จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ 1020

14 มีนาคม 2019   @admin  

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ – บทที่ 1020 ราชาองครักษ์ลับ

โคโมโดหันหน้าไปมองคนผู้นั้นอย่างเจ็บปวด และรีบตะโกนเรียกอย่างเคารพ: “ราชา ในที่สุดท่านก็มาแล้ว! ”

“ราชา ช่วยฉันด้วย! ” โคโมโดกล่าวอ้อนวอนขึ้นอย่างเจ็บปวดทรมาน

ราชาองครักษ์ลับไม่ได้สนใจเขา โดยที่สายตามองไปที่หลินหยุนอย่างสงบนิ่ง

“ออกไปจากรัสเซีย แล้วจะไว้ชีวิตของนาย! ”

น้ำเสียงของเขาเฉยชา เหมือนกับเสียงที่ดังออกมาจากเครื่องกล ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์

หลินหยุนเองก็มองไปที่เขาด้วยสีหน้าท่าทางที่เฉยเมยเช่นกัน

‘ฉวับ’ ดาบเฮ่าเทียนมีเสียงดังขึ้น และหลุดออกมาจากร่างของโคโมโด

โคโมโดร้องโอดครวญเสียงดัง และคุกเข่าลงไปที่พื้น

จากนั้น หลินหยุนถือดาบเฮ่าเทียน แล้วชี้ไปยังราชาองครักษ์ลับ: “แสดงให้ฉันดูหน่อยสิว่า นายมีคุณสมบัติอะไรถึงได้กล้าพูดแบบนี้”

เมื่อพูดจบ เงาร่างของราชาองครักษ์ลับก็หายวับไปในทันที

หลินหยุนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า

พบว่า เดิมทีท้องฟ้าที่สว่างจ้า กลับกลายเป็นมืดมิดขึ้นโดยพลัน

ม่านมืดขนาดใหญ่ บดบังแสงอาทิตย์ ปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า

จากนั้น ฝ่ามือโลหิตขนาดใหญ่ ก็ตบลงมาในทันที

โคโมโดท่าทางยำเกรง และพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า: “ตรามือโลหิต! ”

“ราชา ท่านให้เกียรติไอ้หนุ่มนี้เกินไปแล้ว เริ่มต้นก็ใช้ท่าไม้ตายเลย! ”

หลินหยุนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เวลานี้เขาเหมือนกับเรือที่โดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางพายุลมฝน สามารถประสบกับอันตรายจนพลิกคว่ำได้ทุกเมื่อ

“นึกไม่ถึงว่าคือเผ่าโลหิต! ”

“หากรู้ล่วงหน้าจะได้ให้คาร์นอตวิลเลียมมาด้วยแล้ว”

“แต่ว่า พลังความสามารถของเขานั้นเหนือกว่าคาร์นอตวิลเลียมมาก ดูเหมือนว่าคงจะดำรงชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน”

“น่าเสียดายที่ วันนี้นับว่าเป็นวันสิ้นสุดชีวิตของนายแล้ว! ”

เห็นฝ่ามือโลหิตขนาดใหญ่พุ่งลงมา หลินหยุนไม่ได้ร้อนรนอะไร โดยใช้ดาบเฮ่าเทียนชี้ไปยังฝ่ามือโลหิตที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้านั้น

ภาพเหตุการณ์นี้น่าสะเทือนใจหวั่นไหวยิ่งนัก

เหมือนกับว่าท้องฟ้าถล่มลงมาแล้ว มีนักรบผู้กล้าที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง ใช้พลังความสามารถของตน หนึ่งคนกับหนึ่งกระบี่ ค้ำยันท้องฟ้าผืนนี้เอาไว้

หลินหยุนที่อยู่เบื้องหน้าของฝ่ามือโลหิตขนาดใหญ่ มีขนาดเล็กนิดเดียวราวกับมด

ดาบเฮ่าเทียนในมือของเขานั้น ก็เหมือนกับหนวดของมดที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็นแต่ว่า หนวดของมดที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็นนั้น กลับต้านทานรองรับฝ่ามือโลหิตเอาไว้ได้ ไม่ปล่อยให้กล้ำกรายเข้ามาได้อีกแม้แต่น้อย

ม่านยักษ์มืดมิดกลางอากาศมีเสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังขึ้น

ทันใดนั้น ชี่ทิพย์จากฟ้าดินก็พลิกม้วนตัว ราวกับน้ำที่กำลังเดือด พุ่งตรงเข้าไปที่ฝ่ามือโลหิตนั้นได้รับพลังใหม่เข้ามาเสริม ตรามือโลหิตก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นไปอีก

ดาบเฮ่าเทียนเหมือนกับว่าจะต้านทานเอาไว้ไม่ไหวแล้ว จึงค่อย ๆ ลดตัวลงมา

เห็นว่าฝ่ามือโลหิตยิ่งเข้าใกล้หลินหยุนมากขึ้น โดยที่อยู่ห่างจากศีรษะของหลินหยุนไม่ถึงห้าเมตรแล้ว

ถ้าหากฝ่ามือโลหิตนั้นตบลงมา คงจะราวกับทั่วทั้งนภา หล่นทับลงมาที่ตัวของหลินหยุน

นั่นคงมีน้ำหนักที่มากเป็นหมื่นเป็นพันกิโลกรัมเลยทีเดียว!

แต่ ก็ไม่เห็นว่าหลินหยุนจะลงมือทำอะไร อยู่ดี ๆ ดาบเฮ่าเทียนก็เปล่งแสงอันโชติช่วงขึ้น

ลำแสงสีแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า นั่นคือพลังที่ปล่อยออกมาจากตัวของดาบเฮ่าเทียน นั่นคือชี่กระบี่ที่รวบรวมกฎเกณฑ์ต้าเต๋าเอาไว้

ตูม!

เหมือนกับว่าม่านกั้นได้ถูกทำลายลง ทั้งชั้นฟ้าชั้นดินล้วนสั่นสะเทือนเลือนลั่น

ลำแสงสีแดงนั้นทะลุทะลวงกลางฝ่ามือโลหิต โดยที่พลังอานุภาพไม่ลดลง และยังได้พุ่งทะลุไปที่ม่านฟ้าสีดำด้านหลังฝ่ามือโลหิตนั้นด้วย

“เอ่อ! ”

เสียงเจ็บปวดทรมานดังกึกก้องในชั้นฟ้าชั้นดิน ลำแสงชี่กระบี่จากดาบเฮ่าเทียนทะลุผ่านช่องอากาศสาดส่องลงมา ที่บนร่างของหลินหยุนพอดิบพอดี

หลินหยุนก็เหมือนกับดาราที่อยู่บนเวทีอันมืดมิด แล้วถูกส่องสว่างด้วยแสงจากสปอตไลท์ ซึ่งเจิดจ้าแพรวพราวอย่างมาก ดั่งองค์เทพจุติลงมาจากสวรรค์

เงาร่างของราชาองครักษ์ลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง ส่วนความมืดมิดในท้องฟ้าก็ค่อย ๆ เบาบางลง กลับมาสว่างสดใสอีกครั้งหนึ่ง

“กลับไปเถอะ นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน” หลินหยุนยิ้มเยาะ ดาบเฮ่าเทียนค่อย ๆ ลอยตัวขึ้น แล้วชี้ไปยังโคโมโดที่มีสีหน้าท่าทางตื่นตะลึง

โคโมโดยังคงอยู่ท่ามกลางความสะพรึงกลัว เขาไม่กล้าเชื่อว่า เมื่อครู่นี้นึกไม่ถึงว่าราชาองครักษ์ลับจะพ่ายแพ้ให้กับหลินหยุน

“นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน? ราชาของฉันคือผู้ที่มีพลังความสามารถสูงสุดมิอาจหาผู้ใดเปรียบได้ แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่จะมาพ่ายแพ้ให้กับหลินชางฉอง! ”

หลินหยุนไม่พูดไม่จา แล้วก็ได้กวัดแกว่งกระบี่พุ่งโจมตีอีกครั้ง

แต่ทว่า เงาร่างของราชาองครักษ์ลับได้หายวับไปอีกครั้ง

โครม!

กระบี่ของหลินหยุน ฟันร่างของโคโมโดไม่เข้า เพราะถูกราชาองครักษ์ลับสกัดกั้นแทนเขาไว้แล้ว

“อะไรกัน? ”

หลินหยุนมองไปที่ราชาองครักษ์ลับที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมกับเกิดความตกตะลึงขึ้น

แน่นอนว่าไม่ได้ตกตะลึงในตัวราชาองครักษ์ลับ แต่ตกตะลึงอาวุธที่อยู่ในมือของราชาองครักษ์ลับนั่นคือมีดดาบเล่มหนึ่ง ขนาดประมาณยี่สิบเซนติเมตร

แต่ทว่า มีดดาบเล่มนั่น สามารถต้านทานดาบเฮ่าเทียนของหลินหยุนได้

มีดดาบเล่มนั้นดำมิดทั้งด้าม ด้านบนสลักลวดลายที่ซับซ้อน คงน่าจะเป็นเวทมนตร์วิชาลี้ลับทำนองนั้น

บนตัวมีดดาบ มีกลิ่นอายจาง ๆ อันน่าสะพรึงกลัวแอบแฝงอยู่

“คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์เผ่าโลหิต! ”

“ดูเหมือนว่า พลังอานุภาพจะไม่เบาเลยทีเดียว”

เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์เผ่าโลหิต เกิดขึ้นจากยอดฝีมือของเผ่าโลหิต ได้อาศัยพลังความแข็งแกร่งของตน พร้อมกับใช้วิชาเวทมนตร์นำพลังรวบรวมไว้ที่ตัวอาวุธ

โดยอาศัยพลังของสายเลือดเผ่าโลหิตมาหล่อเลี้ยง ซึ่งก็เหมือนกับกระบี่เมนหลักของผู้ฝึกกระบี่

ความแข็งแกร่งของเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ จะมีความสัมพันธ์กันกับผู้ที่สร้างขึ้น และก็มีความเกี่ยวข้องกับระยะเวลาการหล่อเลี้ยงด้วยพลังของสายเลือด

ทว่า เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ทุกประเภทที่สมบูรณ์ของเผ่าโลหิต ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีพลังอานุภาพที่ไม่ควรมองข้าม เปรียบได้กับของวิเศษที่ผู้บำเพ็ญเซียนได้หล่อหลอมขึ้น

เวลานี้ มีดดาบเล่มนั้นในมือของราชาองครักษ์ลับ น่าจะเทียบได้กับเครื่องรางชั้นยอดของผู้บำเพ็ญเซียน

ในนับหมื่นนับพันตระกูลของผู้บำเพ็ญเซียน อาวุธที่ใช้ของแต่ละตระกูลนั้น มีมากมายหลากหลายประเภท ซึ่งระดับของอาวุธก็มีความแตกต่างกันออกไป

โดยลำดับขั้นอาวุธของผู้บำเพ็ญเซียน แบ่งออกเป็นเครื่องราง เครื่องรางทิพย์ เครื่องรางชั้นยอด

ในจำนวนนี้ จะแบ่งระดับออกได้เป็นชั้นล่าง ชั้นกลาง ชั้นสูง และชั้นยอด

ในตอนนี้หลินหยุน มีอาวุธที่ล้ำเลิศที่สุด ก็คือคันธนูดับตะวัน

นั่นคือเครื่องรางชั้นสูง

โดยห้ามดูถูกเครื่องรางชั้นสูงนี้เด็ดขาด

แม้ว่าจะอยู่ในโลกบำเพ็ญเซียน แต่อาวุธเครื่องรางเหล่านี้มีจำนวนน้อยมาก

พวกยอดฝีมือขั้นแดนจิตปฐมไปจนถึงขั้นแดนดั่งเทพเหล่านี้ ถ้าหากไม่มีสำนักที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลังแล้ว แต่ในมือยังมีเครื่องรางชั้นยอดสักหนึ่งชิ้นก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

แต่ว่า บนโลกใบนี้ ในมือของเผ่าโลหิต นึกไม่ถึงว่าจะปรากฏเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ล้ำเลิศกว่าเครื่องรางชั้นยอดเสียอีก

เจ้าของมีดดาบเล่มนี้ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อยก็คงจะอยู่ในระดับขั้นแดนจิตปฐม

ข้อมูลดังกล่าวนี้ยังบ่งบอกอีกว่า บนโลกใบนี้ ไม่เพียงแต่มีผู้บำเพ็ญเซียนเท่านั้น อีกทั้งยังมียอดฝีมือเผ่าโลหิตที่แท้จริงอยู่ด้วย

เผ่าโลหิตที่หลินหยุนพูดถึงนั้น ก็คือเผ่าโลหิตที่แท้จริงในบรรดาตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนนับหมื่นนับพัน ไม่ใช่เผ่าโลหิตที่มีสายเลือดหลงเหลือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์เหล่านั้นที่อยู่บนโลกใบนี้

ต่อให้เป็นคาร์นอตวิลเลียม ถ้าหากเขามีสายเลือดของเผ่าโลหิตที่แท้จริงเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

เมื่อเห็นมีดดาบเล่มนั้น โคโมโดที่อยู่ด้านหลังขององครักษ์ลับก็มีสีหน้าท่าทางตื่นตะลึง: “มีดดับเทพ! ”

“ราชาผู้สูงศักดิ์ คิดไม่ถึงว่าท่านจะอัญเชิญมีดดับเทพออกมาแล้ว! ”

“นี่เป็นถึงมรดกตกทอดของบรรพบุรุษโลหิตอย่างแท้จริง! ”

ราชาองครักษ์ลับตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห: “หุบปาก! ”

สถานการณ์ตอนนี้อันตรายเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าโคโมโดยังจะพูดไร้สาระอยู่นั่น โดยไม่คิดที่จะรีบฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ แล้วก็รีบหาโอกาสหลบหนีไป

ราชาองครักษ์ลับรำคาญอยู่นานแล้ว

หลินหยุนได้ยินชื่อหนึ่งว่า: “บรรพบุรุษโลหิต? ”

“ไกยินในตำนานที่ร่ำลือ? ”

“น่าสนใจอย่างมาก ฉันยิ่งรู้สึกอยากรู้และสนใจถึงประวัติศาสตร์ของโลกที่ถูกปกปิดไว้นั่นแล้ว”

ตั้งแต่พบเจอซีซาร์ที่ทุ่งน้ำแข็งตอนเหนือสุด หลินหยุนก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นแล้ว

คิดไม่ถึงว่าเผ่าโบราณสัตว์ดาวจะมาอยู่บนโลกใบนี้ได้

ถ้าอย่างนั้นตำนานเล่าขานที่เคยปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์นั้น ได้เขียนขึ้นมาจากการอ้างอิงจาก

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นใช่หรือไม่?

ถ้าหากบุคคลในตำนานเล่าขานนั้นมีตัวตนอยู่จริง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันแล้ว?

ในท้องฟ้าจักรวาลอย่างนั้นเหรอ?

คงน่าจะใช่ เพราะว่าระดับขั้นแดนจิตปฐมก็สามารถที่จะท่องตระเวนไปในความว่างเปล่าได้แล้ว

ชี่ทิพย์บนโลกเบาบางมากขนาดนี้ ถ้าหากพวกเขามีความสามารถออกไปจากที่นี่ได้ ก็คงจะไม่อยู่ที่นี่ต่อไปอย่างแน่นอน

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง