จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1047

20 มีนาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ – บทที่ 1047 ตระกูลแดร็กคิวล่าผู้ยิ่งใหญ่

ฟาวล์เคสเหมือนจะยังไม่เข้าใจสภาพเหตุการณ์ในขณะนี้ ซึ่งเห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าคาร์นอตวิลเลียม

ดูถูกเจ้าบ้านตระกูลจอร์จของพวกเขาอยู่

แต่ว่า ทำไมพ่อของเขาต้องตบเขาด้วย?

จอร์จ พีเทอะที่อ้วนกลมนั้นโมโหจนตัวสั่นไม่หยุด เขาจับไปที่ผมของฟาวล์เคส แล้วตะโกนเสียงดัง

ใส่: “แกไอ้เด็กโง่ แกมองดูให้ชัดเจนว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของแกนั้นเป็นใคร! ”

“เปิดตาของแกให้กว้างขึ้นแล้วมองดูให้ชัดเจน เขาคือฝ่าบาทตระกูลแดร็กคิวล่า! ”

ฟาวล์เคสตกใจขึ้นทันที จากนั้นก็หัวเราะเหอะเหอะแล้วพูดว่า: “คุณพ่อ ท่านอย่าได้มาล้อเล่น

กับฉัน ตระกูลแดร็กคิวล่า นั่นเป็นถึงตระกูลที่เก่าแก่และลึกลับที่สุดในตำนาน และเป็นตระกูล

ขนาดใหญ่สามอันดับแรกของตระกูลทั้งหมดในตะวันตก”

“ฝ่าบาทตระกูลแดร็กคิวล่า จะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

ตุบ!

จอร์จ พีเทอะตบไปที่ศีรษะของฟาวล์เคสอีกครั้ง และตวาดใส่ว่า: “ใครล้อเล่นกับแกล่ะ เปิดตาของแกให้กว้างขึ้นแล้วมองดูให้ชัดเจน”

ขณะที่พูด จอร์จ พีเทอะก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเปิดรูปถ่ายหนึ่งขึ้น วางไว้ตรงหน้าของ

ฟาวล์เคส

ฟาวล์เคสตกตะลึงอย่างมาก มองเปรียบเทียบคาร์นอตวิลเลียมกับคนในรูปถ่ายนั้นอย่างละเอียด จากนั้นก็ทรุดตัวลงไปที่พื้นด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว

“ใช่ฝ่าบาทจริง ๆ ด้วย! ”

“ท่านเทพแห่งสว่างที่เคารพ ฉันไม่ได้จงใจที่จะล่วงเกินฝ่าบาท ขอให้ฝ่าบาททรงเมตตาประทาน

อภัยต่อความผิดของฉันด้วย! ”

ฟาวล์เคสคุกเข่าลงต่อหน้าของคาร์นอตวิลเลียม ลักษณะท่าทางต่ำต้อยราวกับทาส

ในฐานะที่เป็นถึงตระกูลใหญ่สามอันดับแรกในฝรั่งเศส ซึ่งตระกูลจอร์จก็รับรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี

ถึงตระกูลที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่เหล่านี้

แม้ว่าพวกตระกูลใหญ่เหล่านี้จะชอบเก็บตัวอยู่ในที่ลับ แต่ว่า พวกเขากลับเป็นผู้ควบคุมชะตาชีวิต

กว่าครึ่งหนึ่งของโลก

ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลจอร์จ ในสายตาของคนภายนอกแล้ว ก็ถือว่ายิ่งใหญ่อย่างมาก แต่เมื่อ

นำไปเปรียบเทียบกับตระกูลที่เก่าแก่และลึกลับเหล่านั้น ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลจอร์จนี้

กลับอ่อนแอเหมือนเด็กทารกโดยสิ้นเชิง

คนของตระกูลจอร์จเองก็เข้าใจตรงจุดนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเจ้าบ้านตระกูลจอร์จคนนั้น พูดตามตรงก็คือคนรับใช้ของตระกูลแดร็กคิวล่านั่นเอง

พวกเขานับถือตระกูลแดร็กคิวล่าเป็นพระเจ้า สำหรับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่บางคนในตระกูล

แดร็กคิวล่าแล้ว พวกเขาต่างก็เก็บรูปถ่ายเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานดูถูกเหยียดหยาม

บุคคลผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจ

แต่ว่า เด็กหนุ่มอย่างฟาวล์เคสกลับไม่ได้สนใจ โดยที่ไม่เคยเห็นรูปถ่ายบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่ทาง

ตระกูลมอบให้กับเขามาก่อน

ดังนั้น จึงไม่รู้จักคาร์นอตวิลเลียม

คาร์นอตวิลเลียมไม่ได้สนใจฟาวล์เคสที่กำลังคุกเข่าก้มศีรษะอ้อนวอน แต่มองไปยังจอร์จ พีเทอะ: “ไอ้เด็กที่ไม่ได้เรื่องได้ราวที่มีตาแต่หามีแววไม่อย่างนี้ ตระกูลจอร์จไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้อีก

ต่อไปแล้ว”

จอร์จ พีเทอะตัวสั่นและพูดขึ้นว่า: “รับทราบ ฉันจะขับไล่เขาออกไปจากตระกูลจอร์จเดี๋ยวนี้”

ฟาวล์เคสถึงกับทรุดตัวลงไปกองกับพื้นเลย

คาร์นอตวิลเลียมมองไปยังเจซันที่กำลังตะลึงงัน

เจซันตกใจจนขาแข้งอ่อนไปหมด แทบจะคุกเข่าลงไปบนพื้นแล้ว

“ยังดีที่เมื่อครู่ฉันไม่ได้โทรศัพท์เรียกคนมา ไม่อย่างนั้นชะตากรรมของฉันในตอนนี้ก็คงจะ

เหมือนกับเจ้าโง่ฟาวล์เคสเป็นแน่”

“มันช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ฝ่าบาทตระกูลแดร็กคิวล่าในตำนาน คิดไม่ถึงว่าจะปรากฏตัวอยู่บน

ท้องถนนในปารีสได้! ”

เย่จื่อเชี่ยนตกตะลึง กระซิบพูดกับหลินหยุนว่า: “ปรมาจารย์หลิน เพื่อนคนนี้ของคุณ มีเบื้องหลัง

ที่ยิ่งใหญ่มากเลยทีเดียว”

หลินหยุนพูดว่า: “พอใช้ได้! ”

คาร์นอตวิลเลียมมองไปยังจอร์จ พีเทอะอีกครั้ง และถามว่า: “นายรับรู้ความเคลื่อนไหวของ

ตระกูลแดร็กคิวล่าในช่วงนี้บ้างไหม? ”

จอร์จ พีเทอะพลันมีสีหน้าท่าทางที่หวาดวิตก: “ฝ่าบาท ท่านอย่าได้เข้าใจผิดไป ตระกูลจอร์จ

ต่างเป็นคนรับใช้ที่จงรักภักดีที่สุดต่อตระกูลแดร็กคิวล่าตลอดกาล จึงไม่กล้าที่จะแอบสอบถาม

รับฟังเรื่องราวของเจ้านายโดยเด็ดขาด”

“รูปถ่ายเหล่านั้น ก็ใช้สำหรับให้วัยรุ่นของตระกูลจอร์จได้รู้จัก โดยที่ไม่ได้มีความหมาย

อย่างอื่นเด็ดขาด”

คาร์นอตวิลเลียมเหลือบตาขาวใส่จอร์จ พีเทอะ และพูดขึ้นว่า: “ในช่วงที่ผ่านมาฉันอยู่ที่จีน

มาโดยตลอด จึงอยากที่จะรับทราบสภาพการณ์ความเคลื่อนไหวของตระกูลบ้าง นายไม่ต้อง

เคร่งเครียดขนาดนั้น”

ได้ยินคำพูดนี้ จอร์จ พีเทอะจึงเบาใจลงได้บ้าง

“ฝ่าบาท ฉันไม่รับทราบเรื่องราวของตระกูลแดร็กคิวล่าจริง ๆ ทำให้ท่านต้องผิดหวังแล้ว”

คาร์นอตวิลเลียมส่ายมือไปมา: “ช่างมันเถอะ ถามนายไปก็คงจะไม่ได้รับเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ เดี๋ยวฉันกลับไปดูเองก็แล้วกัน! ”

จอร์จ พีเทอะน้อมตัวลง และพูดขึ้นอย่างเคารพว่า: “อย่างนั้นฉันขอไปส่งฝ่าบาท”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไปกับเพื่อนของฉันเอง” คาร์นอตวิลเลียมปฏิเสธ

“ไปกันเถอะ! ” คาร์นอตวิลเลียมพูดกับหลินหยุน

หลินหยุนมองไปที่เย่จื่อเชี่ยน ไม่ทันรอให้เขาพูด เย่จื่อเชี่ยนก็ถามขึ้นอย่างเศร้าโศกว่า: “พวกคุณจะไปแล้วเหรอ? ”

“อืม” หลินหยุนพยักหน้า

“พวกเราจะได้พบเจอกันอีกไหม? ” เย่จื่อเชี่ยนมองไปที่หลินหยุน ด้วยแววตาที่คาดหวัง

ถ้าหากไม่เกิดปัญหาอะไร คาดว่าคงจะไม่ได้พบเจอกันที่ฝรั่งเศสอีกแล้ว

แต่ว่า เมื่อเห็นแววตาที่คาดหวังของสาวน้อย หลินหยุนก็ทนไม่ได้ที่จะปฏิเสธ

“หากมีโอกาสคงได้พบเจอกันอีกครั้ง”

“ดูแลรักษาตัวเองให้ดี”

“ดูแลรักษาตัวเองให้ดี”

หลินหยุนกับคาร์นอตวิลเลียมก็จากไป ซึ่งเมื่อห่างออกมามองไม่เห็นเย่จื่อเชี่ยนแล้ว หลินหยุน

พบว่า วิญญาณที่ทรงพลังในจี้หยกที่อยู่ในแหวนเก็บของนั้น ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรแล้ว

“ดูเหมือนว่า จี้หยกชิ้นนี้ปรากฏขึ้นที่ร่างของเย่จื่อเชี่ยน ไม่ใช่ความบังเอิญเป็นแน่”

“บางที วิญญาณทรงพลังที่หลับใหลอยู่ภายในนั้น มีความสัมพันธ์บางอย่างกับเย่จื่อเชี่ยน”

แม้ว่าหลินหยุนจะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ว่า จากพลังความสามารถของเขาในตอนนี้ ยังคงไม่สามารถ

ทำอะไรกับวิญญาณดวงนั้นได้

อีกทั้งอาการป่วยของอีหลิงไม่สามารถที่จะปล่อยยืดเยื้อออกไปได้ จำเป็นจะต้องรีบหาสิ่งของ

ที่มีพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ให้ได้โดยเร็ว เพื่อกลั่นยาวิสุทธิ์ใจ รักษาอีหลิง

หลินหยุนติดตามคาร์นอตวิลเลียม มุ่งหน้าไปยังตระกูลแดร็กคิวล่า

และในขณะนี้เองบนเกาะเล็กที่รกร้างเปล่าเปลี่ยวแห่งหนึ่งบริเวณด้านข้างของทะเลดำ บนเกาะ

แห่งนี้มีรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือพลูโตในตำนานเล่าขานของตะวันตก

แนวป้องกันของเกาะแข็งแกร่งอย่างมาก บนเกาะมีสิ่งของไฮเทคจำนวนมากมาย บางอย่างแม้ใน

กองทัพโลกก็ยังไม่มีเช่น เรดาร์ล้ำยุค ระบบต่อต้านขีปนาวุธทางอากาศ ต่างก็มีจัดวางเรียงรายอยู่

บนเกาะแห่งนี้

แม้ว่าสหรัฐอเมริกาที่มีเทคโนโลยีทางทหารที่ทันสมัยที่สุด ก็ยังไม่สามารถที่จะจัดวางแนวป้องกัน

ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ บนเกาะที่เปล่าเปลี่ยวห่างไกลที่อยู่บนตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ถือว่า

ไม่สำคัญมากนัก

แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือ มีระบบการป้องกันที่ทันสมัยขนาดนี้ แต่บนเกาะนั้นกลับไม่มีสิ่งก่อสร้าง

มากเท่าไร ซึ่งนอกจากรูปปั้นพลูโตนั้นแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญโดดเด่นอะไรเลย

แต่ว่า ด้านล่างภายใต้รูปปั้นพลูโตขนาดใหญ่นั้น มีประตูทางเข้าที่กว้างประมาณสองเมตร และสูง

สามเมตร

วังใต้ดินขนาดใหญ่มหึมานั้น อยู่ด้านล่างของรูปปั้นพลูโตขนาดใหญ่นี้

ที่นี่ก็คือองค์กรนักฆ่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในระดับสากล เทพมรณะ

ภายในวังใต้ดิน ก็มีรูปปั้นพลูโตขนาดเล็ก ด้านหน้าของรูปปั้น มีกระถางไฟขนาดใหญ่ ภายใน

มีเปลวไฟสีฟ้าลุกโชติช่วง ส่องสว่างภายในวังใต้ดินจนเกิดเป็นบรรยากาศที่น่ากลัว

ชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำ ยืนอยู่ด้านล่างของรูปปั้นพลูโต แล้วมองไปยังหลายเงาร่างที่อยู่

ในชุดสีดำเหมือนกันที่อยู่ด้านหลังของกระถางไฟ และพูดขึ้นด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า: “หลินชางฉอง

มาแล้ว”

แม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะแหบแห้งจนแทบจะฟังไม่ออกถึงอารมณ์ความรู้สึก แต่ ทุกคนล้วนทราบดี

ว่าเขากำลังโมโห

ขณะเดียวกัน ภายใต้วังใต้ดินก็มีเจตนาสังหารที่แกร่งกล้าแผ่กระจายไปทั่ว ซึ่งพลังเหล่านี้เกิดขึ้น

จากพวกคนที่อยู่ในชุดคลุมสีดำเหล่านั้น

“ฆ่า! ”

“ฆ่ามัน! ”

เสียงตะโกนที่หนักแน่นดังขึ้นท่ามกลางวังใต้ดินที่หลอนและน่ากลัว

ชายในชุดคลุมสีดำที่อยู่ใต้รูปปั้นพลูโตนั้น พูดขึ้นว่า: “หลินชางฉองฆ่าคนของพวกเราไปเป็น

จำนวนมาก ในการต่อสู้ที่หุบเขาหิมะ นักฆ่าระดับ SS สองคนก็ถูกเขาฆ่าตาย ความแค้นนี้พวกเรา

องค์กรเทพมรณะจะต้องแก้แค้นให้ได้”

“ตอนนี้ ฉันประกาศว่า การลอบฆ่าหลินชางฉองเป็นภารกิจระดับ S ขั้นสุดยอดซึ่งถือเป็นภารกิจขั้น สูงสุดขององค์กรเทพมรณะ”

“ผู้ใดฆ่าหลินชางฉองได้ ก็จะขึ้นเป็นผู้นำขององค์กรเทพมรณะคนต่อไป

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง