จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1202

28 เมษายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1202

ซิงเฟยหันหน้ามองไปที่ประตูในทันที

มองเห็นเซียวเหย่ยืนอยู่ที่ตรงนั้น ในท่าทางที่ยังคงยิ้มหัวเราะอยู่

ซิงเฟยพลันหัวเราะเยาะขึ้น และพูดว่า “ทายไม่ผิดเลยว่านายนั้นคงจะไม่ใช่คนดีอะไรเป็นแน่! คงรออยู่ตลอดเลยล่ะสิ? ”

เซียวเหย่หัวเราะเหอะเหอะแล้วพูดว่า “สาวน้อย แม้แต่เธอเองก็ยังไม่กล้าเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเลย ก็คงจะไม่ใช่คนดีอะไรเช่นกันล่ะสิ? อย่าได้ตื่นเต้นไป สมบัติทั่วฟ้าดินนั้น นับตั้งแต่อดีตผู้ที่มีวาสนาเท่านั้นถึงจะได้เป็นผู้ครอบครอง! ”

“ในเมื่อคุณสองคนเกี่ยงกันไปเกียงกันมา ก็แสดงว่าพวกคุณไม่มีวาสนากับสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้! ”

“อย่างนั้นทำไมไม่มอบให้กับฉันล่ะ มันไม่ดีกว่าเหรอไง? ”

ซิงเฟยโกรธมากจนถึงกับหัวเราะ และได้ประฌามขึ้นว่า “ฉันเองเคยเห็นคนที่หน้าด้านมาก่อน แต่กลับไม่เคยเห็นใครที่หน้าด้านมากขนาดนี้มาก่อนเลย! หนังหน้าของนายนั้น คงจะมีความหนาที่มากกว่ากำแพงเมืองของเมืองมี่หยุนเสียอีก! ”

เซียวเหย่เองก็ไม่ได้โกรธ มือถือพัด และพูดขึ้นว่า “สาวน้อย ทำไมจะต้องพูดจาเหน็บแนมกันขนาดนี้ด้วย? ระวังจะไม่ได้แต่งงานล่ะ! นอกจากนี้ พลังบำเพ็ญของเธอก็ต่ำต้อย ยังไม่มีสิทธิที่จะพูดจาอะไรที่นี่ด้วย! ”

ขณะที่พูด คู่ดวงตาทรงสามเหลี่ยมของเขาก็ได้จ้องมองไปที่หลินหยุน “สหาย ก่อนหน้านี้ที่นายลงมือนั้น ฉันเองก็เคยเห็นมาบ้างแล้ว น่าจะมีพลังการต่อสู้ขั้นยาทองระดับสาม! ”

“นายกับฉันต่างก็เป็นยาทองระดับสาม แต่ฉันใกล้ที่จะเข้าสู่ขั้นยาทองระดับสี่แล้ว! ”

“ต่อให้นายต่อสู้กับฉัน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เห็นกันชัดเจนอยู่แล้ว! ”

“สหายถ้าเป็นแบบนี้นำสมบัติชิ้นนี้มอบให้กับฉันเลย จะว่าอย่างไร? ”

หลินหยุนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาจ้องมองไปที่ตัวของเซียวเหย่ และพูดขึ้นว่า “นายต้องการหญ้าสลัวแห่งความตายของฉันเหรอ? ”

เซียวเหย่พยักหน้าและพูดว่า “แน่นอน สมบัติล้ำค่าขนาดนี้ นายไม่สมควรที่จะได้ครอบครองมัน! สหาย อย่าได้สำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลย! ”

หลินหยุนพยักหน้า และพูดขึ้นว่า “อย่างนั้นฉันก็ต้องการสิ่งของชิ้นหนึ่งจากนายเช่นกัน! ”

เซียวเหย่ตกใจ จากนั้นก็ตั้งสติขึ้นมาได้ นึกว่าหลินหยุนคิดที่จะทำการแลกเปลี่ยนอะไรกับเขา

ขณะนั้นก็ได้หัวเราะขึ้น และในมือก็เกิดแสงกระพริบ ถุงผ้าใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนมือของเขา

เซียวเหย่พูดขึ้นว่า “สหายหากคิดจะทำการแลกเปลี่ยนสิ่งของ เกรงว่าคงจะไม่ได้ ในตัวของฉันไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไรเลย แต่ พอจะมีน้ำชี่ทิพย์อยู่บ้าง! ”

“นี่คือน้ำชี่ทิพย์หนึ่งร้อยหยด ถือว่าฉันซื้อหญ้าสลัวแห่งความตายสามต้นนี้ของสหายแล้วกัน! ”

ซิงเฟยโมโหอย่างที่สุด นี่คือการซื้อที่ไหนกันล่ะ เป็นการแย่งชิงกันชัด ๆ!

ยังจะทำมาเป็นให้น้ำชี่ทิพย์หนึ่งร้อยหยดอีก!

สมบัติล้ำค่าที่ใช้ในการกลั่นยาทองระดับดิน น้ำชี่ทิพย์หนึ่งร้อยหยดสามารถซื้อได้ด้วยเหรอ?

หากว่าเป็นน้ำชี่ทิพย์หนึ่งล้านหยดก็ยังพอได้!

แน่นอนว่า น้ำชี่ทิพย์หนึ่งล้านหยดก็คือว่าเกินไปหน่อย

แต่ปัญหาก็คือ ต่อให้คุณมีน้ำชี่ทิพย์จำนวนมากขนาดนี้ แต่ก็จะต้องมีคนขายให้คุณด้วย!

ใครจะโง่เขลาถึงขนาดยอมขายสมบัติล้ำค่าแบบนี้ด้วยล่ะ?

ใบหน้าของหลินหยุนกลับมองไม่ออกเลยว่ามีความโกรธแค้นอะไร ยังคงสงบนิ่งอย่างมาก

และก็ไม่ได้ยื่นมือออกไปรับน้ำชี่ทิพย์ของเซียวเหย่ด้วย

เห็นแค่หลินหยุนส่ายศีรษะเล็กน้อย จากนั้นก็พูดขึ้นเบา ๆ ว่า “ฉันไม่ต้องการสมบัติล้ำค่าของนาย และก็ไม่ต้องการน้ำชี่ทิพย์! ”

เรื่องนี้ทำให้เซียวเหย่แปลกใจขึ้นบ้างแล้ว เขายิ้ม และพูดขึ้นว่า “แล้วสหายต้องการอะไรล่ะ? ”

หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ง่ายมาก สิ่งที่ฉันต้องการ ก็คือศีรษะของนาย”

ขณะที่พูด หลินหยุนก็ลงมือทันที กวัดแกว่งท่อนแขน นิ้วทั้งห้าแยกออกจากกัน

พลังที่มองไม่เห็น พัดโหมออกไปในพริบตา

ทันใดนั้น เซียวเหย่ก็ตื่นตระหนกและหวาดกลัวขึ้นอย่างที่สุด และรีบคิดที่จะถอยหลัง

แต่เวลานี้กลับไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

ร่างกายราวกับเป็นรูปปั้น ถูกพลังที่มองไม่เห็นของหลินหยุนสะกดควบคุมเอาไว้อยู่กับที่

จิตใจของเซี่ยวเหย่ราวกับเกิดคลื่นยักษ์โหมซัดสาดใส่อย่างรุนแรง มองไปที่หลินหยุน ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความน่าเหลือเชื่ออย่างที่สุด

ที่เขากล้าปรากฏตัวออกมา กล้าที่จะมาแย่งชิงหญ้าสลัวแห่งความตายอย่างเปิดเผยนั้น

เหตุผลสำคัญเพราะ ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นหลินหยุนต่อสู้กับผางเห้อด้วยตาของตนเองแล้ว

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ผางเห้อเป็นปรมาจารย์ค่ายกล วิชาบำเพ็ญของเขาเกินกว่าครึ่งนั้น ล้วนเกี่ยวกับค่ายกลทั้งหมด

ดังนั้นผางเห้อที่อยู่ในขั้นยาทองระดับสี่ ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนยอมรับนับถือมากเท่าไร

ถ้าหากไม่ใช่ว่าค่ายกลของเขายากที่จะหลุดพ้นออกมาจริง ๆ แล้ว เกรงว่าเขานั้นคงจะตายไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

อีกทั้งหมัดของหลินหยุนที่ทรงพลัง อย่างมากก็ใกล้เคียงกับขั้นยาทองระดับสามเท่านั้น

ดังนั้น เขาจึงมั่นใจอย่างมากว่าตนเองมีความได้เปรียบอย่างที่สุด

โดยที่จะไม่ให้โอกาสใด ๆ กับหลินหยุนและซิงเฟยเลย

แต่ที่คาดคิดไม่ถึงอย่างมากก็คือ คนที่ไม่มีโอกาสจริง ๆ นั้น ไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่กลับกลายเป็นตนเอง

เซียวเหย่จ้องมองด้วยความโกรธแค้น และตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตระหนก “เป็นไปไม่ได้! นาย……ทำไมนายถึงแข็งแกร่งมากขนาดนี้! ตกลงว่านายเป็นใครกันแน่? ”

พลังที่มองไม่เห็น ได้ปกคลุมห่อหุ้มตัวของเขาเอาไว้โดยสิ้นเชิง

“กร็อกแกร็ก—-”

“ตุบ—-”

หลินหยุนรวบนิ้วมือ เปลี่ยนจากฝ่ามือเป็นหมัด พลังที่มองไม่เห็นนั้นก็ถูกควบคุมเอาไว้

ร่างของเซียวเหย่ถูกบดขยี้ และยาทองก็ปะทุขึ้น แต่ก็ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไปด้วยเช่นกัน

จากนั้น ถุงเก็บของใบหนึ่งก็ตกลงมาบนพื้น

ซิงเฟยรีบเข้าไปเก็บถุงเก็บของของเซียวเหย่ไว้ในทันที และพูดขึ้นอย่างโหดเหี้ยมว่า “ช่างไม่รู้จักความเป็นความตายเสียจริง! กล้าที่จะมาแย่งชิงสมบัติล้ำค่าของพวกเรา! ”

ขณะที่พูด ก็มองไปที่หลินหยุนและพูดอย่างระบายอารมณ์ว่า “ลงมือฆ่าได้เยี่ยม! ช่างสะใจเสียจริง! คนแบบนี้สมควรถูกฆ่าอยู่แล้ว! ”

หลินหยุนพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ดูสิว่าในถุงเก็บของของเขานั้นมีอะไรบ้าง ถ้าหากไร้ประโยชน์ก็โยนทิ้งไปเถอะ! ”

ซิงเฟยได้ยินดังนั้นก็รีบใช้ดวงจิตตรวจสอบภายในถุงเก็บของนั้น

เพราะว่าเซียวเหย่ได้เสียชีวิตลงแล้ว ดวงจิตที่เดิมทีอยู่กับถุงเก็บของนั้นก็หมดประสิทธิภาพลงแล้ว จึงทำให้เปิดถุงออกได้อย่างง่ายดาย

จากนั้น สิ่งของแต่ละอย่างก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคน

นอกจากน้ำชี่ทิพย์หลายร้อยหยดแล้ว ยังมีโอสถคุณภาพต่ำอยู่บ้างเล็กน้อย

นอกเหนือจากนี้ ยังมีเครื่องรางหนึ่งเล่ม แต่คุณภาพก็ไม่สูงนัก

ไม่ต้องพูดถึงหลินหยุนหรอก แม้แต่ซิงเฟยเองก็ไม่สนใจ

ซิงเฟยเบะปากทำท่าทางไม่สบอารมณ์ และพูดว่า “คนยากจนข้นแค้นอย่างนี้ ตายไปแล้วก็ยังไร้ประโยชน์อีก! ”

แต่ถึงอย่างไรก็ยังถือว่ามีคุณค่าอยู่บ้าง ซิงเฟยจึงได้เก็บสิ่งเหล่านั้นขึ้น

จากนั้นก็หันมองไปที่หลินหยุนและพูดขึ้นว่า “พวกเรารีบขึ้นไปบนยอดเขากันต่อเถอะ! ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกสิ่งของล้ำค่านั้นอาจจะถูกคนอื่นที่ถึงก่อนจับจองกันไปหมดแล้ว! ”

หลินหยุนไม่ได้ปฏิเสธ

บริเวณด้านนอกนี้ ก็ไม่มีสถานที่ใดที่มีสมบัติล้ำค่าอะไรอีกแล้วจริง ๆ

ขณะนี้เขากับซิงเฟยก็ได้มุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขากันต่อ

ทางเดินขึ้นภูเขามีบันไดหิน ล้อมรอบด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม

เดิมทีซิงเฟยคิดที่จะกระโดดลอยตัวขึ้นไป แต่ถูกหลินหยุนขัดขวางเอาไว้ ทั้งสองคนจึงได้ค่อย ๆ เดินทีละก้าวตามขั้นบันไดหินนี้ขึ้นไป

ซิงเฟยเดินตามอยู่ด้านหลัง และพูดบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่! ”

คนอื่นต่างก็เหาะเหินไปมา นอกจากก่อนหน้านี้มีคนหนึ่งที่ประสบกับอุบัติเหตุ แต่คนอื่นก็เหมือนว่าจะไม่เห็นเป็นอะไรเลย

หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ฉันรู้สึกว่าที่นี่มีอันตรายอยู่มากมาย แต่ไม่รู้ว่าอันตรายนั้นอยู่ที่ตรงไหนกันแน่! ดังนั้นควรระมัดระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า! ”

สามารถทำให้เขารู้สึกได้ถึงอันตราย นั่นก็แสดงว่าไมใช่อันตรายที่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ได้ยินหลินหยุนพูดขึ้นแบบนี้ ซิงเฟยเองก็เห็นด้วย

ทั้งสองคนเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดหิน ไม่นานก็มาถึงบริเวณตำแหน่งที่ใกล้กับยอดเขาแล้ว

พื้นที่บนยอดเขาก็ถือว่าไม่เล็ก เส้นทางที่เดินตามขั้นบันไดหินขึ้นมานั้น ก็ได้พบเห็นประตูสำนักที่พังทลายลงบานหนึ่ง

บริเวณโดยรอบกองหินที่แตกละเอียด ก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งของประเภทป้ายชื่อใด ๆ เลย

ทั่วทั้งบริเวณยอดเขา เมื่อพิจารณาจากสิ่งก่อสร้างไม่กี่หลังที่ยังไม่พังทลาย

สามารถแสดงให้เห็นว่าสำนักแห่งนี้คงไม่ธรรมดาเป็นแน่

โดยบริเวณตำแหน่งตรงกลางของพื้นที่นั้น ก็ยังมีเสาหินที่แข็งแรงและสูงกว่าสิบเมตรตั้งตระหง่านอยู่ด้วย

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง