จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1087

30 มีนาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1087

ในหุบเขา มีลมพัดบ้าคลั่งและแฝงมาด้วยกลิ่นของเลือด

หลินหยุนเป็นราวกับเทพมาร ผมสีขาวถึงเอว สายตาหยามเหยียดสิ่งมีชีวิตทั้งหมดและกลืนกินหมื่นลี้ดุจดั่งพยัคฆ์

ในอ้อมอก คือหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงอย่างนิ่งโหย่วหรง

อู๋ยิวหมิงสีหน้าตื่นตะลึง เขามองไปที่เทพเจ้าสงครามในอากาศและเนื้อตัวสั่นด้วยความกลัว

“หลินชางฉองยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?”

กลุ่มนักบู๊ด้านล่าง คร่ำครวญไม่หยุด

ดาบของหลินหยุนนั้นทรงพลังเกินไป

แค่ชี่กระบี่ที่ฆ่าล้างทุกอย่างจนหมด ทำให้ทุกคนหวาดกลัวจนหัวหด

นิ่งโหย่วหรงมองไปที่ชายหนุ่มผู้รูปงามราวกับปีศาจ เธอรู้ดีอย่างยิ่งว่าตนถูกครอบครองแล้ว

ตลอดชีวิตของเธอ ในสายตาเธอจะไม่มีผู้ชายคนอื่นอยู่ได้อีก

บนยอดเขาที่อยู่ไกลออกไป ดวงตาที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นนั้นกำลังฉายแววตกตะลึงเช่นกัน

“ช่างเป็นดาบที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้!”

“ดาบนี้ เกรงว่าจะแข็งแกร่งกว่าผู้แข็งแกร่งแดนยาทอง!”

พูดจบ ร่างของเธอจึงหายไปบนยอดเขา

อู๋ยิวหมิงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อระงับอาการบาดเจ็บ เขาเหลือบมองไปรอบๆ และถามเสียงดัง “พวกนายยังต่อสู้อีกครั้งได้หรือไม่?”

ไม่มีการตอบสนองจากผู้คน

เป็นแบบนี้แล้ว จะยังสู้อะไรได้อีก!

และต่อให้พวกเขาสู้ได้ ก็คงไม่กล้าสู้แล้ว

หลินชางฉองน่ากลัวเกินไป ดาบเมื่อครู่นี้ไม่เพียงทำลายแค่ค่ายกล แต่ยังรวมไปถึงความกล้าหาญของพวกเขาด้วย

อู๋ยิวหมิงสีหน้าหดหู่ สถานการณ์ตรงหน้าไม่อาจแก้ไขได้แล้ว แพ้แล้ว แพ้อย่างสมบูรณ์

ทันใดนั้น ร่างสีดำก็พุ่งเข้ามาจากระยะไกลแล้วขว้างบางสิ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

แต๊ง!

เสียงระฆังดังลั่นขึ้น

ระหว่างท้องฟ้าและผืนดินคล้ายกับไม่มีเสียงอื่นใดอีก มีเพียงเสียงของระฆังสะเทือนวิญญาณนี้เท่านั้น

ระฆังสัมฤทธิ์โบราณซึ่งมีขนาดเท่าฝ่ามือหลังจากออกมาจากฝ่ามือของหญิงสาว มันก็กลายเป็นระฆังขนาดใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆและตกลงมาทางหลินหยุน

หญิงชุดดำประสานมือของเธอเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ใช้พลังทิพย์ตีระฆังนั้นทีละสายๆ

แต๊งแต๊งแต๊ง!

ระฆังดังขึ้นทีละครั้งๆท่ามกลางท้องฟ้าและแผ่นดิน ภายใต้แผ่นดินอันสั่นไหว นักบู๊ที่แต่เดิมได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วตอนนี้มีเลือดออกในทวารทั้งเจ็ด และหลายคนเสียชีวิตอย่างน่าสังเวชในที่เกิดเหตุ

แม้กระทั่งผู้อาวุโสแดนเทพพวกนั้น ในเวลานี้ก็มีสีหน้าทรมาน สองมือยกขึ้นปิดหูและต้านทานพลังของระฆังนั้นด้วยกำลังทั้งหมดที่มีในร่าง

หลินหยุนที่มีผมสีขาวปลิวไสวตามสายลม เงยมองดูระฆังขนาดใหญ่ที่ตกลงมาทางตน สีหน้าจริงจัง

นิ่งโหย่วหรงถูกเสียงของระฆังทำให้สลบไปแล้ว และมีพลังทิพย์ของหลินหยุนปกป้องเอาไว้ ไม่อย่างนั้นอาศัยแค่ร่างกายธรรมดาของเธอคงตายไปตั้งนานแล้ว

ระฆังยักษ์ร่วงลงอย่างรวดเร็วจนหลินหยุนไม่มีเวลาหลบหนีและถูกมันครอบเอาไว้ข้างใน

หญิงชุดดำยังคงใส่พลังทิพย์เข้าไปในระฆังอย่างต่อเนื่อง เสียงระฆังยังคงดังกังวานต่อไปในท้องฟ้าไม่หยุด จนเหลือเพียงเสียงระฆังที่ดังขึ้นทั่วทั้งหุบเขา

นอกจากนักบู๊พวกนี้แล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรล้วนถูกเสียงระฆังทำให้ตกใจจนตาย

มันเป็นราวกับเสียงแห่งความตายของชีวิต ทุกคนที่ได้ยินล้วนต้องตาย

หญิงชุดดำตีมันสิบแปดครั้งติดต่อกัน ระฆังที่ดังขึ้นสิบแปดครั้ง ยกเว้นผู้แข็งแกร่งในแดนเทพที่เหลือแทบจะตายไปหมดแล้ว

มีเพียงนักบู๊ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นจึงรอดชีวิตมาได้

หญิงชุดดำมองดูระฆังยักษ์อย่างเฉยเมยและเอ่ยเย้ยหยัน “หลินชางฉอง คราวนี้นายยากจะหนีรอดแล้ว!”

“ภายใต้ระฆังดับวิญญาณแม้ว่านายจะเป็นผู้บำเพ็ญเซียนก็ทำได้แค่รอความตายเท่านั้น!”

แม้ว่าอู๋ยิวหมิงจะปิดการได้ยินของเขา แต่ว่า เสียงระฆังก็ราวกับดังมาจากจิตใจของผู้คนโดยตรง เขาทำได้เพียงแค่ใช้กำลังต้านทานการบาดเจ็บที่เกิดจากระฆังเท่านั้น

“รีบหยุดเถอะ ฉันทนไม่ไหวแล้ว!” อู๋ยิวหมิงเอ่ยดังลั่น

หญิงชุดดำเมินเฉย ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ เธอจะหยุดมือได้อย่างไร

อีกทั้งชีวิตของคนพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิด เธอไม่สนใจทั้งนั้น

เธอยังคงใส่พลังทิพย์เข้าไปในระฆังยักษ์ต่อ และเสียงระฆังก็ยังคงดังก้องไปทั้งฟ้าดิน

“หึ เมื่อระฆังดับวิญญาณดังขึ้นสิบแปดครั้ง เซียนหรือมารล้วนต้องสลายไป”

“ฉันไม่สนหรอกว่านายจะเป็นนักบู๊หรือผู้บำเพ็ญเซียน รอให้ทำลายพลังของนายแล้ว ฉันจะให้นายได้ลิ้มรสชาติการถูกดูถูกเหยียดหยาม”

นัยน์ตาของผู้หญิงชุดดำแสดงความเกลียดชังอย่างรุนแรงออกมา

ปึง!

ทันใดนั้น ระฆังยักษ์ก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วน

หลินหยุนอุ้มนิ่งโหย่วหรงเอาไว้ จากนั้นก็ลอยอยู่ในอากาศอย่างไร้ความเสียหายใดๆ

“ถึงกับเป็นเครื่องรางทิพย์ชั้นล่างดูท่าในตัวเธอคงมีสมบัติไม่น้อยเลย”

“คราวที่แล้วฉันจำได้ว่าได้ทำลายเครื่องรางทิพย์ของเธอไปอันหนึ่งแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะยังมีอยู่อีก”

“ฉันอยากจริงๆว่าเธอเป็นใครกันแน่?”

หลินหยุนมองไปที่ผู้หญิงชุดดำและถามเรียบๆ

หญิงสาวชุดดำแสร้งทำเป็นเสียงแหบแห้ง อีกทั้งเธอก็ปกปิดกลิ่นอายเอาไว้ด้วยวิธีการลับ แม้แต่ความสามารถของหลินหยุนก็ไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของเธอได้

อย่างไรก็ตาม หลินหยุนคิดว่าเขาต้องรู้จักผู้หญิงคนนี้

อีกทั้งยังต้องมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับเขา

“เป็นเธอหรือเปล่า?” ความคิดแปลก ๆ แวบเข้ามาในจิตใจของหลินหยุน

หญิงชุดดำตะลึง “คิดไม่ถึงว่านายจะไม่กลัวแม้กระทั่งระฆังดับวิญญาณ!”

“แต่ว่า ต้องมีสักวันหนึ่งที่ฉันจะเจอสิ่งที่จัดการกับนายได้”

พูดจบ หญิงชุดดำก็ไม่รั้งอยู่ต่อและหันหลังจากไป

ใบหน้าของอู๋ยิวหมิงเปลี่ยนเป็นปั้นยากไปชั่วครู่หนึ่ง หญิงชุดดำเป็นทางเลือกสุดท้ายของพวกเขา ตอนนี้เธอจากไปแล้ว แล้ว ใครจะจัดการกับหลินชางฉอง?

ดวงตาของหลินหยุน ค่อย ๆ เคลื่อนไปที่ร่างของอู๋ยิวหมิง จิตสังหารที่รู้สึกอย่างเห็นได้ชัดแพร่กระจายไปทั่ว

“พวกนายน่าจะคนของสี่ค่ายใหญ่สินะ!”

“ดูเหมือนว่าในที่สุดโลกบู๊โบราณก็ต้องการต่อสู้กับฉันแล้ว”

อู๋ยิวหมิงพูดอย่างเย็นชา “เป็นนายที่ลงมือกับสำนักชิงชางก่อน โลกบู๊โบราณก็แค่ต่อสู้กลับตามปกติ”

หลินหยุนขี้เกียจเกินกว่าจะพูดเรื่องไร้สาระกับเขา เขาสะบัดมือขึ้น “นายไปตายได้แล้ว”

ทันใดนั้นดาบเฮ่าเทียนก็กลายเป็นลำแสงและตวัดผ่านคอของอู๋ยิวหมิง

คนที่เหลือพวกนั้น ต่างก็ถูกเสียงระฆังของหญิงชุดดำกระเทือนจนตายไปแล้ว

การต่อสู้ครั้งนี้ของสี่ค่ายใหญ่ประสบความสูญเสียอย่างหนัก

หลินหยุนเมินศพบนพื้นและจากไปอย่างใจเย็นโดยมีนิ่งโหย่วหรงอยู่ในอ้อมแขนของเขา

เมื่อกลับมาที่ชางฉองกรุ๊ป หลินหยุนก็ตรวจสอบร่างกายของเธอ นิ่งโหย่วหรงถูกเสียงระฆังทำให้สลบไป ได้รับความตกใจบ้างเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรมาก

หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ หลินหยุนและโลกบู๊โบราณก็กลายเป็นน้ำกับไฟโดยสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ไม่ได้มีผู้คนมากมายที่ล่วงรู้ แต่แน่นอนว่าย่อมปิดบังกองกำลังบางกลุ่มไม่ได้

ตัวอย่างเช่นสี่สุดยอดตระกูลใหญ่และพวกประธานาธิบดี

คราวนี้ ทั้งสี่ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงต่างอุบเงียบอย่างหาได้ยาก ผิดกับเมื่อก่อน ที่โทษว่าหลินหยุนกระทำตามอำเภอใจและขอให้ประธานาธิบดีลงโทษเขา

อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่าหลินหยุนทำลายล้างยอดฝีมือที่สี่ค่ายใหญ่ส่งออกมานี้ก็ยังทำให้ทุกคนตะลึงอย่างมาก

แม้แต่ประธานาธิบดี เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็ยังตะลึงจนนิ่งอยู่กับที่ไป เนิ่นนานก่อนจะพูดขึ้นว่า “สุดท้ายฉันก็ยังประเมินเขาต่ำไป”

เขาที่เอ่ยถึง ย่อมหมายถึงหลินหยุน

หงซานเหอได้ยินข่าวนี้ก็ยิ่งนับถือการตัดสินใจของประธานาธิบดีในตอนแรกอย่างยิ่ง

“ถ้าไม่ใช่เพราะท่านประธานาธิบดีมีวิสัยทัศน์ยาวไกล มองเห็นถึงศักยภาพของเด็กคนนี้ วันนี้ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาไปแล้ว”

หงซานเหอไม่ได้ประจบประแจง แต่ชื่นชมจากใจจริง

ในตอนแรก แม้ว่าเขาจะชื่นชอบหลินหยุน แต่ก็แค่เพราะหลินหยุนมีศักยภาพไม่เลวเท่านั้น หากฝึกฝนให้ดี เขาจะกลายเป็นเทพสงครามคนที่สอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาไม่คาดคิดก็คือ เขายังไม่ทันได้ฝึกฝน ความแข็งแกร่งของหลินหยุนก็เหนือกว่าเทพเจ้าสงครามไปแล้วร้อยเท่า

สิ่งที่หลินหยุนทำลายไปในครั้งนี้คือครึ่งหนึ่งของโลกบู๊โบราณ

หลินหยุนคนเดียว สามารถต่อต้านประเทศหนึ่งและโลกบู๊โบราณทั้งโลกได้

หลังจากกลับมาที่ชางฉองกรุ๊ป หลินหยุนก็ยังไม่จากไปและรั้งอยู่ที่ชางฉองกรุ๊ป

ครั้งนี้ผู้คนจำนวนมากในโลกบู๊โบราณตายไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่ก็ต้องถูกนำมาคิดบัญชีที่เขาอย่างแน่นอน

โลกบู๊โบราณไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆอย่างแน่นอน

เพื่อป้องกันการลอบโจมตีของโลกบู๊โบราณ เขาทำได้เพียงดูแลชางฉองกรุ๊ปด้วยตัวเองเท่านั้น

“การต่อสู้ครั้งใหญ่ในโลกบู๊โบราณครั้งนี้ ถึงจะชนะแล้ว แต่ก็ใช้พลังมากอย่างยิ่ง”

“รอให้พลังของฉันฟื้นคืน ยังคงต้องไปที่โลกบู๊โบราณด้วยตนเองอีกสักครั้ง ตัดปัญหาในอนาคต”

ดวงตาของหลินหยุน เปล่งประกายสังหารออกมา

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง