จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1207

28 เมษายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1207

แววตาของวูแสหยุนเกิดความหวาดกลัวอย่างที่สุด จ้องเขม็งไปที่ผางเห้อด้วยสภาพที่ภายนอกเข้มแข็งแต่ภายในอ่อนแอพร้อมกับตวาดขึ้นว่า “ผางเห้อ ฉันเป็นคุณชายของปราสาทตระกูลวู! และยังเป็นอัจฉริยะที่สำนักเต๋าเสินเซียวให้ความสำคัญมากที่สุดด้วย! ”

“นายกล้าฆ่าฉัน ไม่ว่าจะเป็นปราสาทตระกูลวู หรือสำนักเต๋าเสินเซียว ต่างไม่มีทางที่จะไว้ชีวิตนายอย่างเด็ดขาด! ”

“นายก็แค่ผู้ฝึกอิสระเท่านั้น เมื่อถึงเวลานั้นจะทำให้นายต้องจนตรอกสิ้นไร้หนทางอย่างแน่นอน! ”

ผางเห้อเหมือนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว สำหรับการข่มขู่คุกคามของวูแสหยุนนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจอะไร

เขากัดฟันเหล็กในปากอย่างแน่น หัวเราะเสียงแข็งและพูดขึ้นว่า “จริงเหรอ? ปราสาทตระกูลวู สำนักเต๋าเสินเซียว เมื่ออยู่ต่อหน้าของฉันแล้ว ล้วนถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ ฉันเองก็ยังพอเกรงกลัวอยู่บ้าง! ”

“แต่ก็แค่เกรงกลัวเท่านั้น! ”

“เพียงแค่ผลลัพธ์สิ่งตอบแทนคุ้มค่ามากพอ งั้นก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาอะไร! ”

“วูแสหยุน อัจฉริยะในสำนักใหญ่ที่หลงระเริงโอ้อวดอย่างนายนี้ ฉันพบเจอมามากแล้ว! ”

“นายคิดว่าอย่างนายนี้ ลำพังแค่อาศัยสำนักที่อยู่เบื้องหลัง ก็สามารถที่จะทำให้ผู้คนหวาดกลัวเหรอ? มันทำได้ง่ายอย่างนั้นเลยเหรอ? ”

“ดอกไม้ในเรือนกระจกอย่างนายนี้ คิดว่าโลกนี้มันง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ! ”

“ไม่ฆ่านาย ก็เพราะสิ่งตอบแทนมันยังไม่คุ้มค่าก็เท่านั้น! ”

“เมื่อสิ่งตอบแทนมันคุ้มค่ามากพอ ฆ่านายก็เหมือนกับฆ่าสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น! ”

“บางทีนายอาจจะเป็นอัจฉริยะอะไรก็ตาม หรืออาจจะเป็นผู้ที่สำนักเต๋าเสินเซียวให้ความสำคัญ! ”

“แต่ต้องมีเงื่อนไขว่า นายจะต้องมีชีวิตอยู่! ”

“อัจริยะคนหนึ่งที่ตายไปแล้ว จะไปมีคุณค่าอะไรที่ควรพูดถึงกันล่ะ? ”

“ปราสาทตระกูลวู กับสำนักเต๋าเสินเซียวของนายนั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมากก็จริง! ”

“เหอะเหอะ แต่โลกคุนชางยิ่งใหญ่กว่ามากนัก! ”

“ฉันเพียงแค่ตั้งใจหลบซ่อนตัว ต่อให้มีอิทธิพลอำนาจยิ่งใหญ่แล้วอย่างไรล่ะ? ”

ขณะที่พูด ลำแสงอันแหลมคมของกระบี่ยาวก็ได้ฟาดฟันทะลุท้องฟ้า พุ่งตรงเข้าสังหารวูแสหยุนทันที

วูแสหยุนตกใจอย่างมาก และจ้องมองด้วยความโกรธแค้น

ในเวลานี้ เขาหวาดกลัวแล้วจริง ๆ!

เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวของความตายเป็นครั้งแรกในชีวิต

เขาเป็นถึงคุณชายของปราสาทตระกูลวู เขาเป็นถึงลูกศิษย์อัจฉริยะของสำนักเต๋าเสินเซียว ที่เป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่เลย!

หรือว่าวันนี้เขาจะต้องตายลงแล้วอย่างนั้นเหรอ?

เวลานี้ จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจในภายหลังอย่างที่สุด

เขาโอ้อวดหยิ่งผยองมากเกินไปจริง ๆ

เขารู้มานานแล้วว่าตนเองหยิ่งผยอง แต่เขาคิดอยู่เสมอว่า เขาเองนั้นมีต้นทุนคุณสมบัติที่เพียงพอจะหยิ่งผยองได้

แต่ตอนนี้ ต้นทุนคุณสมบัติในการหยิ่งผยองของเขานั้นได้สูญสิ้นไร้ค่าไป เขาจะต้องตายแล้ว

ไม่มีใครที่จะยื่นมือออกมาขัดขวาง แต่ละคนล้วนมองดูกันอย่างเย็นชาอยู่ด้านข้าง

เพราะว่าผางเห้อพูดได้ถูกต้อง นี่ต่างหากคือโลกคุนชางที่แท้จริง

เพียงแค่มีสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่ามากพอ ไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำไม่ได้ และก็ไม่มีผู้ใดที่ฆ่าไม่ได้!

มียอดฝีมือจำนวนไม่น้อย ที่เวลานี้ถึงขนาดหัวเราะเยาะ

“วูแสหยุนอัจฉริยะของสำนักใหญ่ที่หลงระเริงขนาดนี้ ที่จริงแล้วก็ถือเป็นเรื่องปกติ! ”

“อัจฉริยะของสำนักใหญ่คนไหน ที่จริงแล้วต่างก็มีลักษณะนิสัยแบบนี้กันทั้งนั้น! ”

“อาศัยว่ามีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ก็คิดว่าไม่มีใครกล้าที่จะลงมือทำร้ายพวกเขา”

“แต่เมื่อถึงขั้นที่ต้องลงมือจริง ๆ พวกเขาก็ถูกฆ่าเหมือนกับลูกไก่ก็เท่านั้น! ”

“นี่ก็คือการที่ไม่เคยโดนผู้อื่นลงมือทำร้ายมาก่อน! ”

“นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีอัจฉริยะจำนวนเท่าไรที่จะต้องพบกับความตายแบบนี้! ”

“เพียงแค่วันนี้มาถึงคราวของวูแสหยุนก็เท่านั้นเอง! ”

“เหอะเหอะ! ”

“วูแสหยุนนี้จะตายหรือไม่ตาย ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรพวกเราในการแย่งชิงหินผลึกนี้อยู่แล้ว! ”

“จะตายก็ตายไปเถอะ! ”

“เมื่อเขาตายไป ก็หมดสิ้นการขัดขวางของสำนักเต๋าเสินเซียว พวกเราก็จะสะดวกสบายมากขึ้นอีก”

กระบี่ยาวฟาดฟันสังหาร ร่างกายของวูแสหยุนก็ระเบิดขึ้น แม้แต่ยาทองก็ได้ระเบิดแหลกสลายไปพร้อมกันด้วยทั้งหมด

ลูกศิษย์อัจฉริยะของสำนักเต๋าเสินเซียวคนนี้ เสียชีวิตลงคาที่

แม้ว่าพลังการโจมตีของผางเห้อจะไม่แข็งแกร่งเท่าไร แต่วูแสหยุนที่มีขั้นยาทองระดับหนึ่ง เมื่อถูกธงค่ายกลควบคุมเอาไว้แล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่เลย!

ผางเห้อเก็บธงค่ายกล แล้วก็เก็บกระบี่ยาวขึ้น

สายตาที่ล้ำลึกได้กวาดมองไปยังทุกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วก็พูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้ ยังมีใครที่คิดต้องการสมบัติชิ้นนี้อีกไหม? ”

สิบกว่าคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็มองกันไป มองกันมา โดยที่ไม่มีผู้ใดเอ่ยตอบ

การลงมือของผางเห้อเมื่อครู่นี้ สร้างความตกตะลึงให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก

พวกเขาฝั่งนี้ส่วนใหญ่จะมีพลังบำเพ็ญขั้นยาทองระดับหนึ่งและยาทองระดับสอง ซึ่งไม่มีสิทธิจะพูดอะไรเลยจริง ๆ

พูดกันตามตรง พวกเขาเหล่านี้ต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่า พลังบำเพ็ญไม่ถึงก็ไม่มีสิทธิที่จะไปแย่งชิงหินผลึกสมบัติล้ำค่าสูงสุดนั้นได้

เพียงแต่ว่าไม่เต็มใจ คิดว่าต้องการได้รับประโยชน์บ้างเล็กน้อยก็พอแล้ว ไม่ใช่ว่าคิดจะไปแย่งชิงจริง ๆ สักหน่อย

นี่ก็คือกฎเกณฑ์ของโลกคุนชาง

ยอดฝีมือล้วนมีเหตุผลที่เหนือกว่าผู้อ่อนแอ!

กำลังก็คือเหตุผล!

ไม่นาน ทุกคนก็ได้มองไปยังผู้อาวุโสรองสำนักสุริยัน รวมถึงทูตวิญญาณที่สองวิหารผนึกวิญญาณ

ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ ก็มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติในการเผชิญหน้ากับพวกผางเห้อทั้งสามคน

ผู้อาวุโสรองสำนักสุริยันกับทูตวิญญาณที่สองวิหารผนึกวิญญาณทั้งสองคนได้สบตาซึ่งกันและกัน

จากนั้น ทูตวิญญาณที่สองก็มองไปที่ผางเห้อ กู่มู่ รวมถึงหลินหยุน พร้อมกับพูดขึ้นว่า “สามท่าน พวกท่านล้วนเป็นยอดฝีมือยาทองระดับสี่! ”

โดยเขาได้ถือว่าหลินหยุนนั้น มีพลังบำเพ็ญขั้นยาทองระดับสี่โดยอัตโนมัติ

เพราะแม้ว่าพลังบำเพ็ญจะยังด้อยกว่าเล็กน้อย แต่อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เมื่อสักครู่ที่หลินหยุนแสดงออกมา กลับทำให้เขาตกตะลึงอย่างมากเลยทีเดียว

เดิมทีเขาคิดที่จะไปสอบถามหลินหยุนว่า ตกลงหลินหยุนนั้นมีเบื้องหลังอะไรกันแน่

แต่จะว่าไปตอนนี้ก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ต่อให้มีโอกาสก็คงจะไม่มีใครตอบคำถามนี้เป็นแน่

ชะงักไปชั่วครู่ แล้วทูตวิญญาณที่สองก็พูดต่อว่า “แต่ทางพวกเรานี้ มียอดฝีมือเกือบจะยี่สิบคน! ”

“ยิ่งไปกว่านั้น เวลานี้สหายผางเห้อก็มีอาการบาดเจ็บอยู่! ”

“ฉันคิดว่าท่านทั้งสามไม่ว่าใครที่ต้องการหินผลึกสมบัติล้ำค่าสูงสุดนั้น ก็นำสิ่งของบางอย่างออกมา แบ่งปันให้กับทุกคนบ้าง! ”

“ไม่อย่างนั้นหากเกิดการลงมือปะทะกันจริง ผลแพ้ชนะก็ไม่อาจเป็นที่ทราบได้! ”

“สหายทั้งสาม หรือว่าพวกท่านจะเจรจาปรึกษากันก่อนสักเล็กน้อย? ”

ได้ยินคำพูดของทูตวิญญาณที่สอง สีหน้าของผางเห้อก็ย่ำแย่ลง

นี่คิดที่จะแบ่งแยกเขากับกู่มู่ และหลินหยุนทั้งสามคนออกจากกัน

เพียงแค่ในสามคนนี้มีหนึ่งคนที่มีความคิดเห็นอื่น อย่างนั้นพวกเขาก็สามารถอาศัยช่วงจังหวะชุลมุนแย่งชิงสิ่งของไปได้แล้ว

ผางเห้อหันหน้ามองไปที่กู่มู่และหลินหยุนอย่างระแวดระวัง และพูดขึ้นว่า “สหายทั้งสอง พวกท่านเห็นว่าอย่างไร? จะลงมือกำจัดพวกคนฝ่ายตรงข้ามนี้ก่อนแล้ว พวกเราสามคนจึงค่อยมาทำการเจรจา หรือว่าจะตอบรับความคิดเห็นของทูตวิญญาณที่สอง? ”

แม้ว่าเขาจะมั่นใจอย่างมากว่า กู่มู่กับหลินหยุนจะตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้อง

แต่ใครก็ไม่สามารถที่จะมุดเข้าไปในสมองเพื่อดูได้ว่า กู่มู่กับหลินหยุนนั้นจะตัดสินใจอย่างไร เขาจึงไม่สามารถที่จะยืนยันชัดเจนได้

กู่มู่พูดขึ้นว่า “ฉันค่อนข้างจะเห็นด้วยว่า ลงมือกำจัดพวกเขาเสียก่อน! พวกเราสามคนจึงค่อยมาเจรจาปรึกษากัน! ”

กู่มู่พูดจบ ทั้งสองคนก็เดินตรงเข้ามาหาหลินหยุนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ไม่จำเป็นจะต้องจัดการอะไรเลย แค่เปลี่ยนสถานที่ก็พอแล้ว! ”

ขณะที่พูด ร่างของเขาก็กระพริบ แวบหายไปในอากาศในพริบตา

วินาทีต่อมา ก็ถือหินผลึกอยู่ในมือแล้ว

ในขณะเดียวกัน ก็คว้าร่างของซิงเฟยขึ้นแล้วก็กระโดดขึ้นในอากาศมุ่งหน้าไปทางทิศใต้

ผางเห้อกับกู่มู่เห็นเหตุการณ์ดังนั้น แววตาก็เปลี่ยนทันที จากนั้นก็รีบมุ่งหน้าไล่ตามไปทางทิศใต้

ยอดฝีมืออีกสิบกว่าคนก็ทยอยกระโดดขึ้นในอากาศ แล้วก็ติดตามไป

แต่ว่า ยังมียอดฝีมือขั้นยาทองระดับหนึ่งและขั้นยาทองระดับสองอีกกว่าหกเจ็ดคนที่ไม่ได้ไล่ตามไป โดยเลือกที่จะอยู่ที่ตรงนี้

ในจำนวนนี้รวมไปถึงโจงหมิงกับฉู่จิงเผิงทั้งสองคน

เห็นทุกคนทยอยกระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วก็มุ่งหน้าจากไป โจงหมิงกับฉู่จิงเผิงก็ได้มองหน้าสบตาซึ่งกันและกัน

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง