จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1058

22 มีนาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ – บทที่ 1058 ฐานะของผู้นำองค์กรเทพมรณะ

คาร์นอตวิลเลียมสีหน้าตื่นตกใจ “เป็นเวทมนตร์จริงๆด้วย เวทมนตร์นี้ล้ำเลิศจริงๆเลย!”

ผู้นำองค์กรเทพมรณะหัวเราะแฮะๆ มือทั้งสองผลักออกไปอย่างแรง หมัดของหลินหยุนนั้นถึงกับถูกเขาผลักกลับไปได้

“ในเมื่อแกดูออกแล้ว งั้นก็ช่างมันเถอะ”

พอพูดจบ ผู้นำองค์กรเทพมรณะก็โบกมือขึ้น ผู้นำองค์กรเทพมรณะอีกคนหนึ่งถึงกับเหาะเข้ามาหาเขา สุดท้ายแล้วก็หลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นคนคนเดียวกัน

คาร์นอตวิลเลียมเบิ่งตาโตทั้งสองข้าง แล้วพูดอย่างสงสัยว่า “นี่ไม่เหมือนกับเป็นเวทมนตร์ แต่กลับเหมือนโคลนเงาโลหิตของเผ่าโลหิตพวกเราเลย!”

“แต่ว่า ก็ไม่ค่อยเหมือนเสียทีเดียว”

หลินหยุนพูดว่า “นี่ก็คือวิชาแยกร่างของเผ่าโลหิตพวกคุณ แต่ว่า เขาเพียงแค่ปรับเปลี่ยนไปบางส่วน ทำให้ดูเหมือนใช่แต่กลับไม่ใช่”

เมื่อฟังคำอธิบายของหลินหยุนแล้ว คาร์นอตวิลเลียมก็มั่นใจแล้วว่า นั่นก็คือโคลนเงาโลหิตของเผ่าโลหิตนั่นเอง

“แกเป็นใครกันแน่?” คาร์นอตวิลเลียมตะคอกถามพูดด้วยเสียงเข้ม

ผู้นำองค์กรเทพมรณะหัวเราะแฮะๆ “ฉันบอกแล้วไง แกคงไม่อยากรู้หรอก”

“งั้นแกก็ไปตายซะ!” หลินหยุนพูดอย่างเรียบๆ แล้วชกหมัดออกไปอีกหนึ่งที

ผู้นำองค์กรเทพมรณะพูดเยาะเย้ยว่า “หลินชางฉอง ถึงแม้ว่าพละกำลังของแกไม่เลวก็จริง แต่ว่าถ้าคิดจะฆ่าฉันละก็ แกยังคงทำไม่ได้หรอก”

ผู้นำองค์กรเทพมรณะไม่ได้ถอยหนี แต่กลับชกหมัดสวนออกไปยังหลินหยุน

หมัดของเขานั้น เปล่งประกายแสงสว่างสีแดงสลับดำออกมา ดูไปแล้วน่าเกรงขามไม่น้อยเลย

คาร์นอตวิลเลียมเมื่อเห็นฉากนี้แล้ว ก็ตะโกนพูดด้วยความตกใจอีกครั้งว่า “วิชาเวทต์โลหิต!”

“นี่เป็นเคล็ดวิชาของเผ่าโลหิต!”

ผู้นำองค์กรเทพมรณะหัวเราะแฮะๆ ไม่ได้ตอบอะไร หมัดของเขานั้นก็มาปะทะกับหมัดของหลินหยุนเข้าอย่างจัง

โป้ง!

หมัดทั้งสองปะทะกัน หลินหยุนถึงกับถูกกระแทกถอยหลังไปหลายก้าว แต่ผู้นำองค์กรเทพมรณะกลับถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป ชนกับรูปปั้นแล้วจึงจะหยุดลงได้

ถึงแม้ว่าดูภายนอกแล้วหลินหยุนจะได้เปรียบก็จริง แต่ว่าผู้นำองค์กรเทพมรณะสามารถแข็งขืนรับหมัดของหลินหยุนไว้ได้ แสดงให้เห็นถึงพละกำลังอย่างน้อยก็ถึงแดนเทพสูงสุดแล้ว

“ไอ้หนุ่ม แกเป็นนักบู๊ชาวจีนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา!”

“แน่นอน นอกจากผู้หญิงคนนั้นแล้ว!”

ดวงตาทั้งสองที่ส่องประกายแสงสีแดงของผู้นำองค์กรเทพมรณะที่เผยออกมาให้เห็นนั้น จู่ๆก็ส่องประกายระยิบระยับออกมา จนทำให้รู้สึกว่าในขณะที่เขาพูดถึงผู้หญิงคนนั้น สีหน้าท่าทางน่าจะเคร่งขรึมมาก

หลินหยุนสะดุ้งเล็กน้อย แล้วถามว่า “ผู้หญิงคนนั้นที่แกพูดถึง ก็คือผู้หญิงที่บรรพบุรุษ เผ่าโลหิตพูดถึงคนนั้นใช่ไหม?”

ผู้นำองค์กรเทพมรณะไม่ได้ปิดบังอะไร ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถูกต้อง ก็คือผู้หญิงคนนั้น”

สายตาหลินหยุนลึกล้ำ จ้องมองผู้นำองค์กรเทพมรณะอย่างไม่ละสายตา “แกรู้จักผู้หญิงคนนี้ขนาดไหนกัน?”

ผู้นำองค์กรเทพมรณะพูดว่า “ฉันรู้ว่าแกอยากจะสืบหาข้อมูลข่าวสารของผู้หญิงคนนั้นจากปากของฉัน แต่ว่าแกจะต้องผิดหวังแล้วล่ะ ฉันรู้จักผู้หญิงคนนั้นก็แค่ดูมาจากบันทึกพวกนั้นเท่านั้นเอง”

“ฉันรู้แต่ว่า ผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งจนเทพเจ้าประจำทั้งสิบสองยังเทียบทันไม่ได้เลย”

คาร์นอตวิลเลียมพูดด้วยอาการช็อกว่า “ผู้หญิงคนหนึ่งที่แข็งแกร่งจนบรรดาเทพทั้งหลายยังตื่นกลัวเลย!”

หลินหยุนก็ยิ่งเกิดความสงสัยว่า ผู้หญิงคนนั้นก็คือเทพจันทรา

อีกอย่างเทพจันทราก็เป็นไปได้ที่จะเป็นเย่เยว่

ถ้าหากเป็นเย่เยว่จริงละก็ ด้วยพละกำลังของเธอ เทพเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธออย่างแน่นอน

แต่ว่า ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาของหลินหยุนเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอะไรที่สามารถพิสูจน์ได้เลย

หลินหยุนพูดว่า “ในเมื่อแกไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง งั้นก็ไปตายได้แล้ว”

ผู้นำองค์กรเทพมรณะหัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า “ฉันบอกแล้วไงหลินชางฉอง ถึงแม้ว่าแกจะแข็งแกร่งมากก็จริง แต่ว่าแกก็ยังฆ่าฉันไม่ได้หรอก”

“ส่วนฉันสามารถแอบลอบฆ่าแกได้ทุกเวลาอย่างไม่หยุดหย่อน รวมทั้งญาติสนิทมิตรสหายของแกด้วย นอกจากว่าแกจะสามารถเฝ้าอยู่ข้างกายพวกเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาได้”

หลินหยุนสีหน้าเย็นชา “แกคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว”

พูดจบ เขาก็ยื่นมือออกไป ดาบเฮ่าเทียนก็ส่งเสียงคำรามเล็กน้อย ลอยวนอยู่ห่างจากตรงหน้าเขาออกไปสามเมตร เปล่งประกายแสงสีแดงที่น่ากลัวออกมา

ดวงตาทั้งคู่ของผู้นำองค์กรเทพมรณะก็ส่องแสงสีแดงสว่างจ้าขึ้น พูดด้วยเสียงตกใจว่า “ดาบบิน!”

“แกกับผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์อะไรกัน?”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบโต้ของผู้นำองค์กรเทพมรณะที่รุนแรงเช่นนี้ หลินหยุนก็รู้สึกเชื่อมั่นในการคาดเดาของตัวเองมากยิ่งขึ้นแล้ว

ผู้หญิงคนนั้นสามารถใช้ดาบบินได้ จะต้องเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่แท้จริงคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนในโลกใบนี้ หลินหยุนก็ได้เคยเห็นแค่คนเดียว นั่นก็คือหญิงชุดดำที่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขาคนนั้น

แต่ว่า ความเป็นมาและวิทยายุทธ์ของหญิงชุดดำคนนั้น เมื่อเทียบกับวรยุทธ์ของโลกบำเพ็ญเซียนที่เขาเคยสัมผัสมานั้นยังห่างไกลกันอีกมาก ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วก็คงต้องตัดทางสายหญิงชุดดำคนนั้นออกไปได้เลย

นอกเหนือจากนี้แล้ว หลินหยุนก็ไม่เคยเห็นผู้บำเพ็ญเซียนที่ได้รับการสืบทอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้เลย

แต่ว่า ถ้าหากเย่เยว่ก็ได้มาเกิดใหม่ในชาตินี้พร้อมกับเขาแล้ว เช่นนั้นแล้วทุกอย่างก็สามารถอธิบายได้อย่างกระจ่างชัดขึ้น

หลินหยุนมองดูผู้นำองค์กรเทพมรณะอย่างเยือกเย็น “รีบบอกสิ่งที่แกรู้ออกมาให้หมด ไม่งั้นละก็ ต่อไปจะไม่มีโอกาสพูดอีกแล้ว”

ผู้นำเทพมรณะพูดเยาะเย้ยว่า “ต่อให้แกกับผู้หญิงคนนั้นเป็นคนประเภทเดียวกันก็ตาม แต่ยังไงแกก็ไม่ใช้เธอ ฉันก็อยากรู้จริงๆว่าคนอย่างพวกแกทำไมถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าเทพเจ้าประจำทั้งสิบสองได้”

“ถ้าสามารถจับกุมแกได้ ฉันก็สามารถหาสาเหตุต้นตอจากตัวแกได้ ต่อไปในอนาคต ฉันก็จะสามารถอยู่เหนือเทพเจ้าประจำทั้งหมดได้”

“แกไม่มีโอกาสอีกแล้ว” หลินหยุนพูดอย่างเย็นชา จากนั้นประกายแสงสีแดงของดาบเฮ่าเทียนก็สว่างจ้ามากขึ้น

“ข้ามีหนึ่งกระบี่ที่ทลายนภาได้!”

มีเสียงดังกังวานขึ้นราวกับมาจากเบื้องบนสวรรค์ชั้นเก้า หลินหยุนไม่ได้ออมมือเลย ส่งต่อพลังแรงอย่างเต็มที่ไปยังดาบทะลุสวรรค์ทั้งหมด

อีหลิงรอไม่ไหวแล้ว ดังนั้นเขาจำเป็นจะต้องเร่งความเร็วให้ไวขึ้น

แสงประกายสีแดงในดวงตาของผู้นำองค์กรเทพมรณะก็สว่างจ้ามากขึ้นเช่นกัน มองดูกระบี่ที่สะท้านฟ้าของหลินหยุนนั้น ในความหวาดกลัวก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น

“พลังแรงที่แข็งแกร่งมาก ถึงแม้ว่าพลังแรงของแกตอนนี้ยังไม่สามารถอยู่เหนือเทพเจ้าประจำก็ตาม แต่ว่าถ้าหากให้แกเติบโตต่อไปเรื่อยๆละก็ แกก็น่าจะอยู่เหนือเทพเจ้าประจำได้จริงๆ”

“ฉันแปลกใจมากจริงๆ ในตัวของแกมีอะไรอยู่กันแน่ จึงสามารถทำให้คนธรรมดาที่มีอายุเพียงแค่ไม่กี่สิบปีอย่างแกนี้ สามารถมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้!”

พูดจบเขาก็กางแขนทั้งสองออกมาอย่างแรง ทำท่าทางโอบกอดท้องฟ้าไว้

“ขุมนรกทะเลเลือด!”

เปรี้ยง!

ร่างกายของผู้นำองค์กรเทพมรณะก็ระเบิดลำแสงสีแดงเข้มข้นออกมากลุ่มหนึ่ง ลำแสงสีแดงนั้น ชั่วพริบตาเดียวก็ปกคลุมไปเกือบครึ่งวังใต้ดินแล้ว รวมทั้งล้อมรอบหลินหยุนและคาร์นอตวิลเลียมไว้อยู่ภายใน

คาร์นอตวิลเลียมตะโกนพูดด้วยความตกใจว่า “ขุมนรกทะเลเลือด นี่เป็นพลังวิเศษของบรรพบุรุษเผ่าเลือด แกก็คือแกรนด์ดยุกแดร็กคิวล่า!”

แต่ว่าเสียงตะโกนของคาร์นอตวิลเลียมก็ถูกลำแสงสีแดงที่ไร้ขอบเขตกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว ลำแสงสีแดงนั้นก็เหมือนกับมหาสมุทรสีเลือด ดูราวกับว่ามีพลังที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างได้ รวมทั้งเสียงด้วย

แต่ว่า หลินหยุนก็ยังคงได้ยินเสียงตะโกนร้องของคาร์นอตวิลเลียม

เขาก็รู้สึกแปลกใจมาก คิดไม่ถึงว่าผู้นำขององค์กรเทพมรณะถึงกับเป็นแกรนด์ดยุกแดร็กคิวล่าไปได้

แต่ว่าเมื่อคิดดูอีกที ก็ยังคงอยู่ในการคาดหมายเช่นกัน

เผ่าโลหิตที่มีพลังอำนาจพิเศษที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ในฐานะที่เป็นตระกูลใหญ่ที่สุดในเผ่าโลหิต ทำไมแกรนด์ดยุกแดร็กคิวล่าถึงไม่อยากจะมีอาชีพเสริมอะไรบ้างล่ะ?

แต่ที่ทำให้หลินหยุนเซอร์ไพรส์ที่สุดก็คือ มหาสมุทรสีเลือดที่อยู่ตรงหน้านั้น ถึงกับกลืนกินดาบทะลุสวรรค์ของเขาไปด้วย

ดาบนั้นถึงแม้จะแข็งแกร่งก็ตาม แต่ว่าเมื่อเผชิญกับทะเลสีเลือดที่ไร้พรมแดนเช่นนี้ ก็เหมือนกับเรือบรรทุกเครื่องบินลำหนึ่งกำลังแล่นอยู่กลางทะเล เมื่อต้องเผชิญกับมหาสมุทรที่ไร้พรมแดน ก็ย่อมต้องสูญเสียพลังไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถึงแม้ว่าพละกำลังของดยุก แดร็กคิวล่ายังแข็งแกร่งสู้พละกำลังของหลินหยุนไม่ได้ก็จริง แต่ว่าในบางครั้งปริมาณจำนวนมากก็สามารถแทนที่คุณภาพได้เช่นกัน

“ฮ่าๆๆ ฉันบอกแล้วไงว่า แกไม่อยากรู้ฐานะของฉันหรอก ตอนนี้แกเชื่อแล้วยังล่ะ!”

คาร์นอตวิลเลียมตกอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรสีเลือด รู้สึกถึงลำแสงสีแดงที่อยู่รอบๆตัวพวกนั้น ก็เหมือนกับปลิงตัวใหญ่จำนวนมาก ที่กำลังจะดูดกินเลือดเนื้อและพลังของเขาจนหมดสิ้น

เขาพยายามต่อต้านการกัดกร่อนของทะเลเลือด พลางพูดตะคอกด้วยเสียงโกรธแค้นว่า “แกรนด์ดยุกแดร็กคิวล่า ฉันในฐานะเป็นฝ่าบาท ขอสั่งให้แกหยุดทุกอย่างเดี๋ยวนี้

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง