จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1167

18 เมษายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1167

ยันต์ฟ้าร้องสีเขียวเข้มผืนหนึ่งก็หลุดมือออกไป

จากนั้นก็ระเบิดทันที

เสียงฟ้าร้องที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา

“โป้ง!”

หลังจากเสียงระเบิดที่สะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดินผ่านไปแล้ว

ร่างของฉินห้าวเทียนก็ตกลงมาจากกลางอากาศอย่างแรง

แล้วกระแทกลงไปบนพื้นที่ปูด้วยหินบลูสโตนนั้นจนกลายเป็นหลุมใหญ่ลึกลงไป!

“พ่อ!”

“เจ้าบ้าน!”

ผู้คนตระกูลฉินทั้งหมดต่างก็ตกใจหน้าถอดสีไปตามๆกัน!

ทั้งหมดต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตกใจ

ฉินเหมยรีบวิ่งไปหาฉินห้าวเทียนทันที

เมื่อเห็นฉินห้าวเทียนที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด สีหน้าขาวซีดราวกับกระดาษเงินนั้น ฉินเหมยตะโกนเสียงร้องเบาๆ แล้ววิ่งเข้ามาถึงข้างกายของฉินห้าวเทียน

“พ่อ!”

“พ่อเป็นยังไงบ้าง?”

ฉินห้าวเทียนดูราวกับสูญเสียพละกำลังไปจนหมดสิ้นแล้ว

หันไปหาฉินเหมยแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย ยังคงจับกระบี่ด้ามยาวไว้ และพยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นมาอีกครั้ง

แล้วค่อยๆก้าวเดินออกจากหลุมนั้นทีละก้าวอย่างยากลำบาก

ฉินห้าวเทียนรีบผลักฉินเหมยออกไปอยู่อีกด้านหนึ่ง

มองไปยังท่านเฒ่ายันต์และคนของสำนักสุริยันและวิหารผนึกวิญญาณทั้งหลาย ด้วยสายตาที่มืดมนราวกับขึ้นมาจากนรก

“ดูไปแล้วหลังจากวันนี้ไป ตระกูลฉินเราไม่น่าจะอยู่รอดต่อไปได้อีกแล้ว!”

“แต่ว่า พวกแกคิดว่าไม่ต้องชดใช้อะไรออกมาเลยสักอย่าง ก็จะสามารถบีบคั้นตระกูลฉินเราได้จริงเหรอ?”

“ถ้าพวกแกคิดอย่างนั้นละก็ งั้นก็ผิดถนัดแล้ว!”

“คิดจะฆ่าล้างโคตรตระกูลฉินเรา งั้นพวกแกก็เตรียมตัวตายซะเถอะ!”

“กระบี่พิชิตมังกร แจ้งเกิดเลย!”

หลังจากที่ฉินห้าวเทียนคำรามเสียงเบาออกมา

ทันใดนั้น ก็เกิดกระแสกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมากสองสายปลดปล่อยออกมาจากตึกเก้าชั้นนั้นทันที

ในเวลาเดียวกันนี้เอง

กระบี่ยาวในมือของเขาด้ามนั้นก็พุ่งตรงขึ้นไปกลางอากาศเช่นเดียวกัน

กระบี่ยาวทั้งสามด้ามต่างก็มีสีที่แตกต่างกัน สีดำ สีเขียว และสีขาว

กลายเป็นสายรุ้งสามสายที่ผสมปนเปอยู่กลางอากาศ

พลังแรงกดดันเป็นที่น่าสะพรึงกลัว

เมื่อเทียบกับยันต์กระบี่ทองดำและยันต์ฟ้าร้องเวหาที่ท่านเฒ่ายันต์ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้ ยังแข็งแกร่งกว่ามากเลย

เมื่อรับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของพลังที่เกิดจากกระบี่สามด้ามนั้นแล้ว

พวกคนที่มาจากสำนักสุริยัน วิหารผลึกวิญญาณ แล้วก็ท่านเฒ่ายันต์ต่างก็แสดงสีหน้าที่เคร่งเครียดออกมา

นอกจากนั้นแล้ว

สายตาของผู้คนทั้งหลายที่มองไปยังฉินห้าวเทียน ก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว

“นี่……….”

“นี่เป็นไปได้ยังไง?”

“เจ้าบ้านตระกูลฉินทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?”

“ตระกูลฉินแอบซ่อนความลับไว้ลึกล้ำเกินไปแล้ว!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะว่าวันนี้ถูกบีบคั้นจากพลังอำนาจทั้งสามฝ่าย แล้วต้องเชิญหน้ากับความหายนะของตระกูลฉินละก็ เกรงว่าเจ้าบ้านฉินก็ยังไม่ยอมหงายไพ่ใบสุดท้ายออกมาอย่างแน่นอนเลย!”

อย่าว่าแต่คนนอกเลย

ตอนนี้

แม้แต่คนในตระกูลฉินทั้งหมด

ในใจต่างก็เกิดความรู้สึกตื่นเต้นราวกับคลื่นทะเลโหมกระหน่ำ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เจ้าบ้านถึงกับแข็งแกร่งได้ถึงขั้นนี้แล้ว!

“เจ้าบ้านเขา………นี่แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

“หรือว่าพวกเรายังพอมีหวังรอดตายได้แล้ว!”

“คิดไม่ถึงจริงๆเลยว่า เจ้าบ้านพวกเราถึงกับแอบซ่อนความลับที่ล้ำลึกขนาดนี้ไว้!”

“ถ้าหากเจ้าบ้านเปิดเผยพลังฝึกฝนอย่างนี้ออกมาแต่แรก ในเมืองมี่หยุนนี้ยังจะมีใครกล้าเป็นศัตรูกับตระกูชฉินเราอีกล่ะ?”

ในขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึกเซอร์ไพรส์กับการกระทำของฉินห้าวเทียนอยู่นั้น

ตอนนี้ในเมืองมี่หยุน

ภายในจวนเจ้าเมือง

ชั้นบนภายในตึกเก๋งของจวนเจ้าเมืองนั้น ชายวัยกลางคนสองคนกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน

เดินหมากลุกไปพลางจิบน้ำชาชั้นเลิศไปพลาง

สองคนนั้นก็คือเจ้าเมืองโจงหมิง

และเจ้าเมืองรองฉู่จิงเผิง

รับรู้ถึงพลังแรงอันน่ากลัวกลางอากาศที่อยู่ตระกูลฉินนั้นแล้ว

โจงหมิงก็อดไม่ได้ที่ถอนหายใจออกมา

“เจ้าฉินไอ้หมอนั่นในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวแล้ว!”

“พลังแรงนี้นับว่าแข็งแกร่งมากจริงๆเลย!”

ฉู่จิงเผิงก็ยิ้มแล้วพยักหน้า

“แข็งแกร่งจริงด้วย!”

“แต่ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือทั้งสามฝ่าย ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจุดจบของตระกูลฉินได้อยู่ดี!”

โจงหมิงพยักหน้าเล็กน้อย ถอนหายใจเบาๆแล้วพูดว่า “นั่นน่ะสิ! แอบซ่อนไว้ลึกขนาดไหน สุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”

ฉู่จิงเผิงพูดว่า “ถ้าไม่มีตาแก่นี้คอยค้ำยันอยู่ ขุมทรัพย์ในเมืองมี่หยุนในที่สุดก็สามารถจัดสรรปันส่วนใหม่ได้แล้ว”

โจงหมิงยิ้มแล้วพูดว่า “นั่นน่ะสิ! ทำไมจะต้องเดินมาถึงจุดนี้นะ!”

“เจ้าเมืองรองฉู่ของพวกเราก็อุตส่าห์ทอดสะพานให้แล้ว คิดอยากจะเกี่ยวดองเป็นญาติกับตระกูลฉินเขาแล้ว!”

“แต่เขาถึงกับไม่ยอมรับ”

“นี่มันรนหาที่ตายเองชัดๆเลย!”

ฉู่จิงเผิงพูดว่า “ยังไงก็ต้องยกให้แผนการของเจ้าเมืองที่ล้ำเลิศที่สุด! เพียงแค่ยื่นมือผลักเรือเบาๆให้ไปตามน้ำ ก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้แล้ว!”

……

ตระกูลฉิน

ตอนนี้ฉินห้าวเทียนสีหน้าขาวซีดมากยิ่งขึ้น

“พวกแกใครลงมือก่อน?”

ทุกคนได้ยินแล้ว ต่างก็มองตากันอย่างเคร่งเครียด

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักสุริยันพูดเยาะเย้ยว่า “ดูเหมือนคู่ต่อสู้ค่อนข้างแข็งไปหน่อย! ท่านทั้งหลาย เป้าหมายของพวกเรามีแค่หนึ่งเดียว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ลงมือพร้อมกันเลยสิ!”

ทูตวิญญาณที่หนึ่งของวิหารผนึกวิญญาณพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเห็นด้วย!”

ท่านเฒ่ายันต์หัวเราะแล้วพูดว่า “ในเมื่อสหายทั้งสองยอมตกลง งั้นฉันย่อมไม่มีอะไรจะพูดอีก!”

เมื่อสิ้นเสียงลง ทั้งสามคนก็ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ

ท่านเฒ่ายันต์ก็โยนยันต์ฟ้าร้องเวหาออกไปอีกหนึ่งผืน

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักสุริยันในมือก็ปรากฏมีแพรยาวสามสีหนึ่งเส้น

ทูตวิญญาณที่หนึ่งของวิหารผนึกวิญญาณในมือกับมีแส้ขังวิญญาณสีดำเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอัน

เมื่อฉินห้าวเทียนเห็นดังนั้นแล้ว กระบี่พิชิตมังกรทั้งสามด้ามก็หลวมรวมเข้าด้วยกัน

บนท้องฟ้าราวกับว่ามีเทพมังกรกำลังร้องไห้อยู่

กระบี่พิชิตมังกรตวัดตัวกลายเป็นเงากระบี่นับหมื่นนับพัน แล้วกวาดต้อนลงมาจากกลางอากาศ

ท่านเฒ่ายันต์ทั้งสามคนต่างก็แสดงฝีมือทีเด็ดของตัวเองออกมา

แพรยาวสามสีก็ปลิวสะบัดสะท้านไปทั้งฟ้าดิน

แส้ขังวิญญาณก็ยิ่งแปลกประหลาดเหลือเกิน ขยายตัวยาวไปตามกระแสลม แล้วกลายเป็นเงามืดที่ไร้พรมแดนทันที

ยันต์ฟ้าร้องเวหาของท่านเฒ่ายันต์ ข้างบนก็ยังมีไหมทองห้าเส้นอีกด้วย

มากกว่าของผืนก่อนนั้นถึงสองเส้น

“โป้ง!”

“ปั้งๆๆๆๆๆๆ…….”

พลังแรงที่น่าสะพรึงกลัวก็ปะทะขึ้นกลางเวหาอย่างรุนแรง

กระบี่พิชิตมังกรพร้อมด้วยพลังที่สามารถดับฟ้าดินได้นั้น ก็กวาดต้อนออกไป

แต่ในเวลานี้เอง

แส้ขังวิญญาณที่กลางร่างเป็นเงามือนั้นกลับฟาดลงไปยังตัวกระบี่พิชิตมังกรทั้งสามนั้นอย่างแรง

ทันใดนั้น ทำให้กระบี่พิชิตมังกรต้องหยุดชะงักลงทันที

ในเวลาเดียวกันนี้เอง เส้นไหมทองทั้งห้าของยันต์ฟ้าร้องเวหาก็ระเบิดออกมา

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว

ราวกับฟ้าดินกำลังถูกระเบิดจนพังทลายลงมา

วินาทีต่อมา

เดิมทีฉินห้าวเทียนที่เหลือเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายนั้น ก็ถูกกระแทกอย่างแรงอีกครั้งหนึ่ง

กระบี่พิชิตมังกรทั้งสามจึงสูญเสียพลังทิพย์ในการค้ำยันอย่างสิ้นเชิง

ก็ร่วงหล่นลงมาอยู่ข้างตัวของเขาเช่นกัน

ติดตามมาด้วย ท่านเฒ่ายันต์ทั้งสามคนต่างก็ทยอยกันโรยตัวลงมาบนพื้น

สีหน้าของทั้งสามคนก็ขาวซีดเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่า

การต่อสู้เมื่อครู่นี้ สำหรับพวกเขาแล้ว ก็ได้สูญเสียพลังไม่ใช่น้อยเลย

ฉินห้าวเทียนในตอนนี้ ก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกแล้ว

แม้กระทั่งเนื้อตัวของเขา ก็ยังปรากฏแผลที่เหมือนรอยร้าวในดินปั้นอีกด้วย

ฉินเหมยตะโกนร้องเสียงดัง จากนั้นก็รีบบุกขึ้นไปอีกครั้ง

แล้วรีบหยิบโอสถหนึ่งกำมือป้อนใส่ปากของฉินห้าวเทียนทันที

“พ่อ!”

“พ่อเป็นยังไงบ้างคะ?”

ในเวลานี้เอง ซิงเฟยก็หายตัวแวบมาถึงด้านหน้าของฉินห้าวเทียนเช่นกัน

หลังจากมองดูสถานการณ์แล้ว

พูดด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “ยังไม่ทันตายหรอก!”

เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ท่านเฒ่ายันต์ก็โบกมือขึ้น ฉินเหมยก็ถูกพลังแรงที่มองไม่เห็นลากเข้าไปทันที

ซิงเฟยก็รีบระเบิดพลังฝึกฝนออกมาทันที เหาะตัวขึ้นบนอากาศ เพื่อหลบการควบคุมของพลังแรงที่มองไม่เห็นนั้น

ท่านเฒ่ายันต์อึ้งไปทันที จากนั้นก็หัวเราะแล้วพูดว่า “คิดไม่ถึงจริงเลยว่า ยัยหนูยังมีพลังฝึกฝนที่ไม่เลวเลยนะ!”

พูดพลาง ก็โยนผ้ายันต์ผืนหนึ่งออกไปเบาๆ ทันใดนั้นก็ห่อหุ้มซิงเฟยที่อยู่กลางอากาศเอาไว้แล้ว

ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนยังไง ก็ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากการถูกควบคุมได้

และถูกแข็งขืนลากตัวมาถึงตรงหน้าท่านเฒ่ายันต์

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง