จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1229

8 พฤษภาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1229

หลินหยุนพูดด้วยเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไรหรอก!”

พูดพลาง ก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยม

เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาหาทันที

ชายวัยกลางคนกลับไม่ได้รังเกียจดูถูกการแต่งกายของหลินหยุนเลย แต่กลับให้คำแนะนำวิมานแต่ละระดับชั้นให้ทั้งสองคนฟังอย่างอดทน

เดิมทีความคิดเห็นของหลินหยุนแล้ว คือจะเลือกวิมานสองหลัง แต่ว่าหลังจากซิงเฟยได้ยินราคานั้นแล้ว พูดยังไงก็ไม่ยอมตกลงด้วย

ตอนนี้เธอเหลือเพียงอีกก้าวเดียวเท่านั้นก็จะหลอมยาทองสำเร็จแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่โอกาสในการหลอมยาทองเท่านั้นเอง

ดังนั้นต่อให้พักอยู่ในวิมานที่ดีกว่านี้ มีค่ายกลรวมพลังที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ สำหรับเธอแล้วก็นับว่าเป็นการสิ้นเปลืองแล้ว สู้ยอมที่จะเลือกอยู่ในวิมานเดียวกับหลินหยุนด้วยจะดีกว่า ยังไงก็ไม่มีความแตกต่างอะไรเลย

ถึงแม้ว่าหลินหยุนไม่ค่อยยินยอมก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ยืนหยัดต่อไป

ในที่สุด ทั้งสองคนก็เลือกวิมานในราคาสามร้อยหยดชี่ทิพย์ต่อเดือนหลังหนึ่ง

วิมานหลังนี้ ไม่ใช่ระดับสูงสุด แต่ก็ไม่ใช่ระดับต่ำสุดด้วย เป็นวิมานระดับกลาง ก็ยังนับว่าไม่เลวนัก

วิมานอยู่นอกเมือง ที่ห่างจากในเมืองไปไม่ไกลมากนัก

หลังจากที่มาถึงวิมานแล้ว หลินหยุนก็เริ่มฟื้นฟูพลังฝึกฝนของตัวเองให้มั่นคงต่อไป

ซิงเฟยก็เริ่มนั่งสมาธิเช่นกัน

ในไม่ช้าพลังฝึกฝนของหลินหยุนก็มั่นคงแล้วในที่สุด

วันรุ่งขึ้น ติงหลิงก็มาหาอีกครั้ง

แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของซิงเฟยเลย

เมื่อพาติงหลิงเข้าไปในวิมาน ทักทายกับหลินหยุนอย่างเรียบง่ายแล้ว

ซิงเฟยก็รีบถามขึ้นว่า “เสี่ยวหลิง สำนักพวกแกทางนั้น พูดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังไงบ้าง?”

ติงหลิงส่ายหน้า ชำเลืองมองหลินหยุน ส่ายหน้าแล้วพูดเสียงเบาว่า “อย่างอื่นฉันไม่รู้ แต่ว่าศิษย์พี่เจียงเผิงทางนั้นโกรธมาก ดูเหมือนไม่ยอมเลิกราง่ายๆด้วย ฉันเข้าใจนิสัยเขาดี!”

“เขาไม่ใช่พวกคนใจกว้าง!”

“ถูกพวกแกสองคนตบหน้าต่อหน้าผู้คนทั้งตลาด เขาจะต้องแก้แค้นอย่างแน่นอน!”

“ดังนั้นฉันมาก็เพื่อจะบอกกับพวกแกว่า ทางที่ดีรีบออกไปจากเมืองเทียนหยุนนี้ให้เร็วที่สุด!”

“ไม่ใช่บอกให้พวกแกกลัวเขานะ เพียงแต่ว่าไม่มีความจำเป็นที่ไปทำให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นอีกเลย!”

“เจียงเผิงนั้นมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว! ปู่ของเขาเป็นผู้อาวุโสที่สิบเอ็ดของสำนักเทียนหยุน มีอิทธิพลมากในสำนักด้วย!”

“ถ้าหากเขาตัดสินใจจะมาหาเรื่องจริงๆละก็ สำหรับพวกแกแล้วก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย!”

พูดพลางสายตาของเธอก็มองไปยังหลินหยุนอีกครั้ง

สีหน้าหลินหยุนก็ยังคงไร้ความรู้สึก ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับซิงเฟยว่า “พวกคุณคุยกันไปนะ ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”

พูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกจากวิมานไป

เมื่อเห็นหลินหยุนออกไปแล้ว ติงหลิงก็รีบจับแขนของซิงเฟยอีกครั้งแล้วรีบถามว่า “เฟยเฟย แกรีบบอกมาเร็ว หลินหยุนนี้เป็นใครกันแน่? แกไปรู้จักกับเขาได้ยังไง?”

เมื่อซิงเฟยได้ยินดังนั้น ก็ทำตาค้อนใส่อย่างไม่สบอารมณ์แล้วพูดว่า “ยังไงล่ะ นังตัวดี คิดจะเปลี่ยนใจจากศิษย์พี่เจียงเผิงคนนั้นเร็วขนาดนี้ แล้วหันมาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่แล้วเหรอ?”

ถึงแม้ทั้งสองคนไม่ได้พบกันมาหลายปี แต่พวกเธอต่างก็เข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างดี

ซิงเฟยเป็นคนอย่างไรนั้น ติงหลิงก็เข้าใจดี

ส่วนติงหลิงเป็นคนอย่างไรนั้น ซิงเฟยก็ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีเช่นกัน

ติงหลิงพูดอะไรไม่ออกทันที ทำตาถลนใส่ซิงเฟยแล้วพูดว่า “นี่มันเวลาไหนแล้ว แกถึงกับยังมีอารมณ์พูดเล่นอยู่อีกเหรอ? แกรู้หรือเปล่าว่าเรื่องเมื่อวานใหญ่โตขนาดไหน?”

“ฉันอยากจะมาเตือนแกว่า ถ้าความสัมพันธ์พวกแกยังไม่ลึกซึ้งเท่าไหร่ละก็ รีบจากไปเถอะ!”

“เชื่อฉันสิ สำนักเทียนหยุนไม่ยอมเลิกราง่ายๆอย่างแน่นอน!”

“หรืออาจเพราะว่าแกรู้ภูมิหลังของหลินหยุนนี้แล้ว ถ้าเขามีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งจริงๆละก็ งั้นกลับยังไม่มีอะไรมาก!”

“ดังนั้นฉันจึงรีบมาหาแกไงล่ะ!”

“แกรีบบอกฉันมาเร็ว แกไปรู้จักกับหลินหยุนนี้ได้ยังไง?”

“อีกอย่าง ภูมิหลังของเขาเป็นยังไงกันแน่?”

ซิงเฟยทำเสียงฮื่อใส่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ยังจะมาบอกว่าไม่หวั่นไหวอีกเหรอ? ถ้าไม่หวั่นไหวนังตัวดีอย่างแกจะกระตือรือร้นขนาดนี้ก็น่าแปลกแล้ว!”

เมื่อได้ยินซิงเฟยพูดเช่นนี้แล้ว ติงหลิงก็เชิดหน้าขึ้น พูดด้วยท่าทางที่สมเหตุสมผลว่า “ฉันหวั่นไหวแล้วยังไงล่ะ? หรือว่าไม่สมควรเหรอไง? ไม่มีเหตุผลพอเหรอไง?”

“พวกเราเป็นผู้บำเพ็ญเซียน ใครไม่ชอบยอดฝีมือกันบ้างล่ะ? ต่อให้ฉันหวั่นไหวก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลยนี่!”

“แต่นี่ก็ไม่สำคัญเลย สำคัญที่ว่าเขามีภูมิหลังอะไรยังไงกันแน่?”

“แกก็อย่าใจร้อนสิ ถ้าหากภูมิหลังของหลินหยุนนี้ไม่แข็งแกร่งพอ ต่อจากนี้ไปจะต้องไม่เกิดผลดีอย่างแน่นอน!”

ซิงเฟยก็ไม่ไปแซวติงหลิงอีก ก้มหน้าลงแล้วครุ่นคิดอย่างหนัก

ผ่านไปสักพักหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมามองติงหลิงแล้วพูดว่า “เขาไม่อยากจะไป! ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี! ฉันรู้สึกว่าแกจำเป็นจะต้องกลับไปพูดกับศิษย์พี่เจียงเผิงคนนั้นของแก อย่าได้มาหาเรื่องอีกเลย!”

“ไม่เช่นนั้นละก็ อย่าคิดว่าที่นี่เป็นเมืองเทียนหยุน เป็นแหล่งทุนใหญ่ของสำนักเทียนหยุนเลย!”

“หลินหยุนไม่สนใจพวกนี้หรอก!”

“ถ้าหากศิษย์พี่เจียงคนนั้นของแกยังไม่อยากตายละก็ ทางที่ดีก็ให้อยู่เฉยๆไปก่อน”

เมื่อติงหลิงได้ยินดังนั้นแล้ว ก็รู้สึกตกใจสะดุ้งไปทั้งตัว

ขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่า “แกอย่าบอกฉันนะว่า หลินหยุนนี้ยังจะกล้าฆ่าเจียงเผิงจริงเหรอ?”

ซิงเฟยพูดยอกย้อนว่า “แกคิดว่ายังไงล่ะ? เชื่อฉันเถอะ! กลับไปเตือนศิษย์พี่เจียงของแกคนนั้นเถอะ!”

ถึงแม้ว่าได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากปากของซิงเฟยแล้วก็ตาม ติงหลิงยังคงไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก

แต่ว่าก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ร่ำลาซิงเฟยแล้วจากวิมานไป

เมื่อติงหลิงเพิ่งจะจากไป หลินหยุนก็กลับมาแล้ว จากนั้นก็นั่งฝึกฝนบำเพ็ญตนต่อไป

เมื่อเห็นท่าทางที่เฉยเมยของหลินหยุนเช่นนี้ ซิงเฟยก็รู้สึกพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง “คุณไม่อยากจะรู้เหรอว่า ฉันกับติงหลิงคุยอะไรกันบ้าง?”

หลินหยุนส่ายหน้า แล้วพูดอย่างเรียบๆว่า “ไม่อยาก! ก็คงไม่พ้นเรื่องที่มาเตือนให้คุณจากไป หรือไม่ก็บอกคุณว่าสำนักเทียนหยุนจะไม่เลิกรา หรือไม่ก็มาสืบหาที่มาที่ไปของฉันแค่นั้นเอง!”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุนแล้ว ซิงเฟยก็เบิ่งตาโตอย่างเหลือเชื่อทันที “คุณแน่ใจนะว่าเมื่อกี้คุณออกไปแล้ว คุณไม่ใช่ใช้วิชาพรางตัวอะไรนะ เมื่อกี้แกล้งออกไปจากนั้นก็มุดกลับเข้ามาแอบฟังพวกฉันคุยกันใช่ไหม?”

หลินหยุนทำตาเหลือกใส่เธอแล้วพูดว่า “ฉันยังไม่ไร้สาระถึงขนาดนั้นหรอกนะ!”

ซิงเฟยสูดลมหายใจลึกๆแล้วพูดว่า “เอาเถอะ! แต่ว่าฉันก็ยังพูดคำนั้นเหมือนเดิม หวังว่าคุณคงรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่! แต่ว่า……..”

ดวงตาที่สะสวยของซิงเฟยก็ส่องประกายแวววับ ดูเหมือนกำลังนึกอะไรขึ้นมาได้

หลินหยุนหนังตากระตุกแล้วพูดว่า “แต่ว่าอะไรเหรอ?”

ซิงเฟยรีบพูดว่า “เมื่อกี้ติงหลิงพูดกับฉันว่า สำนักเทียนหยุนข้างบนนั้นยังไม่มีทีท่าที่ชัดเจนอะไร แต่ว่าเจียงเผิงจะต้องเข้ามาหาเรื่องพวกเราอย่างแน่นอน!”

“คุณรู้ภูมิหลังอะไรของเจียงเผิงนั้นว่าเป็นยังไงไหม?”

“ปู่ของเขาเป็นผู้อาวุโสที่สิบเอ็ดของสำนักเทียนหยุน!”

“คุณเคยบอกตอนนั้นว่า คุณอยากจะหาเจ้าหมอนั่นที่ชื่อว่าเจียงยี่ใช่ไหมล่ะ!”

“ฉันคิดว่า คนในสำนักเทียนหยุนทุกคนต่างก็แซ่เจียงทั้งนั้น เกรงว่าเจียงเผิงคนนี้ กับคนที่ชื่อเจียงยี่ที่คุณต้องการตามหาอยู่นั้น จะไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันสักนิดบ้างเลยเหรอ?”

ดวงตาทั้งคู่ของหลินหยุนวาววับขึ้นมาทันที ทันใดนั้นก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว

พยักหน้าอย่างเรียบเฉย หลินหยุนพูดเยอะเย้นว่า “คิดไม่ถึงเลย ถึงกับบังเอิญพอดีขนาดนี้! นี่อาจจะทำให้ประหยัดอะไรหลายอย่างไปได้ไม่น้อยเลย!”

สมองของหลินหยุนคิดทบทวนไปมา ความคิดที่อาจเป็นไปได้แต่เห็นผลได้อย่างง่ายดายก็ได้ปรากฏขึ้นมา

ส่วนในตอนนี้ ภายในวิมานของเจียงเผิงในสำนักเทียนหยุนนั้น ทั้งอู่เหลียนและถังเหมิงพวกนั้นก็อยู่ที่นั่นด้วย

ในไม่ช้า ติงหลิงก็กลับมาแล้ว

เมื่อเห็นติงหลิงเข้ามา เจียงผิงที่สีหน้าดำมืดก็รีบถามว่า “เสี่ยวหลิง เป็นยังไงบ้าง? ไปสืบหาอะไรมาได้บ้าง?”

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง