จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1166

18 เมษายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1166

ฉินห้าวเทียนพูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกว่า “ถ้าหากท่านยังคิดจะลงมืออีกละก็!”

“คนแซ่ฉินคนนี้ ก็จะน้อมรับให้ถึงที่สุด!”

ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักสุริยันก็หัวเราะเยาะขึ้นมา

แต่ว่า

ยังไม่ทันรอให้เขาเปิดปากพูดเลย

ทันใดนั้น

ก็มีกระแสกลิ่นอายที่รุนแรงหลายสายพุ่งเข้ามายังตระกูลฉินทางนี้อย่างรวดเร็ว

ประกายแสงวับผ่านไป

ซั้วๆๆๆๆ_______

เงาร่างทั้งหมดห้าคนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าทุกคน

มีสามคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน

ที่เหลืออีกสองคนก็ยืนอยู่ด้วยกัน

แยกเป็นพลังอำนาจสองฝ่าย!

หลังจากที่ห้าคนนี้ปรากฏตัวขึ้นมา ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ร้องด้วยเสียงตกใจอีกครั้งหนึ่ง

ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้จักแหล่งที่มาของพลังอำนาจทั้งสองนี้แล้ว

“รีบดูเร็ว เป็นคนของสำนักวิหารผนึกวิญญาณ!”

“ถูกต้อง!”

“ชายวัยกลางคนที่รูปร่างผอมบางคนนั้น ก็คือชายไว้หนวดคนนั้น ฉันเคยเห็นอยู่ในงานประมูลที่หอไป่เต้า!”

“ใช่แล้ว นั่นคือทูตวิญญาณที่สี่ของวิหารผนึกวิญญาณ อู๋หุน!”

“ได้ข่าวว่าคราวที่แล้วหลังจากที่หลินหยุนได้สังหารฉื้อซานแห่งสำนักสุริยันไปแล้ว แต่คนนี้กลับตกใจจนไม่กล้าลงมือกับหลินหยุนแล้วหนีเอาตัวรอดไป!”

“ตอนนี้กลับมา นี่คงไปพาพวกมาช่วยด้วยแล้วล่ะ!”

“สองคนที่เดินนำหน้านั้น ดูเหมือนจะเป็นทูตวิญญาณที่หนึ่งและทูตวิญญาณที่สอง คิดไม่ถึงว่าทูตวิญญาณทั้งสี่แห่งวิหารอีสาน คราวนี้ถึงกับมาพร้อมกันสามคนเลย!”

“สองคนที่อยู่ข้างๆนั้นเป็นใครกัน?”

“ฉันรู้!”

“คนที่รูปร่างสูงใหญ่ บนหน้ามีรอยบาดแผลคนนั้น เป็นหัวหน้าโจรที่เขาเทียนอินชื่อว่าฝานฉิง!”

“แต่ว่าชายชราที่อยู่ตรงหน้าฝานฉิงคนนั้นก็ไม่รู้จักแล้ว!”

“ฝานฉิงคนนี้ไม่ไปเป็นหัวหน้าโจรที่เขาเทียนอิน จู่ๆมาตระกูลฉินได้ยังไง?”

เมื่อเห็นคนทั้งห้าคนนี้แล้ว

สีหน้าของผู้คนตระกูลฉินทุกคนก็ยิ่งดูย่ำแย่ลงมากยิ่งขึ้น

มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นในใจของพวกเขา

ชายชราที่มีหนวดผมขาวโพลนที่ยืนอยู่ข้างหน้าฝานฉิงคนนั้น ก็พูดด้วยเสียงหนักแน่นขึ้นว่า “ใครคือหลินหยุน?”

เมื่อได้ยินคำพูดของชายชราแล้ว คนของวิหารวิญญาณทั้งสามต่างก็หัวเราะทันที

“มันช่างบังเอิญเสียจริง ที่แท้ท่านเฒ่ายันต์ก็มาหาคนที่ชื่อหลินหยุนนั้นเหมือนกันเหรอ?”

“พวกเราก็เหมือนกัน!”

พูดพลาง

สายตาของทูตวิญญาณคนที่หนึ่งก็มองไปยังฉินห้าวเทียน

“เจ้าบ้านฉิน!”

“ส่งมอบหลินหยุนออกมาดีกว่านะ!”

“สำนักสุริยันฝ่ายเดียวทำอะไรแกไม่ได้ก็จริง ถ้ารวมพวกเราไปด้วยแล้ว จะฆ่าล้างตระกูลฉินแกทั้งหมดก็น่าจะเหลือเฟือแล้ว!”

ก่อนหน้านั้น

ความเคลื่อนไหวของการสู้รบระหว่างฉินห้าวเทียนและผู้อาวุโสใหญ่สำนักสุริยัน พวกเขาก็ได้รับรู้ทั้งหมดแล้ว

พวกเขาเห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็หยุดต่อสู้กันแล้วจึงปรากฏตัวขึ้นมา

เมื่อได้ยินคำพูดของทูตวิญญาณคนที่หนึ่งแล้ว

สีหน้าของคนตระกูลฉินทุกคนต่างก็แลดูย่ำแย่มากเหลือเกิน

ในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความแตกตื่นตกใจและความหวาดกลัว

“คราวนี้จบแน่แล้ว!”

“ตระกูลฉินต้องจบแล้วจริงๆ!”

“ลำพังผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักสุริยันคนเดียว เจ้าบ้านยังต้านทานไว้ได้อย่างยากลำบากเลย!”

“แต่ตอนนี้ยังมีวิหารผนึกวิญญาณแล้วก็หัวหน้าโจรเขาเทียนอินอีก…….”

“ตระกูลฉินเรา…….”

“คราวนี้คงจะเคราะห์ร้ายมากกว่าดีแล้ว!”

“ทุกอย่างนี้ก็เป็นเพราะหลินหยุนนั้นคนเดียว”

“ถ้าหากไม่มีหลินหยุน!”

“ตระกูลฉินเราก็คงไม่ตกต่ำถึงเพียงนี้หรอก!”

“ถูกต้อง!”

“ทุกสิ่งทุกอย่างก็มาจากหลินหยุนทั้งนั้น!”

ผู้คนตระกูลฉินทั้งหมดก็โกรธเคืองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

มองไปยังฉินเหมยที่อยู่ข้างหน้า ดวงตาลุกเป็นไฟแทบจะพ่นออกมา

ต่อให้ฉินเหมยเป็นลูกสาวทายาทโดยตรงของเจ้าบ้านฉินห้าวเทียน พวกเขาก็ยังคงรู้สึกโกรธแค้นอย่างรุนแรง

ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆตอนนี้ต่างก็รู้สึกสะท้านใจเช่นกัน

ไม่รู้ว่าฉินเหมยไปเอาเจ้าเด็กคนที่ชื่อหลินหยุนคนนั้นมาจากไหน ทำให้มีศัตรูเกิดขึ้นมากมายครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้

ตอนนี้

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักสุริยัน

ทูตวิญญาณที่หนึ่งแห่งวิหารผนึกวิญญาณ

ยังมีท่านเฒ่ายันต์ที่ฝานฉิงพามาด้วย

สายตาทุกคนต่างก็มองไปที่ฉินห้าวเทียน

ผู้อาวุโสใหญ่สำนักสุริยันพูดว่า “เจ้าบ้านฉิน ตอนนี้แกยังจะดื้อรั้นอีกต่อไปหรือ?”

“ก็ต้องยอมรับว่า พลังฝึกฝนของแกเหนือความคาดหมายของฉันก็จริง!”

“แต่ว่า ตอนนี้ไม่เพียงแต่ฉันคนเดียว!”

“ยังมีวิหารผนึกวิญญาณ ยังมีท่านเฒ่ายันต์ ต่างก็มุ่งมาเอาตัวคนจากตระกูลฉินแก!”

“ถ้าแกยังจะดื้อรั้นต่อไปอีกละก็!”

“งั้นก็ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาด้วย!”

เมื่อสิ้นเสียงของเขาลงแล้ว

ฝานฉิงที่อยู่ข้างหลังท่านเฒ่ายันต์ ก็ยื่นมือออกไปแล้วชี้หน้าฉินเหมยและซิงเฟยที่อยู่ข้างหลังฉินห้าวเทียนทันที

แล้วพูดด้วยเสียงโมโหว่า “อาจารย์! วันนั้นนอกจากไอ้เด็กเปรตหลินหยุนคนนั้นแล้ว ก็ยังมีผู้หญิงสองคนนั้นด้วย!”

“พวกเธอทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน!”

“ไอ้เด็กเปรตหลินหยุนนั้นลงมือฆ่าน้องรองน้องสามของฉัน!”

“แล้วทำลายเนื้อตัวของฉันจนแตกสลาย ยังโชคดีที่หนีเอาชีวิตรอดออกมาได้!”

“อาจารย์! ฆ่าผู้หญิงสองคนนั้นแก้แค้นให้ฉันก่อน!”

ท่านเฒ่ายันต์ได้ยินแล้วก็พยักหน้า มองไปยังฉินห้าวเทียนแล้วพูดว่า “เจ้าบ้านฉิน แกได้ยินแล้วยัง?”

“หญิงสาวสองคนของตระกูลฉินแกอยู่กับไอ้เด็กเปรตหลินหยุนนั้น! ฆ่าพี่น้องสองคนของลูกศิษย์ฉันไม่ว่า!”

“ยังทำลายเนื้อตัวของลูกศิษย์ฉันจนแตกสลายไปหมด”

“ฉันก็จะไม่ให้แกลำบากใจ!”

“ส่งมอบหญิงสาวสองคนของตระกูลฉินมาให้ฉัน แล้วก็บอกฉันมาว่าไอ้เด็กเปรตหลินหยุนนั้นอยู่ที่ไหนด้วย!”

“ยังไง?”

ฉินห้าวเทียนตอนนี้สีหน้าเคร่งเครียดมาก มองไปยังชายชราแล้วพูดว่า “ท่านเฒ่ายันต์ ท่านก็นับได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้ามีตาในเขตพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมดนี้!”

“ตอนนี้ ยอดฝีมือทั้งหลายจากสำนักสุริยัน วิหารฝึกวิญญาณ และท่านเฒ่ายันต์ ต่างก็มาถึงแล้ว!”

“ทุกคนต่างก็ต้องการฆ่าล้างตระกูลฉินเรา ตระกูลฉินเราก็ต้านรับไว้ไม่ไหวจริงๆ!”

“แต่ว่า คำพูดที่คนแซ่ฉินเคยพูดไว้ก่อนหน้านั้นล้วนเป็นคำสัตย์จริงทั้งนั้น!”

“ตระกูลฉินเราไม่รู้ที่อยู่ของหลินหยุนนั้นจริงๆ!”

“สำหรับเรื่องที่ต้องการหญิงสาวสองคนของตระกูลฉินเรานั้น!”

“ผู้อาวุโสยันต์ รู้สึกว่าท่านจะตะกละตะกลามมากไปแล้วมั้ง!”

ท่านเฒ่ายันต์ได้ยินแล้วก็พูดเยาะเย้ยว่า “งั้นเหรอ? ในเมื่อเจ้าบ้านฉินไม่ยอมให้ งั้นฉันก็คงต้องลงมือเองแล้วล่ะ!”

พูดพลาง

ท่านเฒ่ายันต์ก็ขยับแขนขึ้น

ทันใดนั้น

ก็มีผ้ายันต์สีดำลอยขึ้นมา แล้วปลดปล่อยประกายแสงสีดำออกมา

แรงกดดันอันมหึมาก็ปกคลุมไปทั่วทันที

ภายในลำแสงสีดำก็ยังมีลำแสงกระบี่ส่องประกายวาววับอย่างไม่หยุดหย่อน

ลำแสงกระบี่แต่ละสายก็นำพาความเยือกเย็นบาดใจมาด้วย

พร้อมกับรังสีอำมหิตที่รุนแรง!

เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว ทุกคนต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสี แสดงสีหน้าแตกตื่นหวาดกลัวอย่างมาก

แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักสุริยัน และยังมีทูตวิญญาณทั้งสามของวิหารผนึกวิญญาณที่อยู่ข้างๆต่างก็หน้าถอดสีเช่นกัน

“นี่ก็คือยันต์กระบี่ทองดำของท่านเฒ่ายันต์เหรอ?”

“พลังอันน่าสะพรึงกลัวช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!”

“ท่านเฒ่ายันต์ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกอิสระคนหนึ่ง สามารถมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเขตพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมดได้ นับว่าแข็งแกร่งมากพอจริงๆ!”

“เพียงแต่ไม่รู้ว่าฝานฉิงกลายเป็นลูกศิษย์ของเขาไปได้ยังไง!”

“ดูเหมือนว่าฝานฉิงไม่ได้ฝึกวิชายันต์เลย!”

“อันนี้ก็ไม่รู้แล้ว!”

“คราวนี้เกรงว่าเจ้าบ้านฉินจะต้องแย่แล้วล่ะ!”

“สามารถต้านทานผู้อาวุโสใหญ่สำนักสุริยันได้ แต่ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงยาวนานอย่างท่านเฒ่ายันต์คนนี้ น่าจะต้านรับไว้ไม่ไหวแน่นอน!”

“ไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าหลินหยุนนั้นเป็นใครกันแน่!”

“จนถึงเวลานี้แล้ว ตระกูลฉินถึงกับยังไม่ยอมบอกที่อยู่ของเขาออกมาเลย!”

“สงสัยว่าไม่รู้จริงๆแล้วมั้ง!”

“ไม่เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันยังไง ก็ไม่มีทางที่จะเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลไปปกปิดหรอก!”

“การชดใช้เช่นนี้มันมากเกินไปแล้ว!”

“ใครจะไปรู้ล่ะ?”

ฉินห้าวเทียนถึงแม้ว่าจะหวาดกลัวแต่ก็ยังลงมือด้วยความเด็ดเดี่ยว

กระบี่ยาวในมือก็หลุดออกจากมือไป

ทันใดนั้นกระบี่ระเบิดเสียงร้องที่คมชัดออกมาทันที

“พิชิตมังกร!”

หลังจากที่เขาตะคอกเสียงเบาแล้ว กระบี่ด้ามยาวก็ตวัดไปมาจนทำให้เกิดเงาดาบนับหมื่นนับพันขึ้นท่ามกลางอากาศ

แล้วพุ่งไปยังลำแสงสีดำที่ปลดปล่อยออกมาจากยันต์กระบี่ทองดำนั้น

ชั่วพริบตาเดียว

ราวกับมีกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังฟาดฟันกันอยู่ เสียงกระทบของโลหะ ก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสารทิศ

ท่านเฒ่ายันต์ขมวดคิ้วแล้วพูดเยาะเย้ยว่า

“ลูกไม้ตื้นๆ!”

“ทำลายให้หมด!”

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง