จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1377

19 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1377

เสิ่นฉงหัวเราะอย่างเย็นชา และมองไปที่ฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาที่เยือกเย็น

เฉินฉางเฟิงเองก็มีเลือดไหลไปทั่วทั้งร่างกาย สีหน้าขาวซีดอย่างที่สุด และพัดพับในมือนั้นก็แหลกละเอียดลงไปหมดแล้ว แต่ในขณะนี้เขาก็ยังคงยืนบังอยู่ด้านหน้าของเสิ่นฉงอย่างระมัดระวังและเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด

บริเวณโดยรอบไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนของสำนักอริยสัจเลย

มีบางคนที่ถูกสังหารลงไปแล้ว

โดยยังมีหลงเหลืออีกไม่กี่คน แต่เพราะว่าพลังบำเพ็ญไม่เพียงพอ ซึ่งมีระดับเพียงแค่ขั้นยาทองระดับห้าและขั้นยาทองระดับหกเท่านั้น

ต่อให้พวกเขาต่อสู้อย่างสุดชีวิต ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้

“พวกนายคิดว่า แบบนี้ก็จะเอาชนะฉันได้แล้วอย่างนั้นเหรอ? ” เสิ่นฉงพูดขึ้นอย่างเย็นชา “สำนักอริยสัจของเราจะยอมรับการข่มขู่คุกคามจากพวกมดแมลงแบบพวกนายนี้น่ะเหรอ? ช่างน่าขันเสียจริง! ”

“หากพวกนายแน่จริงก็ลงมือต่อได้เลย ฉันจะดูว่า พวกนายกล้าที่จะลงมือสังหารพวกเราทั้งสองคนจริง ๆ ไหม! ”

“ฉันขอเตือนพวกนายไว้ก่อนนะว่า ในโลกคุนชางนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะมาล่วงเกินต่อสำนักอริยสัจของเรา หากผู้ใดกล้า ก็เตรียมตัวตายไว้ได้เลย! ”

“ตอนนี้พวกนายรวมตัวกันเป็นหมู่มาก แต่หลังจากเรื่องนี้ผ่านพ้นไป พวกนายเหล่านี้ จะรวมตัวกันอยู่แบบนี้ตลอดไปอย่างนั้นเหรอ? ”

ข่มขู่!

ข่มขู่ซึ่ง ๆ หน้าเลย!

แต่นี่ก็คือความจริง!

สำนักอันดับหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของโลกคุนชาง และมีอิทธิพลอำนาจอันดับหนึ่ง จะมาทำเป็นเพิกเฉยไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องภายนอกจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?

ถ้าหากผู้ใดคิดว่าเป็นแบบนี้จริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าคงจะสมองเสื่อมไปเป็นแน่แล้ว

ถ้าหากว่าไม่มีการแก่งแย่งชิงดี เหมือนจะอยู่ในสถานะที่หลุดพ้นแล้ว แต่ทำไมเวลาผ่านมายาวนานขนาดนี้ ก็ยังคงรักษาตำแหน่งของสำนักอันดับหนึ่งเหมือนเดิมได้ล่ะ? นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ขัดแย้งกันหรอกเหรอ?

ผู้อาวุโสได้ยินดังนั้น ดวงตาก็กระตุกขึ้นโดยพลัน และพูดขึ้นอย่างดุดันว่า “สำนักอริยสัจช่างเผด็จการจริง ๆ! สหายทุกท่าน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยกันอีกแล้ว สำนักอริยสัจในตอนนี้ ได้มองว่าทั้งโลกคุนชางนั้นเป็นของตนเองไปแล้ว! ”

“เผชิญหน้ากับการกดดันบีบบังคับแบบนี้ พวกเราเองจะไม่รู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ? ”

“ถ้าหากวันนี้พวกเราหยุดลงมือแล้ว ต่อไปภายหน้าเมื่อประสบกับเหตุการณ์แบบนี้อีก โดยเมื่อลูกศิษย์ของสำนักอริยสัจปรากฏตัวขึ้น ก็จะกดขี่ข่มเหงพวกเราแบบนี้อีกอย่างนั้นเหรอ? ”

“พวกเราจะยอมรับการถูกข่มขู่คุกคามแบบนี้ต่อไปอีกใช่ไหม? ”

“ฉันไม่สนใจว่าสหายทุกท่านจะคิดเห็นอย่างไร แต่วันนี้ ฉันไม่ตอบตกลงอย่างเด็ดขาด! ”

เมื่อพูดจบลง ผู้อาวุโสก็นำหน้าบุกเข้าโจมตีก่อนเลย มีดยาวที่อยู่ในมือนั้นได้ปลดปล่อยลำแสงสีแดงที่น่ากลัวออกมา และพุ่งฟาดฟันไปที่เสิ่นฉงในทันที

ซึ่งหลังจากที่เขาโจมตีแล้วนั้น ผู้คนอีกจำนวนมากก็ทยอยลงมือโจมตีด้วยความโกรธแค้น

คำข่มขู่คุกคามของเสิ่นฉงนั้น พวกเขาไม่มีทางที่จะทนนิ่งดูดายได้อย่างแน่นอน

ในเมื่อลงมือแล้ว ก็ต้องสังหารให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!

ในเมื่อสำนักอริยสัจเผด็จการแบบนี้ ก็ทำลายกวาดล้างสำนักอริยสัจให้หมดสิ้นไปเลย!

สามารถทำได้ไหม?

ทำได้อย่างแน่นอน!

เวลานี้ในสุดหล้าทะเล กล่าวได้ว่าได้รวบรวมผู้บำเพ็ญเซียนที่เก่งกาจยอดเยี่ยมที่สุดของโลกคุนชางเอาไว้ทั้งหมดแล้ว

พลังบำเพ็ญขั้นต่ำสุดก็ยังอยู่ในขั้นยาทองระดับสี่เลยทีเดียว!

คนจำนวนมากนับพันคน ต่อให้สำนักอริยสัจแข็งแกร่งมากเพียงใด ก็คงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายจากการรุมสังหารได้

เพียงแต่ว่าความคิดนี้ช่างอาจหาญบุ่มบ่ามเกินไป ยกเว้นกลุ่มคนจำนวนน้อยมาก ซึ่งไม่มีผู้ใดกล้าที่จะจินตนาการเลย

การต่อสู้ครั้งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นับไม่ถ้วนได้ถูกแสดงออกมากันอย่างต่อเนื่อง

ถ้าหากมีการโจมตีเพียงไม่กี่พลังหรือสิบกว่าพลัง เสิ่นฉงกับเฉินฉางเฟิงเองก็คงไม่หนักใจอะไร

แต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่สิบกว่าพลัง แต่มีนับร้อยนับพันพลังเลยทีเดียว

มันช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก!

มดจำนวนมากก็สามารถที่จะกัดจนช้างตายได้ ซึ่งบรรยายได้ถึงสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

เพียงพริบตาเดียว เฉินฉางเฟิงก็ถูกพลังโจมตีเข้าใส่จนกระเด็นไปไกล แต่แน่นอนว่า เขาก็ได้สังหารยอดฝีมือไปอีกนับสิบคน

ส่วนเสิ่นฉงที่อาศัยการป้องกันของเฉินฉางเฟิงนั้น ได้กวัดแกว่งกระบี่ยาวที่อยู่ในมือ พลังลำแสงที่สะเทือนเลือนลั่นก็ได้โหมกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรง

แต่พวกยอดฝีมือขั้นยาทองระดับเจ็ดนั้น ก็ได้เตรียมพร้อมรับมือกันไว้ล่วงหน้าแล้ว

โดยที่ไม่ได้ปล่อยโอกาสให้กับเสิ่นฉงอีก

ยอดฝีมือขั้นยาทองระดับเจ็ดจำนวนสิบกว่าคนได้ลงมือพร้อมกัน ต้านทานพลังโจมตีของเสิ่นฉง และยังได้ตอบโต้ด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันน่าสะพรึงกลัวกลับใส่เสิ่นฉงอีกด้วย

เสิ่นฉงกระเด็นไกลออกไปนับพันเมตรอีกครั้ง พร้อมกับกระอักเลือดออกมาอย่างไม่หยุด

อาการบาดเจ็บยิ่งหนักหนาสาหัสมากขึ้นไปอีก

แต่ในเวลานี้เอง สองเงาร่างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด ก็พุ่งตรงมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว

ในขณะที่อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ไร้ขอบเขตนั้นได้จู่โจมเข้าใส่ เงาร่างหนึ่งในนั้น ก็พลันชี้นิ้วออกไป พลังที่มองไม่เห็นก็ขวางกั้นอยู่ที่เบื้องหน้าของเสิ่นฉง

“ตูม—-”

เสียงสะเทือนเลือนลั่น ดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า

ม่านพลังกั้นที่มองไม่เห็นได้แหลกสลายลงในพริบตา แต่ก็ขัดขวางพลังการโจมตีได้เป็นจำนวนมาก ทันใดนั้น ผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือก็มาอยู่ที่ด้านข้างของเสิ่นฉง พร้อมกับดึงตัวของเธอมาอยู่ที่ด้านหลังของตนเอง

เวลานี้ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป พร้อมทั้งหยุดการโจมตีลงทั้งหมด

เพราะว่าพวกเขาเห็นแล้วว่าผู้ที่มานั้นคือใคร!

เจ้าสำนักอริยสัจ!

ส่วนเสิ่นฉงกับเฉินฉางเฟิงที่อยู่ในอาการบาดเจ็บนั้น มองเห็นศิษย์พี่เจ้าสำนักของตนเองมาถึงแล้ว ในที่สุดก็ถอนหายใจยาว

สภาพจิตใจที่ตื่นตระหนกอย่างที่สุด ก็ผ่อนคลายเบาใจลงได้แล้ว

ในเมื่อศิษย์พี่ของตนมาถึงแล้ว ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว

ในสายตาของพวกเขา เจ้าสำนักของตนก็คือศิษย์พี่ ไม่ว่าจะประสบกับปัญหาอะไร ก็สามารถที่จะได้รับการช่วยเหลือแก้ไขได้โดยง่ายดาย

เจ้าสำนักอริยสัจมองไปโดยรอบทั้งสี่ทิศ โดยที่สภาพการณ์บริเวณโดยรอบในเวลานี้นั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังตื่นตะลึงไม่น้อยเลยทีเดียว

ต้องจำใจยอม เพราะสถานการณ์ที่ผู้บำเพ็ญเซียนนับพันคนกำลังทะเลาะแย่งชิงกันนั้น แม้แต่เขาก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ช่างน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก

มองเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เจ้าสำนักอริยสัจก็ถอนหายใจเบา ๆ และพูดขึ้นว่า “พวกสหายทั้งหลาย วันนี้สำนักอริยสัจของเรา จุดประสงค์ไม่ได้อยู่ที่การแย่งชิงสมบัติล้ำค่านั้น แต่เป็นหลินชางฉอง ในเมื่อสหายทั้งหลายต่างสนใจในสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ ถ้าอย่างนั้นสำนักอริยสัจของเราก็จะนำสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ออกมา มอบให้กับสหายทั้งหลายเพื่อไปแย่งชิงกันเองก็แล้วกัน! ”

ได้ยินที่เขาพูดแล้ว เสิ่นฉงกับเฉินฉางเฟิงทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลังต่างก็ตกอกตกใจขึ้นในทันที

เสิ่นฉงพูดขึ้นด้วยความเหลือเชื่อว่า “ศิษย์พี่ สมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากทุกสรรพสิ่งในชั้นฟ้าชั้นดิน จะส่งมอบออกไปได้อย่างไร? ”

เฉินฉางเฟิงเองก็พูดขึ้นว่า “ถูกต้อง ศิษย์พี่ ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาด! ”

เจ้าสำนักอริยสัจไม่ได้สนใจทั้งสองคนนั้น โดยหันหน้ามองไปที่เสิ่นฉงและพูดขึ้นว่า “ศิษย์น้อง นำสมบัติล้ำค่านั้นมาให้ฉันเถอะ! ”

เสิ่นฉงไม่อยากที่จะทำแบบนั้น เพราะว่าเธอกับเฉินฉางเฟิงทั้งสองคน เป็นเพราะสมบัติล้ำค่าสูงสุดชิ้นนี้ ถึงขนาดต่อสู้อย่างสุดกำลังจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นนี้แล้ว ซึ่งในตอนนี้จะต้องนำมันมอบออกไป ก็ยากที่จะทำใจยอมรับได้

ที่สำคัญกว่านั้นคือเสียหน้าเป็นอย่างมาก!

แต่เมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของศิษย์พี่ ในที่สุดเธอก็ต้องนำตราประทับสีฟ้านั้นมอบออกไป

ตราประทับอยู่ในมือของเจ้าสำนักอริยสัจแล้ว

ทันใดนั้น แรงพลังรูปแบบอื่นก็เคลื่อนไหววนเวียนขึ้นมาอีกครั้ง

ถึงขนาดที่สามารถดึงดูดชักจูงดวงจิตของเขาได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

สมบัติล้ำค่าสูงสุด!

สมบัติล้ำค่าสูงสุดที่แท้จริง!

หากจะพูดว่าถือกำเนิดขึ้นมาจากทุกสรรพสิ่งในชั้นฟ้าชั้นดินนั้น อาจจะมองว่าเกินจริงไปบ้าง แต่ตราประทับสีฟ้านี้ มีระดับขั้นที่เหนือกว่าสมบัติล้ำค่าทั้งหมดของสำนักอริยสัจของพวกเขา

มิน่าล่ะที่ทำให้ทุกคนในที่นี่ต้องลงมือแย่งชิงกันขึ้น

มิน่าล่ะในตอนที่ถือกำเนิดขึ้น ถึงได้มีแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขนาดนั้น

เมื่อเห็นตราประทับสีฟ้านี้ เขาเองก็เข้าใจได้แล้ว

แต่ในเวลานี้ เขาเลือกตัดสินใจที่จะสละสิทธิ์!

นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด

ดังนั้น หลังจากที่หยุดชะงักลงไปเพียงชั่วครู่ เขาก็ได้นำตราประทับนั้นโยนออกไป ท่ามกลางสายตาที่สงสัยของทุกคน

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากต่างก็ตื่นเต้นดีใจกันขึ้น

พวกเขาคิดไม่ถึงว่า เจ้าสำนักอริยสัจจะมาถึงด้วยตัวเอง และยินยอมที่จะสละสิทธิ์ในการแย่งชิงสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ด้วย!

แต่ในตอนนี้ก็ไม่มีเวลาที่จะไปคิดอะไรอื่นมาก

การที่สำนักอริยสัจยอมสละสิทธิ์แล้ว สำหรับพวกเขานั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยทีเดียว

โดยทำให้พวกเขามีโอกาสเพิ่มมากขึ้นอีก

จากนั้นผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากก็ตกอยู่ในสถานการณ์สู้รบแย่งชิงกันอีกครั้ง

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง