กลยุทธ์เด็ด เสพติดรักภรรยาของผม 132

13 กรกฎาคม 2019   @admin  

กลยุทธ์เด็ด เสพติดรักภรรยาของผม บทที่ 132

เหอรุ่ยหลินหันศีรษะมาจ้องมองเหอรุ่ยสิง พลางยิ้มอย่างเย็นชา“พี่อยากให้ฉันกับพี่สองตายแล้วพี่ก็ได้ฮุบสมบัติของตระกูลคนเดียวใช่ไหม?”

“ถึงเวลานี้แล้ว ยังไม่รู้จักสำนึก ยังจะทะเลาะกันเองอีก?”เดิมทีเหอเหวินหวยไม่อยากจะโกรธไปกว่านี้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเธอก็อดไม่ได้ที่จะโมโห

เขาใช้มือตบที่โต๊ะอย่างแรงเสียงดังเพี้ยะเพี้ยะจนโต๊ะสั่น เขาจ้องมองไปที่ลูกสาวพลางหายใจลึก “เรื่องนี้ลูกเป็นคนก่อก็ต้องเป็นคนจบมันด้วยตนเอง”

เมื่อถึงเวลานี้เหอเหวินหวยก็ตัดสินใจ

“มีสิทธิ์อะไรถึงทำแบบนี้?”เหอรุ่ยหลินไม่ยอมแพ้ เธอหวังดีกับวงศ์ตระกูลด้วยใจจริง เพียงแต่เรื่องที่เธอทำนั้นไม่สำเร็จ ก็สมควรตายงั้นเหรอ?

“พ่อ ตอนนั้นที่พ่อยอมรับฉัน เป็นเพราะว่าฉันเป็นคนที่อยู่ข้างกายจงจิ่งห้าวใช่ไหม ตอนนี้เห็นว่าฉันไม่มีประโยชน์แล้ว ก็คิดที่จะข้ามแม่น้ำทุบสะพานงั้นเหรอ?”

เมื่อถูกพูดแทงใจ สีหน้าของเหอเหวินหวยก็เปลี่ยนไป“ลูกมีคุณค่าอะไรให้ต้องหลอกใช้ด้วยเหรอ?”

ตอนแรกที่เหอรุ่ยหลินอ้างว่าตนนั้นเป็นลูกสาวของตระกูลเหอที่ถูกพลัดพราก เขาก็รู้สึกลังเลว่าจะยอมรับเธอดีไหม เพราะว่าเธอเติบโตมาจากที่อื่น และไม่ได้รู้สึกผูกพันกันกับเธอด้วย

เพราะในตระกูลใหญ่จะมีการแบ่งการถือครองทรัพย์สมบัติ

ต่อมาเมื่อรู้ว่าเธออยู่ข้างกายของจงจิ่งห้าว อีกทั้งจงจิ่งห้าวก็ชอบเธอมาก เขาจึงเต็มใจที่จะยอมรับเธอ และเปิดเผยสถานะของเธอสู่สาธารณะ

ใครจะไปรู้ว่า เธอไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยวงศ์ตระกูลเลยแม้แต่น้อย แต่กลับนำหายนะเข้ามาสู่วงศ์ตระกูล

แต่ก่อนแม้ว่าเหอรุ่ยเจ๋อจะไม่สนใจเรื่องภายในบ้าน แต่ก็ไม่เคยก่อเรื่องวุ่นวายมาก่อน

แต่ตอนนี้กลับก่อเรื่องวุ่นวายตามเธอไปด้วย และกำลังจะทำให้ตระกูลเหอตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก

“มีหรือไม่ในใจเธอน่าจะรู้ดี!”เหอรุ่ยหลินรู้สึกเพียงว่าหัวใจของตนแตกเป็นเสี่ยงๆ และไม่สามารถที่จะต่อได้เหมือนเดิมแล้ว“เมื่อกลับมายังตระกูลเหอ ฉันคิดว่าฉันมีบ้าน มีครอบครัว มีที่หลบภัย แต่ว่าฉันก็ไม่เคยรับรู้ถึงความอบอุ่นที่พ่อมอบกับฉัน ตอนที่คิดจะใช้ประโยชน์จากฉันก็ทำดีกับฉัน พอไม่คิดจะใช้ประโยชน์ก็เขี่ยฉันทิ้ง เห็นฉันเป็นตัวอะไรๆ ทำจากเหล็กไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดงั้นเหรอ?”

หรือว่าโลกของคนรวย เป็นโลกที่ไร้ความรู้สึก มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้น?

“ฉันไม่อยากปรารถนาดีกับครอบครัวงั้นเหรอ?”เธอถามขึ้นเสียงแข็ง

“ฉันรู้ว่าความสามารถของฉันสู้คนอื่นไม่ได้ ทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ความยากลำบากนี้ แต่ว่า…พวกคุณไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์ฉันบ้างเลยเหรอ?”

“พ่อไม่ได้ให้น้องไปตายสักหน่อย ความผิดที่น้องทำก็ไม่ได้มีโทษถึงตาย ก็แค่รับผิดชอบในสิ่งที่น้องทำลงไป แล้วทำไมน้องจะต้องมาพูดจาร่ายยาวอะไรขนาดนี้ด้วย?”เหอรุ่ยสิงยิ้มอย่างเย็นชา“น้องพูดเสียงแข็งว่าพี่ต้องการยึดอำนาจของวงศ์ตระกูล แต่ว่าในครอบครัวพวกเรานี้นอกจากพี่แล้ว มีใครบ้างที่ทุ่มเทกายใจเท่าพี่บ้าง?มีแค่พี่คนเดียวที่กตัญญูกับพ่อแม่อย่างสุดจิตสุดใจ และดูแลบริษัทด้วย”

“พูดได้น่าฟังจริงๆ…”

“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว!”เหอรุ่ยเจ๋อพูดขัดจังหวะของเหอรุ่ยหลิน แล้วเดินมายังเบื้องหน้าของเหอเหวินหวยแล้วคุกเข่าลงดังก๊อก

เขามองไปยังพ่อและแม่ มือทั้งสองข้างยันอยู่ที่พื้นคำนับพ่อแม่ ไม่ยอมลุกขึ้น“พ่อแม่ครับ เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเอง ผมขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวครับ”

ไม่นาน ทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบสงัด

เซี่ยเจินหยูเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าจนหมด ยื่นมือออกไปคว้าลูกชาย พลางพูดอย่างสะอื้น“ใต้เข่าลูกผู้ชายมีทองคำ จะมาคุกเข่าง่ายๆได้ยังไงกัน”

โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว

“พวกคุณเป็นพ่อเป็นแม่ของผม ทำไมจะคุกเข่าให้ไม่ได้ล่ะครับ พวกคุณให้กำเนิดผม ผมไม่เคยกตัญญูต่อพวกคุณ แต่กลับทำให้ครอบครัวต้องมาเจอกับหายนะ เป็นความผิดของผมเอง”เหอรุ่ยเจ๋อไม่คุกเข่าก็คงจะรู้สึกผิด “พวกคุณยอมให้ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เพื่อทำในสิ่งที่ผมชอบ ให้เงินในการสนับสนุนผม ผมรู้ว่านั้นคือความรักที่พวกคุณมอบให้กับผม แต่ว่าผมกลับ…ทำให้พวกคุณต้องผิดหวัง”

เขาเงยหน้าขึ้นมามองไปยังเหอรุ่ยหลิน“สำหรับน้องสาวของผม ผมรู้สึกละอายใจ ตอนเธอยังเล็กผมเป็นคนทำให้เธอต้องหายตัวไป ทำให้เธอต้องไปลำบากอยู่ข้างนอก ความผิดของเธอ ผมขอเป็นคนรับผิดชอบแทนเธอเองครับ”

“ลูกแน่ใจนะ?”ยังไม่ทันรอให้เหอเหวินหวยพูดจบ เหอรุ่ยสิงก็พูดขึ้นอย่างร้อนอกร้อนใจว่า“ น้องรับผิดชอบแทน?จงจิ่งห้าวจะเห็นด้วยเหรอ?”

“เรื่องนี้พี่ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก”ไม่ใช่ว่าเหอรุ่ยเจ๋อจะไม่รู้ว่าเหอรุ่ยสิงเป็นคนทะเยอทะยาน อยากรวบอำนาจไว้ในมือเพียงคนเดียว แต่ว่าเขาเป็นลูกคนโตของครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าเขามีสิทธิ์ที่จะทำได้

เขาไม่ต้องการที่จะแย่งชิงอะไรกับใคร

เขามองไปยังเหอรุ่ยสิง“ถึงยังไงหลินหลินก็เป็นน้องของผม พี่น้องแม่เดียวกัน สายเลือดเดียวกัน พี่ก็ทำดีกับเธอหน่อย อย่าทำอะไรรุนแรงเกินไป เรื่องที่พี่ทำเพื่อครอบครัว ทุกคนต่างรับรู้ ไม่มีใครแทนที่พี่ได้หรอกครับ”

“ไม่ต้องทำเป็นซาบซึ้งไป”เหอรุ่ยสิงเอียงศีรษะ“แน่นอนว่าเรื่องที่น้องก่อน้องก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนเรื่องของการปฏิบัติดีต่อน้องสาวนั้น ไม่ต้องมาพูดหรอก ขอเพียงแค่เธอทำตัวเหมือนน้องสาว ผมจะต้องดูแลเธออย่างดีแน่นอน”

“พี่ไม่จำเป็นต้องมาดูแลฉัน”เหอรุ่ยหลินเงยหน้าขึ้น แม้ว่าตอนนี้เธอก็ยังเอาตัวไม่รอดก็ตาม

เหอเหวินหวยหลับตาลง ภายในหนึ่งคืนเขาแก่ไปไม่น้อย เขามองไปยังลูกชายนั่งคุกเข่าอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา “เรื่องๆนี้ ไม่ใช่ว่าลูกเป็นคนรับผิดชอบคนเดียวแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาได้…”

“ผมมีวิธี ผมขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวนะครับ”เหอรุ่ยเจ๋อคิดอุบายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้เขาต้องการเพียงคำพูดรับปากประโยคเดียวของเหอเหวินหวยเท่านั้น

ต่อให้โมโหแค่ไหน สุดท้ายเขาก็เป็นลูกชายของตนเอง หากจะผลักเขาออกไปจริงๆในใจของตนก็คงรู้สึกทุกข์ทรมานไม่น้อย

“นี่มันเคราะห์กรรมอะไรกัน!”เหอเหวินหวยโกรธจนทุกหน้าอกของตนเอง

เซี่ยเจินหยูเช็ดน้ำตาพลางลูบหลังของสามี“ระวังสุขภาพด้วย เป็นเพราะฉันไม่ดีเอง ที่ไม่ได้ให้กำเนิดลูกชายที่ดีให้กับคุณ”

กลิ่นอายของความโกรธอบอวลไปทั่วบ้าน

ในที่สุดเหอเหวินหวยก็คลายลมหายใจลง เรื่องนี้จำเป็นต้องหาทางแก้ไขและจะต้องมีคนรับผิดชอบ

เขาก็ยังไม่วางใจ จึงถามเหอรุ่ยเจ๋อขึ้นว่า“ลูกมีวิธีแล้วจริงๆเหรอ?”

“ครับ”เหอรุ่ยเจ๋อเม้มริมฝีปาก เซี่ยเจินหยูพยุงเขาให้ลุกขึ้น“ลูกลุกขึ้นเถอะ”

ครั้งนี้เหอรุ่ยเจ๋อลุกขึ้นตามคำขอของแม่

“พี่”เหอรุ่ยหลินรู้ว่า เหอรุ่ยเจ๋อดีกับเธอจริงๆ เธอรู้สึกเสียใจมากที่ตอนแรกบีบบังคับเขาให้รับมือกับหลินซินเหยียน ทำให้เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เธอกลับคืนมาอีกต่อไป “น้องขอโทษนะคะ”

“ครอบครัวเดียวกัน จะขอโทษทำไม”เหอรุ่ยเจ๋อไม่ได้รู้สึกเสียใจภายหลังที่เขาตัดสินใจทำเช่นนั้น ในเมื่อหลินซินเหยียนไม่รักเขา

ฉะนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็คงจะไม่รัก

ความพยายามในครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้หัวใจของเธอ แต่ก็อาจจะได้ตัวของเธอ

ก็คงจะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เขาหันตัวแล้วเดินขึ้นไปบนตึก

เหอเหวินหวยรู้สึกเหนื่อย

“แยกย้ายกันเถอะ”

คฤหาสน์

เมื่อคืนนี้ขณะที่หลินซินเหยียนหนีไปได้ไม่นานหลินลุ่ยซีก็ตื่นขึ้น เธอตามหาทุกหนทุกแห่งก็หาไม่พบ กระทั่งเดินมายังห้องโถงพบว่าบนโซฟามีเสื้อผ้าของจงจิ่งห้าวอยู่ เมื่อตอนกลางวันเธอได้ยินแม่พูดว่าห้องของจงจิ่งห้าวอยู่ด้านบน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจไม่ตามหาหลินซินเหยียนแล้ว แต่กลับวิ่งขึ้นไปด้านบนเพื่อเคาะประตูห้องของเขา

เธอยืนอยู่ที่หน้าประตู มองไปยังด้านในของห้อง ดูเหมือนว่าบนเตียงจะมีคนอยู่ “แด๊ดดี้คะ ตอนกลางคืนหนูขอนอนด้วยได้ไหมคะ?”

จงจิ่งห้าว“……”

ขอบตาของเธอแดงก่ำ น้ำตาค่อยๆกลิ้งไปกลิ้งมาที่บริเวณของนัยน์ตา ในที่สุดก็ไหลลงมา ท่าทางดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก

เขาหันกลับไป เมื่อเห็นท่าทีของหลินซินเหยียนที่หวังว่าเขาจะรับปากคำขอของลูกสาว

จงจิ่งห้าวจนปัญญา ทำได้เพียงรับปาก เขากลัวว่าหากปฏิเสธเธอ ต่อไปหลินซินเหยียนจะปฏิเสธเขา

เขาอดทนตลอดทั้งคืน!

เขาอุ้มหลินลุ่ยซีพลางพูดขึ้นว่า“เดี๋ยวแด๊ดดี้จะกอดหนูนอนนะ”

ดังนั้น โลกของเราสองคนที่จงจิ่งห้าวจินตนาการไว้ กลายเป็นโลกของสามคน

จดทะเบียนสมรสมาเจ็ดปีแล้ว ตั้งแต่เป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย เขาก็ไม่เคยได้แตะเนื้อต้องตัวภรรยาตามกฎหมายของเขาเลย

เขาคิดว่า เขานั้นเป็นสามีที่น่าสงสารที่สุดในโลก

หลินซินเหยียนลุกขึ้นแต่เช้า ไม่อยากให้จวงจื่อจิ่นเห็นว่าเมื่อคืนนี้เธอลงมานอนข้างล่าง

เธอเตรียมอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว เมื่อนึกถึงสภาพที่เมื่อคืนนี้เธอเป็นฝ่ายจูบจงจิ่งห้าวก่อน ใบหูก็เริ่มร้อนผ่าวและรู้สึกหงุดหงิด

ทำไมเธอถึงได้จูบเขาก่อนล่ะ?

“ความวู่วามคือปีศาจร้าย ความวู่วามคือปีศาจร้าย คุณใจร้อนเกินไป อย่าคิดแต่จะให้คนอื่นมารักลูกของคุณ จนยอมขายตัวเองซะงั้น”

“คุณบ่มพึมพรำอะไรกับตัวเองอยู่เหรอคะ?”

จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากทางด้านหลัง หลินซินเหยียนตกใจ เธอจึงรีบหันตัวไป

Tags:
เว็บอ่านนิยาย PDF นิยายจีน นิยายแปล นิยายไม่ติดเหรียญ นิยายวาย นิยายรัก นิยายY https://lnwnovel.com นิยายกำลังภายในสนุกๆ อ่านได้บน IPAD IPhone Android IOS ได้ทุกแพลตฟอร์ม มือถือทุกเครื่อง