จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1368

15 มิถุนายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1368

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ บุตรธยานะกับพระบุตรที่อยู่อีกด้านหนึ่ง พวกเขาได้ผลแพ้ชนะแล้ว

พระบุตรของสำนักปฏิบัติธรรมโดนบุตรธยานะใช้มหามุทราธรรมจักรสิบสองโจมตีจนปลิวออกจากเวทีทันที

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่ากลัวของมหามุทราธรรมจักรสิบสองของบุตรธยานะ ในชั่วพริบตา ทุกคนต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ

บุตรอริยสัจกับผู้อาวุโสของสำนักเต๋าเฉินเซียวที่กำลังต่อสู้กันอยู่ พวกเขาสองคนก็หยุดต่อสู้ทันที

ทางด้านสำนักปฏิบัติธรรม พระทุกองค์ยืนขึ้นทันที และมองไปที่พระบุตร

สายตาของพระทุกองค์เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ!

เพราะวิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ระดับนี้ พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน!

พวกเขารู้สึกตกตะลึงมากๆ!

ก่อนหน้านี้เคยแนะนำแล้วว่าสำนักปฏิบัติธรรมและสำนักธยานะ อันที่จริงแล้วสองสำนักนี้เคยเป็นสำนักเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วสองสำนักนี้เลือกเส้นทางที่ไม่เหมือนกันและแยกสำนักออกจากกัน

สำนักปฏิบัติธรรมฝึกฝนพระธรรมต่อ หลังจากสำนักธยานะแยกออกมาแล้ว พวกเขาเริ่มฝึกฝนพลังฌานตามวิถีแห่งเซน

เดิมทีพระธรรมนั้นก็มีการฝึกฝนฌานตามวิถีแห่งเซนอยู่แล้ว

เซนนั้นเป็นนิกายหนึ่งของศาสนาพุทธ และเป็นนิกายที่ใหญ่ที่สุดด้วย

หลังจากนั้นก็แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม วิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพวกเขา มีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน

ถึงแม้พวกเขาจะแยกสำนักกันแล้ว อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่พลังของพวกเขามาจากพลังแห่งความศรัทธาเหมือนกัน

แต่วิชามหามุทราธรรมจักรสิบสองที่บุตรธยานะแสดงออกมา มันเป็นวิชาอิทธิฤทธิ์แสนยิ่งใหญ่ที่อยู่อีกหนึ่งระดับที่สูงกว่า

เมื่อเทียบกับวิชาของสำนักปฏิบัติธรรม ดูเหมือนจะคล้ายคลึงกัน แต่มันไม่สามารถเอามาเทียบกันได้เลย

เรื่องนี้ทำให้พวกเขาตกตะลึงมากๆ

เมื่อเห็นพระบุตรออกจากเวที บุตรธยานะก็ไม่รีรออีกต่อไป เขาลงจากเวทีทันที

ส่วนอีกด้านหนึ่ง

เมื่อเห็นบุตรธยานะลงไปแล้ว ผู้อาวุโสคนนั้นของสำนักเต๋าเฉินเซียวมองไปที่สำนักตัวเองหนึ่งครั้ง เขาก็ยกมือคำนับบุตรอริยสัจทันที จากนั้นก็ลงจากเวทีเหมือนกัน

เมื่อถึงตอนนี้ การประลองของผู้อาวุโสจากสำนักต่างๆก็ได้ผลสรุปทันที

สำนักอริยสัจได้อันดับหนึ่ง

อันดับสองก็คือสำนักเต๋าเฉินเซียว เดิมทีพวกเขาอยู่อันดับสาม แต่การประลองครั้งนี้ ทำให้อันดับของพวกเขาสูงขึ้นและอยู่อันดับที่สอง

สำนักธยานะอยู่อันดับสาม

สำนักปฏิบัติธรรมอยู่อันดับสี่

จากนั้นก็ตามมาด้วยสำนักกระบี่เป่ยโต่ว สำนักเย่เสิน สำนักฉีซาน สำนักเทียนหยุนและอันดับสุดท้ายคือสำนักหยุนเยว่

เดิมทีสำนักธยานะไม่มีคะแนนในรอบแรก และอยู่อันดับสุดท้าย

แต่การประลองผู้อาวุโสครั้งนี้ มีบุตรธยานะเข้าร่วมด้วย ทำให้พวกเขามีคะแนนสูงขึ้นทันที

เนื่องจากเขาเอาชนะพระบุตรจากสำนักปฏิบัติธรรมได้ ทำให้ตำแหน่งของสำนักธยานะอยู่อันดับที่สาม

เมื่อถึงตอนนี้ อันดับของเก้าสำนักใหญ่ ได้ผลสรุปออกมาแล้ว

ชายชราของสำนักอริยสัจค่อยๆเดินขึ้นไปบนเวที และประกาศผลสรุปอันดับต่างๆออกมาทันที

สำนักเทียนหยุนกับสำนักหยุนเยว่อยู่สองอันดับท้ายสุด และพวกเขาต้องยอมรับการท้าประลองของสิบแปดสำนักเต๋าและสำนักอื่นๆในโลกคุนชาง

มีผู้หญิงคนหนึ่งบินขึ้นไปบนเวทีทันที

เมื่อมองเห็นผู้หญิงคนนี้ ทำให้ทุกคนคาดคิดไม่ถึงจริงๆ

ผู้หญิงคนนี้คือสองเยว่

ด้านบนเวที สายตาของชายชราก็มองไปที่สองเยว่ทันที

สีหน้าของสองเยว่เคร่งขรึมมากๆ ไม่ได้มีสีหน้านิ่งสงบเหมือนก่อนหน้านี้ เธอพูดทันที “การท้าประลองที่จะเกิดขึ้น สำนักหยุนเยว่จะยอมรับการประลองของเจ้าสำนักเท่านั้น! จะไม่ยอมรับการท้าประลองของลูกศิษย์! ถ้าใครอยากท้าประลองสำนักหยุนเยว่ ก็ขึ้นมาประลองกับฉันได้เลย!”

น้ำเสียงอันเย็นชาของสองเยว่แพร่กระจายออกไป ทำให้เกิดความวุ่นวายทันที

มีคนเคยคิดแล้ว สำนักหยุนเยว่อาจจะใช้วิธีนี้

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

เพราะการประลองของเจ้าสำนัก จะต่อสู้แบบหนึ่งต่อสอง

นี่เป็นวิธีที่มีมานานแล้ว แต่ไม่มีใครเคยกล้าลองวิธีนี้มาก่อน

เธอในฐานะฝ่ายที่ถูกท้าประลอง ต้องยอมรับผู้ท้าประลองทั้งสองฝ่ายลงมือพร้อมกัน หรือไม่ก็ยอดฝีมือสองคนจากสำนักเดียวกัน

สรุปก็คือ เธอต้องต่อสู้กับยอดฝีมือสองคน และต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ ถึงจะสามารถรักษาตำแหน่งเก้าสำนักใหญ่ไว้ได้

นี่คือวิธีที่ไม่เป็นธรรมเลย

แต่วิธีแบบนี้ มันสมเหตุสมผลมากๆ

นี่คือการให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับสำนักที่โดนท้าประลอง และให้โอกาสกับสำนักที่ท้าประลองด้วย

ทุกคนมองออกอย่างชัดเจน ก่อนที่การประลองเก้าสำนักใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้น คนส่วนใหญ่ก็คาดเดาได้ การประลองเก้าสำนักใหญ่ครั้งนี้ สำนักหยุนเยว่คงรักษาตำแหน่งได้อย่างยากลำบากอย่างแน่นอน

แต่ใครก็คาดคิดไม่ถึงจริงๆว่าสองเยว่จะเลือกวิธีนี้

เพราะตำแหน่งเก้าสำนักใหญ่ที่ได้มาอยากยากลำบาก สำนักที่ท้าประลองนั้น คงจะลงมืออย่างสุดชีวิต

ถึงแม้จะสังหารอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็คงทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัส

ถ้าบาดเจ็บสาหัส คงไม่สามารถรักษาให้หายได้ในเวลาอันสั้น

มีอีกเรื่องหนึ่ง ถึงแม้สำนักที่ท้าประลองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ก็เพิ่มโอกาสชนะให้สำนักที่ท้าประลองอื่นๆด้วย

ดังนั้น การประลองแบบนี้ มีเพียงสำนักที่ถูกท้าประลองอย่างเก้าสำนักใหญ่เท่านั้นที่สามารถพูดออกมาได้

ถ้าสำนักที่ท้าประลองต้องการใช้วิธีแบบนี้ ถ้างั้นการประลองเก้าสำนักใหญ่ทุกครั้ง คงกลายเป็นการท้าประลองของเจ้าสำนักเท่านั้น

มันจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายทันที

ชายชราผมหงอกนิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นเขาก็พูดอย่างเคร่งขรึม “สำนักหยุนเยว่ใช้วิธีประลองเจ้าสำนัก ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป(หนึ่งชั่วโมง) ถ้าสำนักไหนอยากจะขึ้นมาประลอง ก็ขึ้นมาบนเวทีได้เลย! ถ้าผ่านไปหนึ่งก้านธูปแล้วยังไม่มีสำนักไหนกล้าท้าประลอง สำนักหยุนเยว่ก็จะสามารถรักษาตำแหน่งเก้าสำนักใหญ่เอาไว้ได้”

หลังจากพูดจบ ชายชราก็หันหลังและเดินลงจากเวทีทันที

ด้านบนเวที เหลือสองเยว่เพียงคนเดียวเท่านั้น

ในเวลานี้ สายตาของทุกคนต่างมองไปที่สำนักต่างๆในสิบแปดสำนักเต๋า

ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงนั้นมีสำนักฉิวซานกับสำนักจวู้หลิงและสำนักเฮยสุ่ยนั่งอยู่

ก่อนหน้านี้เคยพูดแล้ว สำนักฉิวซานกับสำนักจวู้หลิงเคยเป็นสำนักเดียวกัน เดิมทีพวกเขาเป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่ หลังจากที่พวกเขาแยกสำนักกัน ทำให้พวกเขาหลุดจากตำแหน่งเก้าสำนักใหญ่ทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ในสิบแปดสำนักเต๋า พวกเขาอยู่อันดับต้นๆเหมือนกับสำนักเฮยสุ่ย พวกเขาเป็นสามสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในสิบแปดสำนักเต๋า

ในเวลานี้

สายตาของทุกคน ต่างมองไปที่สามสำนักนี้ทันที

สำนักฉิวซานกับสำนักจวู้หลิงมีคนจำนวนมาก มีเพียงสำนักเฮยสุ่ยเท่านั้นที่มีคนน้อยมากๆ

ถ้าพูดว่าสำนักที่มีคนน้อยที่สุดในโลกคุนชาง สำนักนั้นก็คือสำนักธยานะ เรื่องนี้ไม่มีใครกล้าโต้เถียง

แต่ถ้าสำนักที่มีคนน้อยที่สุดเป็นอันดับสอง สำนักนั้นก็คือสำนักเฮยสุ่ย

สำนักแห่งนี้ โดยทั่วไปพวกเขาไม่ติดต่อกับโลกภายนอกอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครกล้าดูถูกสำนักนี้อย่างแน่นอน

สามสำนักนี้ ถ้าพวกเขาจะร่วมมือกันเพื่อท้าประลอง มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

อย่างน้อยสำนักฉิวซานกับสำนักจวู้หลิง พวกเขาไม่ยอมร่วมมือกันอยู่แล้ว

และสำนักเฮยสุ่ยก็เป็นสำนักที่ลึกลับมากๆ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน

ดังนั้นในเวลานี้ ทุกคนต่างให้ความสนใจทันที ใครจะเป็นสำนักที่ท้าประลองก่อน

ด้านบนเวที สองเยว่ยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่มองสำนักฉิวซานกับสำนักจวู้หลิงเลย

ธูปที่อยู่ในกระถาง เริ่มไหม้อย่างช้าๆ ผ่านไปสักพัก ธูปก็ไหม้ไปเกือบครึ่งแล้ว

ในเวลานี้ ทางด้านสำนักฉิวซานได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

มียอดฝีมือสองคนบินขึ้นไปบนเวที พวกเขาสองคนเป็นชายชราที่มีเส้นผมสีขาวและใส่ชุดสีดำ

แต่เมื่อพวกเขายืนอยู่ตรงนั้น ราวกับพวกเขาสองคนเป็นภูเขาสองลูกที่ตั้งอยู่บนเวที และให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งมากๆ

 

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง