จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1181

21 เมษายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1181

ซิงเฟยรีบพูดขึ้นว่า “เมื่อคำบัญชาชำระล้างได้ประกาศออกไปแล้ว อย่างมากในช่วงเวลาที่ธูปหนึ่งดอกกำลังไหม้อยู่นั้น บริเวณเหนือศีรษะจะมีคราบเลือดขนาดใหญ่ลอยวนเวียนอยู่ โดยที่ไม่สามารถปกปิดได้เลย! ”

“อีกทั้งคนของสำนักสุริยัน ก็สามารถไล่ติดตามได้ ซึ่งพวกเราจะต้องรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด เพื่อหาที่หลบซ่อนตัว! ”

“รีบไปกันเถอะ! ”

หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ก็ได้! ”

ซิงเฟยได้ยินดังนั้นก็ชะงักทันที “ทำไมถึงไม่ต้องรีบร้อน? ”

“ฉันว่านายนั้นอยากจะตายจริง ๆ ล่ะสิ? ”

“นายไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าคำบัญชาชำระล้างนี้มีความน่าสะพรึงกลัวมากขนาดไหน! ”

“รีบไปกับฉันเดี๋ยวนี้ พวกเราจะต้องหลบหนีออกไปจากเมืองสุริยันในทันที! ”

ขณะที่กำลังเดินทางมาเมืองสุริยัน ซิงเฟยเองก็คิดไม่ถึงว่า ปฏิกิริยาของเมืองสุริยันจะรุนแรงมากขนาดนี้

นึกไม่ถึงว่าแม้แต่คำบัญชาชำระล้างก็ได้ปรากฏขึ้นแล้ว อีกทั้งยังเป็นคำบัญชาชำระล้างที่มีเสียงระฆังดังขึ้นหกครั้งอีกด้วย!

พวกเขาทั้งสองคนก็เทียบได้กับเนื้อเข้าปากเสืออย่างไรอย่างนั้น!

หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ก็แค่วิธีการไล่ติดตามทางสายเลือดอย่างหนึ่งก็เท่านั้น! สำหรับฉันแล้ว ยังไม่ถือว่าหนักหนาอะไร! ”

“คุณวางใจได้! ”

“พวกเราไปตามหาคนที่ส่งจดหมายต่อกันเถอะ! ”

ซิงเฟยเหลือบตาขาวทันที และพูดว่า “ยังจะตามหาอีกเหรอ? ทางนั้นได้ประกาศคำบัญชาชำระล้างออกมาแล้ว! ตอนนี้จะหาใครก็ไม่มีประโยชน์แล้ว! ”

“แต่ว่า นายแน่ใจนะว่านายสามารถที่จะหยุดควบคุมรอยประทับเลือดได้? ”

หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “ได้! ”

ซิงเฟยได้ยินดังนั้น ก็โล่งใจบ้างเล็กน้อย

ในสายตาของเธอนั้นหลินหยุนมีความลึกลับอย่างมากเลยทีเดียว

หยุดพักไปชั่วครู่ ซิงเฟยก็พูดขึ้นว่า “ตอนนี้เรื่องการส่งจดหมายไม่ต้องไปพิจารณาถึงมันแล้ว! แต่พวกเราควรที่จะพูดคุยปรึกษากันว่า ตกลงในตอนนี้สำนักสุริยันอยู่ในสถานการณ์ใดกันแน่”

“ตามฉันมา! ”

ขณะที่พูด ซิงเฟยก็ก้าวเดินไปข้างหน้า หลินหยุนเดินตามหลัง

หอสุริยัน

ซิงเฟยพาหลินหยุนเดินเข้ามาด้านใน

เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็เห็นเด็กวัยรุ่นที่แต่งตัวดีจำนวนไม่น้อย กำลังดื่มสังสรรค์ และพูดคุยอะไรกันอยู่

เด็กวัยรุ่นจำนวนแปดเก้าคน น่าจะอายุประมาณยี่สิบปี ในจำนวนนั้นมีหญิงสาวสามคนที่มีหน้าตาที่ไม่เลว

เมื่อซิงเฟยกับหลินหยุนเดินขึ้นมา ก็ดึงดูดสายตาของพวกเขาอย่างกะทันหัน

โดยเฉพาะเด็กหนุ่มกี่คนนั้น เมื่อเห็นซิงเฟย ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทั้งหมด

ซิงเฟยกับหลินหยุนหาที่นั่งบริเวณใกล้กับหน้าต่างแล้วก็นั่งลง

มีเด็กหนุ่มในชุดจีนสีฟ้าคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหาอย่างยิ้มแย้ม

เด็กหนุ่มมองไปที่ซิงเฟย และพูดขึ้นว่า “แม่นาง ฉันคือต่งหยู่แห่งตระกูลต่งจากเมืองสุริยัน อยากทราบว่าแม่นางมีนามว่าอะไรเหรอ? ”

ซิงเฟยเห็นดังนั้น ก็ตกใจและหันมองไปที่ยังหลินหยุนที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นก็พูดเบา ๆ กับเด็กหนุ่มผู้นั้นว่า “ขออภัย ฉันไม่รู้จักคุณ! ”

ลักษณะท่าทางเหมือนกับสาวน้อยที่ใสซื่อไร้เดียงสาอย่างที่สุด

หลินหยุนเองก็ไม่ได้พูดอะไร และก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้น โดยทำเป็นว่ามองไม่เห็น

ได้ยินซิงเฟยพูดแบบนี้แล้ว เด็กหนุ่มในชุดจีนสีฟ้าก็พลันพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้มว่า “มันจะเป็นไรไปล่ะ! แม่นาง ที่เขาพูดกันว่าพบกันครั้งแรกรู้สึกแปลกหน้าพบกันครั้งที่สองก็คุ้นเคยกันแล้ว ตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ”

“ที่จริงแล้วฉันเองไม่ได้ที่จะต้องการรู้จักกับแม่นาง! ”

“มองเห็นคุณชายที่สวมใส่ชุดคลุมสีเหลืองที่นั่งอยู่ตรงนั้นไหมล่ะ? ”

“นั่นคือคุณชายซ่านจ้านคุณชายแห่งตระกูลซ่านของเมืองสุริยัน! ”

“เห็นว่าแม่นางไม่ใช่คนของเมืองสุริยัน แต่ก็น่าจะทราบว่า ตระกูลซ่านกับสำนักสุริยันมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อะไรกันล่ะสิ? ”

ซิงเฟยได้ยินดังนั้นดวงตาสองข้างที่งดงามก็เป็นประกายขึ้น และรีบพูดขึ้นว่า “เรื่องนี้ฉันทราบดี คือตระกูลของเจ้าสำนักรองสำนักสุริยัน! ”

ต่งหยู่ยิ้มและพยักหน้า “ถูกต้อง! แม่นางมีความรู้กว้างขวาง! ”

“คุณชายซ่านของพวกเราต้องการที่จะทำความรู้จักกับแม่นาง ขอเชิญคุณไปนั่งพูดคุยด้วยกัน ไม่ทราบว่าคุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง? ”

ซิงเฟยครุ่นคิดชั่วครู่ และก็หันมองไปยังหลินหยุนที่อยู่ด้านข้างอีกครั้ง จากนั้นก็ยังคงส่ายศีรษะและพูดขึ้นว่า “ไม่ได้! ไม่ค่อยสะดวก! ต้องขอโทษด้วย! ”

ซิงเฟยมีท่าทางหวาดกลัว ซึ่งเหมือนจะเกรงกลัวหลินหยุนอยู่บ้าง

ต่งหยู่ดวงตาเป็นประกายขึ้น และก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปที่หลินหยุน แล้วก็พูดขึ้นอย่างเหยียดหยามว่า “แม่นางวางใจได้เลย! มีต่งหยู่ มีคุณชายซ่านอยู่ ไม่มีผู้ใดที่จะมาควบคุมการตัดสินใจของคุณได้! ”

ขณะที่พูด สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่หลินหยุน พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ไอ้หนุ่ม นายว่าไหมล่ะ? ”

หลินหยุนดวงตาเป็นประกายขึ้น และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ไปซะ! ”

ต่งหยู่ได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที!

ในขณะนี้เอง หนุ่มสาววัยรุ่นที่อยู่โต๊ะด้านข้างที่เหมือนจะกำลังพูดคุยกันอยู่ แต่แท้ที่จริงแล้วกำลังจดจ้องสถานการณ์นี้อยู่ตลอดนั้น ต่างก็พากันตกใจขึ้นทั้งหมด

จากนั้นความโกรธแค้นก็พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแต่ละคน

ต่งหยู่พูดขึ้นด้วยความโมโหว่า “ไอ้หนุ่ม! นายอยากตายนักหรือไง ถ้างั้นฉันก็จะให้ในสิ่งที่นายต้องการเอง! ”

ขณะที่พูดก็เตรียมที่จะลงมือทำร้ายหลินหยุน

ในขณะนี้เอง

ซ่านจ้านเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีเหลืองที่นั่งอยู่โต๊ะอีกตัวนั้นก็พลันพูดขัดขวางขึ้นว่า “เสี่ยวหยู่! ห้ามลงมือเด็ดขาด! ”

ขณะที่พูดก็ได้ลุกยืนขึ้น

ต่งหยู่หันหลังกลับไปพูดอย่างโมโหว่า “คุณชายจ้าน ไอ้หนุ่มนี้พูดขับไล่ฉัน ท่านเองก็ได้ยินแล้ว! ถ้าหากวันนี้ไม่สั่งสอนเขาเสียบ้าง ฉันก็คงไม่ใช่ต่งหยู่แล้ว! ”

ซ่านจ้านพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “อย่าได้ใจร้อน! ”

ขณะที่พูดก็ได้เดินเข้ามาและมองไปที่ซิงเฟยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “แม่นาง ฉันคือซ่านเต้า ไม่ทราบว่าคุณกับคนผู้นี้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อะไรกัน? ”

ซิงเฟยได้ยินดังนั้น ก็รีบพูดขึ้นว่า “ฉัน……”

พูดเพียงแค่คำว่าฉัน ก็รีบก้มหน้าลง โดยแทบจะร้องไห้ออกมาเหมือนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ชะงักไปครู่หนึ่ง ก็รวบรวมความกล้าหาญและพูดขึ้นว่า “ฉันชื่อซิงเฟย เขาคือว่าที่สามีของฉัน! แต่ฉันไม่ชอบเขา คนในตระกูลของฉันบังคับให้ฉันแต่งงานกับเขา! ฉันเองก็หมดหนทาง! ”

“ฮือฮือฮือ……”

ซิงเฟยกระพริบดวงตาสองข้างที่ใหญ่และสดใส และบีบน้ำตาออกมาบ้างเล็กน้อย

ซ่านเต้าสีหน้าหม่นหมองลงทันที โดยที่สายตาจ้องมองไปยังหลินหยุน

“ไอ้หนุ่ม คุณซิงเฟยที่เป็นดั่งเทพธิดา นายไม่มีสิทธิ์ที่จะมาครอบครองได้! ”

บนมือของเขามีแสงประกายแวบขึ้น ทันใดนั้นขวดหยกสีขาวก็ปรากฏขึ้นมา

ดีดออกไปเบา ๆ ตกลงมาอยู่ที่เบื้องหน้าของหลินหยุน

“นี่คือน้ำชี่ทิพย์จำนวนน้าร้อยหยด! ”

“นายสามารถนำมันไปได้! ”

“นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป คุณซิงเฟย ไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อะไรกับนายอีกต่อไปแล้ว! ”

“หากนายยังไม่ยินยอม ฉันจะไปที่ตระกูลของนายด้วยตัวเอง เพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับผู้อาวุโสในตระกูลของนาย! ”

“ฉันขอเตือนนายนะว่า อย่าได้หาเหาใส่หัวตัวเองอีกเลย! ”

หลินหยุนมองไปที่ซ่านเต้าด้วยดวงตาที่เป็นประกาย และพูดอย่างเย็นชาขึ้นอีกครั้งว่า “ไปซะ! ”

เมื่อพูดคำว่า “ไปซะ” ออกมา ทันใดนั้นพวกวัยรุ่นทุกคนต่างก็พากันโมโหขึ้นทั้งหมด

ต่งหยู่ที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “ไอ้หนุ่ม ฉันว่านายไม่คิดที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว! แม้แต่คุณชายจ้านก็ยังกล้าที่จะดุด่า! ”

“ในเมื่อนายคิดอยากจะตาย อย่างนั้นก็อย่าได้มากล่าวโทษอะไรฉัน! ”

ดวงตาเปล่งประกายความโหดเหี้ยม พร้อมกับชกหมัดที่รุนแรงเข้าใส่หลินหยุนในทันที

หลินหยุนนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย

ชี่ทิพย์ป้องกันกายได้ปะทุขึ้น ทำให้ต่งหยู่นั้นกระเด็นกระดอนกลับออกไปไกล กระแทกลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง พร้อมกับตะโกนร้องโอดครวญอย่างทรมาน

เห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากในทันที

สายตาที่จ้องมองมาที่หลินหยุนก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

คนผู้นี้……ทรงพลังอย่างมาก!

วิชาการบำเพ็ญของต่งหยู่นั้น พวกเขารับรู้และเข้าใจกันเป็นอย่างดี!

อย่างน้อยวิชาการบำเพ็ญก็อยู่ในแดนฝึกพลังระยะกลาง!

ทุกคนในจำนวนนี้หากจะสามารถใช้ชี่ทิพย์ป้องกันกายแล้วทำให้ต่งหยู่กระเด็นกลับออกมาได้นั้น คงจะมีแค่ไม่เกินสามคน

ก็มีซ่านเต้าที่สามารถทำเช่นนี้ได้โดยง่าย

เพราะมีเพียงซ่านเต้าคนเดียว ที่เป็นยอดฝีมือแดนฝึกพลังระยะหลังที่แท้จริง!

มีคนเข้าไปประคองต่งหยู่ขึ้นมา โดยซ่านเต้าหันหลังกลับไปมองเล็กน้อย เห็นว่าต่งหยู่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก สายตาที่หม่นหมองก็จดจ้องไปที่ตัวของหลินหยุนอีกครั้ง

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง