อสอง พาพวกลูกศิษย์ของเธอที่อยู่ด้านหลังนั้น ออกไปให้หมด และภายในสำนักหยุนเยว่ตอนนี้ พวกเธอต้องการสิ่งของอะไร ก็สามารถแบ่งเอาไปได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งนับจากวันนี้ไป สำนักหยุนเยว่ได้แตกแยกแล้ว! ”

“พวกเธอก็จะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเซียนของสำนักหยุนเยว่อีกต่อไป! ”

“สองทางเลือกนี้ อยู่ตรงหน้าของเธอ เธอสามารถตัดสินใจเลือกได้ในตอนนี้เลย! ”

“สำหรับห้าเยว่และคนอื่น ๆ ในเมื่อเลือกที่จะสนับสนุนสี่เยว่ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว! ”

“ฉันก็ไม่ต้องขอความคิดเห็นของพวกเธอทั้งหลายด้วยอีกแล้ว! ”

ได้ยินที่สองเยว่พูดขึ้นนั้น ทุกคนรวมไปถึงสี่เยว่ ต่างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากในทันที!

รวมไปถึงสามเยว่ด้วย

สามเยว่รีบพูดขึ้นว่า “สองเยว่ ทำแบบนี้ได้อย่างไร? สำนักหยุนเยว่ห้ามที่จะถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของพวกเราเด็ดขาด ถ้าหากพวกหล่อนนั้นคิดจะไป ก็ปล่อยให้พวกหล่อนไป แต่สมบัติล้ำค่าที่เป็นของสำนักนั้น พวกหล่อนห้ามนำออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว! ”

“พวกเราไม่ต้องการที่จะกลายเป็นผู้กระทำผิดที่ถูกจดจำไปตลอดกาล! ”

เมื่อสามเยว่พูดจบ สิบเยว่ที่อยู่ด้านข้างก็รีบพูดขึ้นว่า “พี่สอง พี่สามพูดได้ถูกต้อง! คุณทำแบบนี้ไม่ได้ และก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะทำแบบนี้ได้ด้วย! ”

แต่ว่า

สองเยว่เหมือนจะมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โดยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เป็นคนลังเลตัดสินใจอะไรชักช้า

เธอพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ฉันได้ตัดสินใจแล้ว อีกทั้ง ทางเจ้าพระคุณนั้นก็พูดเอาไว้แล้วว่า จะสนับสนุนทุกการตัดสินใจของฉัน! พวกเธอไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว! ”

“สี่เยว่ บอกการตัดสินใจของเธอมาในตอนนี้ได้เลย! ”

สี่เยว่มีสีหน้าท่าทางที่หม่นหมองอย่างที่สุด และสูดหายใจลึก ซึ่งยังถือว่าเธอนั้นเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดีที่สุด

ผ่านไปสักพัก เธอก็มองไปที่สองเยว่อย่างลึกซึ้ง และพูดขึ้นว่า “ตกลง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันก็เลือกที่จะแบ่งแยกสำนัก! สองเยว่ เธอจะต้องรู้สึกเสียใจภายหลัง กับการกระทำของเธอในวันนี้อย่างแน่นอน! ”

“สมบัติล้ำค่าสูงสุดของสำนัก ฉันต้องการเพียงแค่สามชิ้น! ”

“ชิ้นแรก บ่อล้างจันทร์! ”

“ชิ้นที่สอง ล้อจันทร์! ”

“ชิ้นที่สาม หินจันทร์! ”

ได้ยินที่เธอพูด สามเยว่ก็โกรธเคืองขึ้นทันที และตวาดเสียงแข็งว่า “สี่เยว่ เธอช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนัก! สมบัติล้ำค่าสามชิ้นนี้ คือสมบัติล้ำค่าสูงสุดที่สำคัญของสำนัก! เธอยังกล้าที่จะเอาไปอีก! ”

สี่เยว่หัวเราะเยาะ และไม่ได้มองไปยังสามเยว่เลย โดยมองไปที่สองเยว่พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พี่สอง ฉันจะเรียกเธอว่าพี่สองเป็นครั้งสุดท้าย คำพูดเมื่อครู่นี้ เธอเองเป็นคนที่พูดขึ้น ตอนนี้คงจะไม่เสียใจและไม่คิดจะกลับคืนคำหรอกนะ? ”

สองเยว่สีหน้าย่ำแย่อย่างมาก แต่ก็ยังกัดฟันพูดขึ้นว่า “ไม่อย่างแน่นอน! ตกลง สมบัติล้ำค่าสามชิ้นนี้ ตอนนี้เธอสามารถนำมันไปได้แล้ว! ฉันไม่อยากที่จะเห็นพวกเธอที่สำนักหยุนเยว่แห่งนี้อีก! ”

เมื่อได้ยินสองเยว่ตอบตกลงแล้ว ห้าเยว่และคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านข้างของสี่เยว่ ต่างก็มีแววตา ที่ตื่นเต้นดีใจกันทั้งหมด

สมบัติล้ำค่าสูงสุดสามชิ้นนี้ ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักที่จัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีผลดีอย่างมากต่อการบำเพ็ญฝึกฝนพลังวิชา

แต่ในตอนนี้ คิดไม่ถึงว่าสองเยว่จะตอบตกลงแล้ว!

ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ!

สี่เยว่ไม่พูดอะไรต่ออีก บินเหาะไปยังด้านหลังของตำหนักในทันที

ผ่านไปชั่วครู่ ก็มีคลื่นพลังที่แข็งแกร่งปะทุขึ้น

ไม่นานนัก เธอก็กลับขึ้นไปอยู่ในอากาศอีกครั้ง

สุดท้ายก็ได้มองไปที่สองเยว่และคนอื่น ๆ เล็กน้อย จากนั้นก็พาห้าเยว่และคนอื่น ๆ จากไปโดยทันที

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง