จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1080

28 มีนาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ บทที่ 1080

หงซานเหอเดินมาถึงตรงหน้าผู้คนที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น พูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “หยุดเถียงกันได้แล้ว!”

เสียงของหงซานเหอดังมาก และทรงพลังเหลือล้น

“เรือนอทิลัสถูกถล่มจมไปแล้ว คนพวกนั้นก็หนีตายกันไปหมด เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว”

……

สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบสงัด!

ทุกคนต่างมองไปที่หงซานเหอ พูดอะไรไม่ออกไปครึ่งค่อนวัน

ผ่านไปอีกพักหนึ่ง คนของฝ่ายหวางจิงหลงจึงได้พูดเยาะเย้ยเสียงดังขึ้นว่า “ท่านหง คุณกำลังพูดเพ้อเจ้ออยู่หรือเปล่า?”

“แค่เวลาสั้นๆไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง คุณถึงกับบอกว่าเรือนอทิลัสถูกยิงถล่มจมไปแล้ว!”

“แต่ว่าคนที่พอมีความรู้อยู่บ้างก็ต้องรู้ว่า คิดจะถล่มเรือนอทิลัสให้จมทะเลนั้น เป็นเรื่องที่ยากขนาดไหน!”

“มาพูดเรื่องโกหกในสถานการณ์เช่นนี้ คุณคิดว่ามีคนเชื่อเหรอ?”

คนที่เหลือพวกนั้นต่างก็มีสีหน้าเย้ยหยัน ไม่ได้เชื่อคำพูดของหงซานเหอเลยแม้แต่นิดเดียว

เจ้าบ้านจ้าวก็พูดเยาะเย้ยด้วยเสียงเบาๆว่า “ท่านหงคงไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงแล้วสิ ถึงกับต้องพูดเรื่องโกหกแบบนี้ออกมา ฮ่าๆๆ!”

เจ้าบ้านจางหัวเราะแล้วพูดว่า “เขาก็ไม่คิดซะบ้างว่า พูดโกหกในสถานการณ์เช่นนี้ จะมีคนเชื่อเหรอ?”

ถึงแม้หวางจิงหลงก็รู้สึกว่าคำพูดของหงซานเหอไม่น่าเชื่อถือนัก แต่ว่าเท่าที่เขาเคยรู้จักกับหงซานเหอมานั้น เขาจะต้องไม่พูดอะไรที่ไม่น่าเชื่อถือในสถานการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน

หรือว่าเรื่องนี้จะเป็นจริง?

แต่นี่ก็เป็นไปไม่ได้เลย!

หงซานเหอมองดูพวกนักวิจารณ์ที่โง่เขลาคนนั้น แล้วยิ้มอย่างเย็นชา “คำพูดของฉันคุณไม่เชื่อ งั้นพวกเราก็ใช้ความจริงมาพิสูจน์คำพูดก็แล้วกัน”

หงซานเหอก็สั่งการทางโทรศัพท์ว่า “ให้เครื่องบินลาดตระเวนถ่ายทอดสถานการณ์ในเขตพื้นที่ทะเลทางใต้ให้ด้วย!”

หงซานเหอก็รออยู่ที่ในห้องประชุม จากนั้นก็เริ่มถ่ายทอดสดสถานการณ์ในเขตพื้นที่ทะเลทางใต้

จากการดูภาพที่ถ่ายจากกล้องของเครื่องบินลาดตระเวนแล้วสามารถเห็นได้ชัดเจนว่า ในเขตพื้นที่ทะเลทางใต้ทั้งหมดไม่มีเรือรบเหลืออยู่เลยแม้แต่ลำเดียว มีแต่เศษซากเรือรบบางส่วนที่ยังไม่ทันจมลงสู่ทะเลเท่านั้นเอง

เจ้าบ้านจางมองดูจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าตื่นตกใจแล้วพูดว่า “ถึงกับเป็นเรื่องจริงซะด้วย!”

“เรือนอทิลัสไม่มีแล้ว!”

เจ้าบ้านจ้าวพวกนั้นก็พูดด้วยสีหน้าตื่นตกใจว่า “นี่เป็นไปได้ยังไง!”

“เศษของพวกที่ลอยอยู่บนผิวทะเลนั้น ดูเหมือนจะเป็นธงสัญลักษณ์ของเรือนอทิลัส!”

“นี่เป็นฝีมือของใครกันแน่?”

“ใครที่มีความสามารถถล่มกองทัพเรือนอทิลัสให้จมลงไปได้ภายในไม่กี่นาทีเช่นนี้!”

หวางจิงหลงพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “นอกจากเขาแล้วยังจะมีใครได้อีก”

“เห็นทีว่าไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าเด็กนั่นปิดประตูเงียบ ไม่ใช่เพราะว่ากลัวหรอก แต่เป็นการเตรียมตัวหาวิธีจัดการกับเจ้าเรือนอทิลัสมากกว่า”

“พวกเราต่างก็คิดผิดไปแล้ว”

เจ้าบ้านทั้งสี่ตระกูลใหญ่ต่างมองหน้ากันและกัน ผ่านไปสักพักใหญ่ก็ยังพูดอะไรไม่ออกเลย

“นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”

“ต่อให้เขาใช้เวลาเตรียมตัวสามวันก็ตาม เขาใช้พลังแรงอะไรกันแน่ในการถล่มเรือนอทิลัสให้จมลงไปภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น?”

บนใบหน้าของเจ้าบ้านทั้งหลายต่างก็แสดงสีหน้าที่เหลือเชื่อออกมา

วิธีการของหลินหยุนทำให้ผู้คนแตกตื่นตกใจมากเกินไปจริงๆ อีกอย่างพลังแรงที่เขาใช้นั้นก็ไม่ใช่ธรรมดาทั่วไปจริงๆด้วย

พลังแรงจากการใช้ยันต์ซ่อนกระบี่เทียบเท่ากับพลังแรงที่แท้จริงของผู้บำเพ็ญเซียนทีเดียว มิหนำซ้ำยังมีกฎเกณฑ์ต้าเต๋าอยู่ภายในอีกด้วย

ลูกน้องของสี่ตระกูลใหญ่พวกนั้น ไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง ต่อให้ตอนนี้หงซานเหอสั่งให้เครื่องบินลาดตระเวนถ่ายทอดสดเหตุการณ์ปัจจุบันมาให้ดูก็ตาม พวกเขายังคงไม่เชื่อเช่นเดิม

นี่เป็นการสวนทางกับความรู้ของพวกเขามากเกินไปจริงๆ

“ของปลอม ของปลอม! ท่านหง คุณไปเอาเทปพวกนี้มาจากไหนกัน แต่ก็เหมือนของจริงซะด้วย!” มีคนหนึ่งพูดเยาะเย้ย

หงซานเหอทำเสียงฮื่อใส่ แล้วพูดโทรศัพท์กลับไปให้ผู้ควบคุมว่า “ถ่ายต่ำลงหน่อย ซูมเข้าไปใกล้ แล้วถ่ายธงสัญลักษณ์เรือนอทิลัสที่ลอยอยู่บนผิวทะเลนั้นด้วย!”

บนจอภาพนั้น กล้องจากเครื่องบินลาดตระเวนก็รีบก้มต่ำลงทันที แล้วถ่ายภาพธงสัญลักษณ์เรือนอทิลัสให้ทุกคนได้เห็น

มีคนตะโกนพูดด้วยความตกใจว่า “เป็นธงสัญลักษณ์ของเรือนอทิลัสจริงด้วย หรือว่าที่ท่านหงพูดจะเป็นจริง!”

“แต่ว่า เป็นพลังแรงอะไรกันแน่ถึงกับถล่มเรือนอทิลัสให้จมลงไปได้? นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”

หงซานเหอกวาดสายตาไปยังผู้คน แล้วพูดเสียงดังว่า “ตอนนี้ยังมีใครสงสัยคำพูดของฉันอีกหรือไม่?”

ภายในห้องโถงใหญ่ไม่มีใครพูดอะไร

มองดูว่าไม่มีใครโต้เถียงอะไรอีกแล้ว หงซานเหอจึงออกคำสั่งทางโทรศัพท์ว่า “เครื่องบินลาดตระเวนกลับได้!”

กล้องค่อยๆห่างจากผิวทะเลออกไป เครื่องบินลาดตระเวนเริ่มถอยกลับแล้ว

หงซานเหอมองดูทุกคน แล้วพูดว่า “พวกคุณอยากจะรู้ใช่ไหมว่า ใครที่มีพลังแรงขนาดนี้ที่สามารถถล่มเรือนอทิลัสให้จมลงไปภายในเวลาไม่กี่นาทีได้?”

พอพูดคำพูดนี้ออกไป สายตาทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่มองไปยังหงซานเหอ

แม้แต่พวกหวางจิงหลงเจ้าบ้านสี่ตระกูลใหญ่ทั้งหลายต่างก็มองไปยังหงซานเหอทั้งนั้น

หงซานเหอจู่ๆก็พูดด้วยเสียงสูงดังฟังชัดขึ้นว่า “คนคนนี้ก็คือหลินชางฉองที่พวกคุณอยากจะมอบให้กับอเมริกาไง!”

“ลำพังเขาเพียงคนเดียว ก็สามารถต่อต้านกองทัพเรือรบของอเมริกาได้แล้ว!”

ทุกคนในที่นั้นต่างก็ช็อกกันไปหมด!

ในเวลานี้ ไม่มีใครสักคนที่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย

คนเดียว สามารถต่อกลอนกับกองทัพเรือรบได้ทั้งหมด!

คนอย่างนี้ ก็จะต้องเป็นบุคคลล้ำค่าระดับประเทศอย่างแน่นอน เมื่อครู่นี้พวกเขาถึงกับโวยวายจะให้ส่งคนเช่นนี้ไปมอบให้กับศัตรูอีกด้วย

ความผิดเช่นนี้เทียบเท่ากับกบฏทรราชของแผ่นดินเลยทีเดียว!

หงซานเหอพูดด้วยเสียงเยาะเย้ยอีกครั้งว่า “ตอนนี้ พวกคุณรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมคนพวกนั้นถึงต้องเจาะจงให้มอบหลินชางฉองออกมา?”

“เพราะว่าพวกเขากลัว พวกเขาเห็นภัยคุกคามที่แฝงอยู่ในตัวของหลินชางฉองแล้ว ดังนั้นต่อให้พวกเขาจะหน้าหนาหน้าทนยังไง ก็จะต้องทำลายเทพแห่งสงครามคนใหม่ของประเทศจีนเราให้ได้!”

“ส่วนพวกคุณก็เกือบจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูแล้ว!”

คำพูดเหล่านี้ทำให้คนในพรรคฝ่ายสี่ตระกูลใหญ่พวกนั้น หน้าแดงหูแดงกันไปหมด พูดอะไรไม่ออก

ถูกต้อง พวกเขาเกือบจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้ว พลังความสามารถอันน่าทึ่งของหลินชางฉองเช่นนี้ ลำพังคนเดียวก็สามารถสู้กับทั้งประเทศได้แล้ว!

คนเช่นนี้ พลังแรงยังแข็งแกร่งกว่าอาวุธนิวเคลียร์เสียอีก นี่คือคลังอาวุธนิวเคลียร์ที่เคลื่อนที่ได้!

“ตอนนี้ยังมีใครคิดอยากจะส่งมอบหลินชางฉองออกไปอีกไหม!” หงซานเหอทิ้งคำพูดเด็ดเดี่ยวไว้เป็นครั้งสุดท้าย

คำพูดนี้ก็เหมือนฝ่ามือที่ตบลงบนหน้าคนพวกนั้นอย่างแรง จนทำให้คนพวกนี้หน้าแตกยับเยินไปหมด

พวกเขายังจะกล้าพูดอะไรออกมาอีก ถ้าหากในเวลานี้ยังมีคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ งั้นก็เท่ากับเป็นกบฏทรราชแผ่นดินแล้ว

เจ้าบ้านทั้งสี่ตระกูลใหญ่ต่างก็มีสีหน้าบึ้งตึง ทั้งรู้สึกช็อกและโกรธแค้น

รู้สึกช็อกที่พลังความสามารถของหลินหยุนถึงกับแข็งแกร่งได้ถึงระดับนี้แล้ว

โกรธแค้นที่ว่าคำพูดของหงซานเหอพวกนี้เท่ากับเป็นการตบหน้าพวกเขาต่อหน้าธารกำนัล พวกเขาดูเหมือนคนบาปที่เป็นกบฏทรราชของแผ่นดินไปแล้ว

สุดท้ายแล้วประธานาธิบดีจีนก็เป็นคนที่ลุกขึ้นมาสรุปผลทุกอย่าง

“พอกันเถอะ ในเมื่อคนของอเมริกาก็ถอยกลับไปหมดแล้ว งั้นเรื่องนี้ก็สิ้นสุดเพียงแค่นี้ก็แล้วกัน!”

“ถ้าไม่มีเรื่องอื่นอีกละก็ งั้นก็เลิกประชุมได้!”

“นับจากวันนี้เป็นต้นไป หลินหยุนก็คือเทพแห่งสงครามคนใหม่ของประเทศจีนเรา!”

……

ในขณะที่หลินหยุนมุ้งหน้าไปยังเขตพื้นที่ทะเลทางใต้นั้น พวกสายลับจำนวนหนึ่งที่คอยสอดแนมอยู่ในชางฉองกรุ๊ปมาเป็นเวลานานแล้ว ก็รีบส่งข่าวไปรายงานคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขาทันที

หลอหยวนป้าเจ้าสำนักน้อยแห่งสำนักชิงชางพาคนมาด้วยตัวเอง เมื่อมาถึงชางฉองกรุ๊ปแล้วก็ชิงตัวนิ่งโหย่วหรงไป

ถึงแม้ว่าซูจื่อเหลียงได้ทำร้ายผู้อาวุโสของสำนักชิงชางสองคนจนได้รับบาดเจ็บ แล้วสามารถคุ้มกันหวางซูเฟินไว้ได้ก็ตาม แต่กลับช่วยนิ่งโหย่วหรงไว้ไม่ได้

หลินหยุนเพิ่งจะมาถึงเขตพื้นที่ทะเลทางใต้ ก็ได้รับโทรศัพท์ของหวางซูเฟินแล้ว เมื่อรู้ว่ามีคนถึงกับกล้ามาชิงตัวคนในชางฉองกรุ๊ปแล้ว ในใจหลินหยุนก็เกิดจิตสังหารขึ้นอย่างท่วมท้น

ดังนั้น เขาก็รีบจัดการกับเรือนอทิลัส แล้วไม่ยอมหยุดยั้งใดๆเลย รีบกลับมาที่ชางฉองกรุ๊ปทันที

ถ้าหากไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ละก็ ความจริงแล้วเรือรบลาดตระเวนที่เหลือพวกนั้นก็อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้เลย

หลังจากที่หลินหยุนกลับมาถึงชางฉองกรุ๊ปแล้ว นอกจากมีพนักงานบางคนที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว โดยทั่วไปก็ไม่มีอะไรเสียหาย

เพียงแต่ว่านิ่งโหย่วหรงถูกจับตัวไปแล้ว

ซูจื่อเหลียงสีหน้าละอายใจ โค้งตัวลงแล้วพูดว่า “อาจารย์ครับ ลูกศิษย์ไร้ความสามารถขอให้ท่านลงโทษด้วย!”

หวางซูเฟินพูดว่า “นี่จะไปโทษคุณซูไม่ได้หรอก คนพวกนั้นพอมาถึงก็จู่โจมเข้าหาฉันอย่างบ้าคลั่ง คุณซูก็ปกป้องฉันอยู่ข้างกายตลอดเวลา คิดไม่ถึงว่านี่เป็นแผนล่อเหยื่อของพวกเขา เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาก็คือนิ่งโหย่วหรงนั่นเอง!”

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง