จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1121

8 เมษายน 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1121

หลินซื่อเฉิงตกใจ จากนั้นก็คำรามขึ้นอีกครั้ง สิบแปดท่าต้าเต๋าสำแดงออกมาอีกครั้ง!

หลังจากที่หลินหยุนกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ก่อนที่เขาจะเก็บตัว เขาก็ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชานี้ให้กับปู่หลินซื่อเฉิง

ตอนนี้ หลินซื่อเฉิงได้วิชามาบ้างแล้ว

“สิบแปดท่าต้าเต๋า ท่าห้ามสิ่งวายชนม์!”

“สิบแปดท่าต้าเต๋า พลิกฟ้าผ่าตะวัน!”

ท่าห้ามสิ่งวายชนม์ ห้ามสิ่งวายชนม์

จากนั้นก็เห็นฝ่ามือพิฆาตขนาดใหญ่นั้นหยุดลงชั่วครู่หนึ่ง

ในเวลานี้เอง พลังอันน่าสะพรึงกลัวฟ้าดินแตกสลายก็ได้พวยพุ่งออกมา!

ใบหน้าของเจียงยี่เคร่งขรึมขึ้นมา แต่ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายสว่างขึ้น

แสงสว่างนั้นเกิดขึ้นอย่างโลภมากหาที่สุดมิได้!

“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่า ศิษย์ของพวกนายจะมีดีขนาดนี้!”

“น่าเสียดายที่พวกนายยังอ่อนแอเกินไป หากให้พวกนายเข้าสู่แดนยาทองได้ เกรงว่าหากมีฉันอีกสิบคนก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

“โชคดี นี่คือความโชคดีของฉัน!”

“น้ำท่วมใต้หล้า!”

หลังจากเสียงตะโกนของเขา น้ำบนท้องฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ไหลทะลักลงมา และจมหลินซื่อเฉิงลงไปใต้น้ำในทันที!

ร่างกายของซูหนันไหวไปในพริบตาและรีบช่วยหลินซื่อเฉิง

ในเวลานั้นเอง แสงอีกสายหนึ่งก็ปรากฏวูบขึ้น

มู่หงก็ปรากฏตัวในชุดคลุมสีแดง

เขาเองก็รับรู้ได้ถึงพลังของกฎเกณฑ์ต้าเต๋า

เมื่อเห็นมู่หงกำลังมา เจียงยี่ก็กล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบานอีกครั้ง “น้องมู่ พวกเรามีโชคใหญ่อีกครั้งแล้ว! อีกทั้งยังเป็นโชคใหญ่ที่ส่งมาถึงหน้าประตู!”

มู่หงยังก็ดวงตาเปล่งสีทองและพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พี่เจียง สามคนนี้จะตายไม่ได้แล้ว จะต้องให้เค้นเอาวิชาสืบทอดของพวกเขาออกมา!”

พูดจบ ทั้งสองก็ลงมือพร้อมกัน

หลินซื่อเฉิง ซูจื่อเหลียง และซูหนัน สบตากัน จากนั้นก็แสดงกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมา

“สิบแปดท่าต้าเต๋า พลิกฟ้าผ่าตะวัน!”

“กระบี่พิชิตฟ้า!”

“มือทัณฑ์สวรรค์!”

หมัดของหลินซื่อเฉิงที่สามารถทำลายดวงดาวปรากฏออกมาอีกครั้ง

กระบี่พิชิตฟ้าของซูจื่อเหลียงเองก็ปล่อยรังสีสังหารที่สั่นสะเทือนแผ่นดินออกมา

มือทัณฑ์สวรรค์ของก็ถูกปล่อยออกมาทันที หมอกสีดำปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา และใช้เนื้อของเขาเปลี่ยนไปเป็นทหารเทพที่ดุร้ายและวาบออกไป

เมื่อเห็นดังนั้น เจียงยี่และมู่หงก็ตะโกนลั่นขึ้นพร้อมกันว่า “มาได้เวลาดี! ทั้งสามวิชาล้วนเป็นเคล็ดวิชาสืบทอดที่ยอดเยี่ยมอย่างหาที่เปรียบมิได้!น้องมู่ทั้งหมดล้วนเป็นของเรา!น้ำท่วมใต้หล้า!”

มู่หงเองก็หัวเราะลั่นและตะโกนด้วยเสียงเข้ม “คาถาภูติป่า!”

ทันใดนั้น น้ำจากสวรรค์ก็พุ่งลงมาอีกครั้ง

เถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลออกมาจากพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง!

เถาวัลย์นั้นเหนียวแน่นอย่างยิ่งและเข้าไปพันหลินซื่อเฉิง ซูจื่อเหลียง และซูหนันในทันที จนทำให้ทั้งสามไม่สามารถเคลื่อนไหวได้!

ในเวลานี้ น้ำจากสวรรค์เป็นเหมือนกระแสน้ำที่ไหลเอ่อเข้ามาจมทั้งสามคนลงไป

ทันใดนั้นทั้งสามก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรง และพลังทิพย์ทั้งหมดของพวกเขาถูกปิดกั้นเอาไว้

เมื่อมองไปยังคนทั้งสามที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจียงยี่ก็พูดอย่างเย็นชา “บอกมาเถอะ เคล็ดวิชาพวกนี้นายได้รับการสืบทอดมาจากไหน?”

ทั้งสามคนล้วนมีสีหน้ามืดมนอย่างยิ่ง ซูจื่อเหลียงเยาะเย้ย “อยากรู้ว่าพวกเราได้เคล็ดวิชาสืบทอดมาจากไหน? หึหึ สารเลวอย่างพวกนายก็สมควรได้รับมันหรือไง?”

“ปึง!”

เจียงยี่สะบัดแขนครั้งหนึ่งจนซูเหลียงจื่อถึงกับกระเด็นออกไปในทันที

เขาล้มลงกับพื้นอีกครั้งและกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

ใบหน้าของเจียงยี่มืดมนและพูดว่า “คิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าพวกนายจริงๆหรือไง? รีบบอกเคล็ดวิชาสืบทอดของพวกนายออกมา! ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”

เมื่อเห็นว่า หลินซื่อเฉิงและซูหนันยังคงกัดฟันไม่ยอมเอ่ย เขาก็สะบัดมืออีกครั้ง จากนั้นหลินซื่อเฉิงและซูหนันก็กระเด็นไปอย่างแรงเช่นกัน

ดวงตาของมู่หงที่อยู่ด้านหนึ่งเป็นประกายและกล่าวว่า “พี่เจียง อย่าได้ลงมือหนักเกินไป พวกเรายังมีวิธีให้พวกเขาพูดเคล็ดวิชาสืบทอดอยู่!”

เจียงยี่หัวเราะและพูดว่า “ใช่!”

ทันใดนั้น หวางเจ๋อซึ่งอยู่ข้างหลังก็รีบเร่งเข้ามาและพูดด้วยน้ำเสียงเคารพว่า “ท่านเจ้าสำนักทั้งสอง ผมรู้ว่าเคล็ดวิชาสืบทอดของสามคนนี้มาจากไหน!”

เจียงยี่และมู่หงได้ยินดังนั้นก็ตะลึงไป และรู้สึกไม่เชื่ออยู่บ้าง

เจียงยี่พูดอย่างเย็นชา “นาย? นายรู้ได้อย่างไร ถ้ากล้ามาโกหก นายน่าจะรู้ผลที่ตามมา!”

ขาของหวางเจ๋ออ่อนยวบลง หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก เขาก็รีบกล่าวว่า “ไม่กล้าครับ ท่านเจ้าสำนักทั้งสองคงเคยได้ยินชื่อหลินชางฉองใช่หรือไม่?”

เจียงยี่และมู่หงพยักหน้า จากนั้นก็พูดด้วยความรังเกียจ “เคยได้ยิน ล้วนบอกกันว่าเขาเป็นเทพเจ้าสงครามของจีน หึหึ แต่ฉันไม่เคยเห็นเขา!”

หวางเจ๋อเอ่ย “หนึ่งในสามคนนี้คือปู่ของหลินชางฉอง!”

“ส่วนสองคนที่เหลือเป็นลูกศิษย์ของหลินชางฉอง!”

“วิชาอาคมเทพเซียนและวิชาต้าเต๋าของพวกเขาล้วนได้รับการสั่งสอนจางหลินชางฉอง!”

“ตอนนี้หลินชางฉองกำลังเก็บตัวการปฏิบัติ!”

“นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ผู้เฒ่าทั้งสองนำกลับมาเหล่านั้น ล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินชางฉอง!”

“หวางซูเฟินและฉินหลันของชางฉองกรุ๊ป คนหนึ่งเป็นแม่ของหลินชางฉอง อีกคนเป็นผู้หญิงของเขา อีหลิงของแห่งตระกูลอีเจียงหนานเป็นคนรักของหลินชางฉอง!”

“ดังนั้นท่านเจ้าสำนักทั้งสองจึงไม่ต้องกังวล เมื่อหลินชางฉองออกมาจากการเก็บตัวเมื่อไหร่ เขาจะต้องเป็นฝ่ายมาหาถึงที่เองแน่!”

“ถ้าท่านเจ้าสำนักทั้งสองรอไม่ไหว ก็สามารถไปยังทะเลสาบเยว่หยา และเป็นฝ่ายจับหลินชางฉองที่เก็บตัวอยู่ออกมาได้!”

เจียงยี่และมู่หงเอ่ยด้วยความตื่นตะลึงยินดี “นายแน่ใจ?”

หวางเจ๋อรีบเอ่ย “ผมไม่กล้าโกหกท่านเจ้าสำนักทั้งสองครับ!”

เจียงยี่และมู่หงมองหน้ากัน จากนั้นก็หัวเราะลั่นออกมา

เจียงยี่เอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า “ใครก็ได้ มาเอาตัวคนทั้งสามไป ยังมีอีก จงพาแม่และผู้หญิงของหลินชางฉองไปที่ถ้ำของฉัน ฉันต้องการเพลิดเพลินกับแม่และผู้หญิงของเขาในขณะที่รอการมาถึงของเขา!”

“รอให้ความเพลิดเพลินสิ้นสุดลง หากหลินชางฉองยังไม่มา น้องมู่ พวกเราก็ไปทะเลสาบเยว่หยากันสักหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

มู่หงเองก็เอ่ยขึ้น “ฮ่าฮ่า ได้ พาอีหลิงนั่นไปที่ถ้ำของฉันด้วย! ยังมีนิ่งโย่วหรง!”

หวางเจ๋อและลูกศิษย์หญิงอีกหลายตอบรับทันที

เขาคุนชาง

โม่เฉินพาคนของสำนักโม่เหมินอีกหลายคนมาช่วยรักษาเสถียรภาพของค่ายกลสี่พิทักษ์

ในเวลานี้เอง ลมเย็นพัดเข้ามาในห้องโถงใหญ่ และมีเงาร่างของคนสองคนปรากฏขึ้นมา

เมื่อเห็นคนทั้งสอง ทุกคนก็ขมวดคิ้ว

โม่เฉินเอ่ยปากถาม “ท่านทั้งสอง เป็นผู้ใด? มาที่เขาคุนชางด้วยเหตุใด?”

หญิงชุดดำเหลือบมองโม่เฉินแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ง่ายๆเลย มาเพื่อทำลายค่ายกลสี่พิทักษ์ที่พวกนายอยากจะรักษาเสถียรภาพเอาไว้! ฉันจะให้โอกาสพวกนาย หนีไปตั้งแต่ตอนนี้ซะ แล้วฉันจะไม่ลงมือ!”

“คนที่ไม่ไป ก็จะไม่มีวันได้จากไปอีก!”

พูดจบ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของหญิงชุดดำก็ถูกปลดปล่อยออกมาในทันที

ผู้อาวุโสมากกว่าสิบในเขาคุนชางต่างตกใจหน้าซีดและสูดหายใจหนาวเหน็บพร้อมกัน

หนึ่งในผู้อาวุโสที่เหลือของตระกูลหวางรีบมองไปที่โม่เฉินและกล่าวว่า “คุณโม่เฉิน ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากอยู่ต่อ แต่ตอนนี้สถานการณ์รุนแรง ขออภัยด้วย ผมต้องไปแล้ว!”

พูดจบ คนนับสิบก็มองผู้หญิงชุดดำด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็ลุกขึ้นออกจากห้องโถงไปอย่างโดยเร็ว

โม่เฉินถอนหายใจและพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “แม่นางมีวิชาล้ำลึก เกรงว่าผมก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่ว่า จุดประสงค์ของสำนักโม้เหมินเราก็คือการวางแผนสำหรับคนทั่วไปในโลก ในเมื่อแม่นางยืนกรานแบบนี้ อย่างนั้นก็ได้แต่ต้องลงมือแล้ว!”

หญิงชุดดำเยาะเย้ย “อาศัยนายน่ะหรือ?”

เงาร่างไหววูบไป หญิงสาวชุดดำส่งฝ่ามือนุ่มที่ดูเหมือนค่อยๆ ผลักออกไปช้าๆ แต่กลับทำให้โม่เฉินไม่สามารถหลบหลีกได้เลย จากนั้นมันก็กระแทกเข้ากับหน้าอกของเขาดังปัง

โม่เฉินกระเด็นออกไป จากนั้นก็กระแทกลงบนพื้นอย่างแรง เลือดไหลกระอักออกมาเต็มปาก

หญิงชุดดำมองเขาอย่างดูถูกและพูดอย่างเย็นชา “ตอนนี้ นายยังต้องการหยุดฉันไหม?”

โม่เฉินลุกขึ้นจากพื้น เขาหายใจเข้าลึกแล้วพูดอย่างสงบ “นี่คือหน้าที่! ไม่อาจละเว้น!”

จากนั้น เขาก็หันกลับมามองคนที่อยู่ข้างหลัง “ตั้งค่ายกลเถอะ!”

ค่ายกลแห่งกฎเกณฑ์ ของสำนักโม่เหมิน

ยึดตามกฎเกณฑ์!

เมื่อมีกฎอยู่ ล้วนไม่มีใครสามารถทำลายมันได้

คนทั้งหลายลุกยืนขึ้นทันที จากนั้นร่างของพวกเขาก็เคลื่อนไหววาบผ่านไปล้อมรอบหญิงชุดดำเอาไว้ตรงกลาง

กลิ่นอายที่ปราศจากข้อบกพร่องถูกปล่อยออกมา

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง